ในวันที่ 4 และ 5 ส.ค. 2568 เวลา 09.00 น. ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) สองคดีต่อเนื่องกันในสองวัน
คดีแรกในวันที่ 4 ส.ค. “หอมแดง” (นามสมมติ) เกษตรกรจากเพชรบูณ์วัย 59 ปี ถูกกล่าวหาจากกรณีแชร์โพสต์ข้อความจากเพจเฟซบุ๊ก “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” จำนวน 1 โพสต์ โดยไม่ได้เขียนข้อความประกอบ โดยคดีนี้มี สัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ รับมอบอำนาจจากกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้กล่าวหา และศาลชั้นต้นเคยพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
คดีที่สองในวันที่ 5 ส.ค. “ไวรัส” (นามสมมติ) พนักงานรักษาความปลอดภัย วัย 36 ปี ถูกกล่าวหาจากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ และ TikTok 2 ข้อความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และ 10 โดยมี อิสกันต์ ศรีอุบล เป็นผู้กล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน โดยให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และฝ่ายจำเลยได้อุทธรณ์คดีต่อ
.
กระทรวงดิจิทัลฯ แจ้งความหอมแดง กล่าวหาจากแชร์โพสต์ข้อความ แม้ไม่ได้เป็นผู้เขียน ศาลลงโทษไม่รอลงอาญา
ในคดีของหอมแดง มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบอำนาจให้ สัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ บก.ปอท. โดยหอมแดงได้รับหมายเรียก และได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2564 โดยถูกกล่าวหาว่าได้แชร์โพสต์ข้อความจากเพจ “สมองโง่ดักดานรัฐบาลตูบฯ” เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2563 ที่เรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่เขาไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ ประกอบการแชร์โพสต์ดังกล่าว
ในวันที่ 5 ต.ค. 2566 ก่อนเริ่มสืบพยาน หอมแดงได้ตัดสินใจให้การรับสารภาพ และศาลได้พิพากษาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2566 ว่ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 3 ปี ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ก่อนได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
.
หอมแดงอุทธรณ์ว่าตนเองมีอายุมากและไม่มีความรู้เรื่องสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ที่แชร์ไปก็ไม่ได้เป็นผู้เขียนหรือโพสต์เอง
หอมแดงได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโดยสรุปได้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 55 ปีเศษ เนื่องจากอายุมาก และไม่มีความรู้เรื่องสื่อสังคมออนไลน์ จำเลยให้ร้านคอมพิวเตอร์สมัครบัญชีเฟซบุ๊กให้ และไม่ทราบเรื่องการตั้งค่าเฟซบุ๊ก
เมื่อเล่นสื่อสังคมออนไลน์แล้ว ปรากฏคลิปและข้อความของบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “สมองโง่ดักดานสันดานตูบฯ” จึงได้กดแชร์โพสต์ดังกล่าว เป็นเหตุให้ปรากฏลงในเฟซบุ๊คของจำเลยโดยจำเลยไม่ได้เป็นผู้เขียนหรือโพสต์ข้อความด้วยตนเอง และไม่ได้โพสต์ข้อความอื่นประกอบโพสต์ดังกล่าวแต่อย่างใด
จำเลยจบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกหอมแดง ไม่ได้เป็นแกนนำ หรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด ไม่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก จำเลยได้แชร์โพสต์ของบุคคลอื่นโดยไม่ทราบและไม่รู้จักว่าคือผู้ใด ด้วยความสำนึกในความผิดจำเลยจึงได้ให้การรับสารภาพ จำเลยยังต้องเลี้ยงดูบิดาที่ชราภาพ มีอายุ 82 ปี จำเลยไม่เคยกระทำความผิดหรือถูกดำเนินคดีใดมาก่อน จึงขอให้ศาลรอการลงโทษแก่จำเลยไว้
.
ไวรัสถูกข่มขู่ถึงที่ทำงาน ก่อนจะถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ในส่วนคดีของ “ไวรัส” ที่มาที่ไปของคดีย้อนไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 ได้มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันฯ ประมาณ 6-7 คน ทั้งกลุ่มใส่เสื้อสีเหลืองบุกมาที่ทำงานของไวรัส โดยเขาไม่รู้จักผู้ใดในกลุ่มเลย กล่าวหาว่า เขาแชร์โพสต์หมิ่นประมาทกษัตริย์ ทั้งพยายามข่มขู่ถามว่าทำไมไม่รักในหลวง และพยายามให้เขาขอโทษ ทำให้เกิดการถกเถียงกันขึ้น ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ และเชิญทั้งหมดไปพูดคุยที่ สน.โชคชัย แต่เมื่อถึงสถานีตำรวจแล้ว กลุ่มคนดังกล่าวได้แจ้งความกล่าวหาว่าเขากระทำความผิดตามมาตรา 112
ในวันที่ 9 ก.ค. 2564 ตำรวจ สน.โชคชัย ได้เรียก “ไวรัส” ไปพบที่สถานีตำรวจ โดยไม่ได้มีหมายเรียกใด ๆ ก่อนจะได้มีการแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยเขาได้ขอความช่วยเหลือมาทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในวันดังกล่าวเขายังถูกนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลอาญา ก่อนจะได้รับการประกันตัว ต่อมาาเขายังถูกให้ออกจากงานที่ทำอยู่ด้วย
ต่อมาในวันที่ 17 ก.ย. 2564 พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีของเขา บรรยายข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 กรรม จากการโพสต์ในเฟซบุ๊ก 3 ข้อความ และติ๊กต็อก 2 ข้อความ เกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และ 10 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. ถึง 7 พ.ค. 2564
ในชั้นศาล ไวรัสรับสารภาพตามข้อกล่าวหาใน 2 กรรม แต่ในอีก 3 กรรมนั้น เขาต่อสู้ว่าการกระทำไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 ไม่มีคำหยาบคายและมีเจตนาเพื่อตั้งคำถามกับประชาชนเท่านั้น
ต่อมา วันที่ 11 พ.ค. 2566 ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดในทั้ง 5 กรรม แม้แต่กรรมที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับอดีตพระมหากษัตริย์ โดยเห็นว่าการหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ย่อมกระทบต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน หากไม่หมายความรวมถึงอดีตกษัตริย์ย่อมเป็นการเปิดช่องให้พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันถูกดูหมิ่นได้ แม้อดีตพระมหากษัตริย์สวรรคตไปแล้วก็ยังคงมีประชาชนเคารพสักการะ จึงกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ส่งผลต่อความมั่นคงราชอาณาจักร
ศาลลงโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน เห็นว่าเมื่อจำเลยรู้ถึงความผิดก็รีบแก้ไข ลบโพสต์ด้วยตนเอง ไม่ได้ก่อเหตุซ้ำอีก เมื่อพิจารณาความรู้สึก การศึกษา ผลกระทบต่อหน้าที่การงาน จำเลยได้รับบทลงโทษเพียงพอแล้ว จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี พร้อมให้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง
ในคำพิพากษาคดีนี้ อธิบดีศาลอาญา ได้ทำความเห็นแย้งคำพิพากษาไว้ด้วย โดยเห็นว่าพฤติการณ์ในคดีมีความร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ
.
ไวรัสยื่นอุทธรณ์ยืนยันว่า ม.112 ต้องตีความอย่างเคร่งครัด อีกทั้งเหตุแห่งคดีเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวกับโจทก์ที่เห็นต่างทางการเมือง
ต่อมาไวรัสได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโดยสรุปใจความสำคัญเป็น 4 ประเด็นหลักได้ว่า
1. คดีเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวแต่โจทก์กลับแจ้งความในมาตรา 112
คดีนี้สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างขนิษฐา งาเจือ กับจำเลย เนื่องจากขนิษฐาเบิกความว่า “ถูกลักลอบนำคลิปไปตัดต่อแล้วเผยแพร่โดยไม่อนุญาต ทำให้รู้สึกโกรธและไม่พอใจ จึงได้ตรวจสอบบุคคลใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวจนพบชื่อผู้ก่อเหตุดังกล่าว…และได้ปรึกษากับอิสกันต์ ศรีอุบล (ผู้กล่าวหา)…”
เห็นได้ว่าเรื่องราวเริ่มต้นมาจากความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งในท้ายที่สุดแทนที่จะดำเนินคดีจำเลยในความผิดส่วนตัวที่กระทำต่อตนเอง แต่กลับแจ้งความในมาตรา 112
2. โพสต์ภาพตัดต่อรัชกาลที่ 10 ทรงถือถุงเฉาก๊วยไว้ในพระหัตถ์ซ้าย กำลังตรัสกับประชาชนรายหนึ่ง จำเลยไม่ได้โพสต์ข้อความถึงรัชกาลที่ 10 แต่โพสต์ถึงผู้เห็นต่างทางการเมือง
ส่วนที่จำเลยได้โพสต์วิดีโอลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏภาพตัดต่อรัชกาลที่ 10 ทรงถือถุงเฉาก๊วยไว้ในพระหัตถ์ซ้าย กำลังตรัสกับประชาชนที่มารับเสด็จคนหนึ่ง ประกอบข้อความโฆษณาเฉาก๊วย และจำเลยได้พิมพ์ข้อความทำนองว่าตนจะไม่กินเฉาก๊วยยี่ห้อดังกล่าว จำเลยเพียงแต่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ
โพสต์ดังกล่าว พร้อมกับข้อความ ไม่ได้มุ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แต่อย่างใด แต่มุ่งหมายถึงชายเสื้อเหลืองในภาพ ซึ่งจำเลยไม่ชอบเนื่องจากมีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน และมักจะไปแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างไป
3. โพสต์ภาพและข้อความซึ่งเป็นข่าวที่ชาวบ้านทั้งตำบลลงขันกันนำเงินไปซ่อมแซมศาลาที่รัชกาลที่ 9 ผูกเชือกฉลองพระบาทเองเป็นครั้งแรก จำเลยเห็นว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิดมาตรา 112
จำเลยได้โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏภาพและข้อความซึ่งเป็นข่าวที่ชาวบ้านทั้งตำบลลงขันกันนำเงินไปซ่อมแซมศาลาที่รัชกาลที่ 9 ผูกเชือกฉลองพระบาทเองเป็นครั้งแรก
ข้อความที่โพสต์จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 112 แต่อย่างใด เนื่องจากบุคคลทั่วไปที่ทราบถึงข้อความดังกล่าว ย่อมเข้าใจว่าเป็นข้อความที่กล่าวถึงการผูกเชือกฉลองพระบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริงใด ๆ ไม่ได้เป็นข้อความที่มีลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย
4. จำเลยเห็นว่าการตีความมาตรา 112 ต้องตีความตามตัวบทอย่างเคร่งครัด
ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า “เมื่อกฎหมายมิได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น” เป็นคำวินิจฉัยที่ขัดต่อหลักการในประมวลกฎหมายอาญาโดยสิ้นเชิง คำว่า “องค์” และคำว่า “พระมหากษัตริย์” ในบทบัญญัติมาตรา 112 ย่อมหมายเฉพาะเจาะจงถึงองค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่ในปัจจุบัน มิได้หมายรวมไปถึงอดีตพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
แม้จะมีแนวคำพิพากษาฎีกาที่ตีความหลักกฎหมายอาญาแตกต่างไปจากหลักการตีความอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ไม่ชอบด้วยหลักการตีความกฎหมายอาญา แม้ศาลจะพิจารณาพิพากษาอรรถคดีไปตามแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกา แต่ก็มิได้บังคับเคร่งครัด เนื่องจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกามิใช่กฎหมายและสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า “แม้กระทำต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้วก็ตาม แต่การหมิ่นประมาทอดีตพระมหากษัตริย์ที่ส่งผลกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน…” จำเลยเห็นว่าข้อความที่ถูกฟ้องในส่วนที่กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่มีข้อความใดที่จะส่งผลกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ยังคงครองราชย์ อันจะเป็นความผิดตามมาตรา 112
.
อ่านฐานข้อมูลคดีหอมแดง >>> คดี 112 “หอมแดง” เกษตรกรชาวเพชรบูรณ์ ถูก DE กล่าวหา แชร์โพสต์ให้กษัตริย์อยู่ใต้ รธน.
อ่านบทสัมภาษณ์ของไวรัส >>> เรื่องราวของ “ไวรัส” ในกระบวนการยุติธรรม: รปภ. ผู้ตกเป็นจำเลยในคดี 112 จากการโพสต์ 5 ข้อความเกี่ยวกับ ร.9 และ ร.10
อ่านฐานข้อมูลคดีของไวรัส >>> คดี 112 “ไวรัส” อดีต รปภ. เหตุโพสต์ 5 ข้อความเกี่ยวกับ ร.9 และ ร.10
