11 ก.ย. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ในระหว่างพิจารณาคดีในข้อหามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ กรณีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน หลังจากทนายความยื่นประกันตัวไปเมื่อช่วงเช้าของวัน โดยคำสั่งระบุทำนองว่า พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ตามที่ระบุในคำร้องประกันตัวนั้นไม่รวมข้อหาความผิดตามมาตรา 112 และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี
กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้อรรถพลยังถูกคุมขังต่อไป ปัจจุบันเขาถูกขังมาแล้ว 1 ปีเศษ และคดีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดสืบพยานครั้งถัดไปในวันที่ 15 ก.ย. 2569 นี้ โดยอรรถพล และ “แอมป์”ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ซึ่งถูกคุมขังอยู่ จะถูกเบิกตัวมาศาลเพื่อร่วมสืบพยาน
.
คำร้องขอประกันตัวระบุใจความสำคัญว่าศาลอาญากรุงเทพใต้เคยมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดี การคุมขังของจำเลยเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจหลังถูกคุมขังในคดี ม.112 กรณีปราศรัยที่ภูเขียว เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวและจำเลยได้ติดกำไล EM แล้ว ซึ่งมีพฤติการณ์แห่งคดีเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกเช่นเดียวกับคดีนี้ จึงเป็นกรณีเหตุพิเศษที่ศาลมีอำนาจให้ประกันตัวต่อไปได้โดยนำพฤติการณ์ของจำเลยในระหว่างที่ได้รับการประกันตัวมาประกอบการพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมแทนการทำสัญญาประกันหรือวางหลักประกัน
นอกจากนั้นจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าตลอดที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ประกันตัว จำเลยเข้าร่วมกระบวนพิจารณาคดีโดยตลอด มาศาลตามกำหนดนัดทุกนัด ตลอดจนให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรม และไม่เคยกระทำผิดเงื่อนไขประกันตัว จำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ก่อภัยอันตราย ก่อความเสียหาย ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดี
อีกทั้ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกาศให้บังคับใช้ และเมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ในคดีนี้ซึ่งเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ซึ่งมีบางข้อหาคือ มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ครบตามข้อกำหนดที่จะได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย
ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ประสงค์ ชุ่มจิตร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงนามคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า “พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยมาแล้ว ทั้ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ตามที่อ้าง ไม่รวมข้อหาความผิดตาม ป.อ.มาตรา 112 ทั้งจำเลยหลายคนในคดีนี้ได้หลบหนีไปแล้วหลังจากศาลปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ 7 เองก็ค้างคดีหลายเรื่อง จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง แจ้งให้ทราบ”
.
สำหรับการยื่นประกันตัวในครั้งนี้ นับว่าเป็นครั้งที่ 5 ของอรรถพลที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเขาเหลือคดีที่ถูกขังจำนวน 2 คดีในข้อหามาตรา 112 ได้แก่ คดีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน และคดีปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ ที่ศาลยังมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 ในนัดสืบพยานโจทก์คดีนี้ จำเลยและทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีในข้อหามาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ที่ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีคำสั่งให้ส่งคณะกรรมการฯ วินิจฉัยชี้ขาด เนื่องจากเห็นว่าแม้จะขอให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหามาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา 112 รวมมาด้วย
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ซึ่งมีจำเลยหลายคนถูกฟ้องหลายข้อหาและอยู่ระหว่างสืบพยานเช่นกัน ศาลอาญามีคำสั่งยุติคดีในข้อหาที่ได้รับนิรโทษกรรมแล้ว เหลือต่อสู้ในข้อหามาตรา 112 ที่ถูกยกเว้นไว้ แตกต่างจากแนวทางของศาลอาญากรุงเทพใต้ดังกล่าว
.
สำหรับคดี #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดสืบพยานโจทก์ครั้งถัดไปในวันที่ 15 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น. โดยอรรถพล และ “แอมป์”ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ซึ่งถูกคุมขังอยู่ จะถูกเบิกตัวมาร่วมสืบพยานด้วย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
