เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว นับตั้งแต่ “สิงโต” (นามสมมติ) ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 อดีตคนทำงานร้านอาหารวัย 29 ปี ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยมสิงโตอีกครั้ง พบว่าเขาปรับตัวเข้ากับชีวิตในเรือนจำได้ดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเข้าร่วมกิจกรรมในเรือนจำอยู่เสมอ ทั้งเต้นรำ ร้องเพลง และเป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ ซึ่งเขาบอกว่าช่วยให้วันเวลาผ่านไปเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว การใช้ชีวิตในช่วงเวลานี้จึงเหมือนได้พักร้อน เข้าค่าย ท่ามกลางความหวังว่าจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวที่มุกดาหารในปีหน้า
__________________________
การเยี่ยมเกิดขึ้นในช่วงเวลา 13.30 น. สิงโตปรากฏตัวในชุดเสื้อโปโลหลากสี มีป้ายชื่อห้อยคอ สีหน้าสดใส และแต่งหน้าทาลิปสติกสีแดงสดมาพบทนายความ เขาเริ่มเล่าว่าตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว ความเป็นอยู่ถือว่าดีมาก ทั้งยังได้เข้าร่วมกิจกรรมหลายอย่างในเรือนจำ อย่างวันที่เข้าเยี่ยมครั้งนี้ เขาได้ทำหน้าที่เป็นสตาฟในโครงการพัฒนาจิตใจ และก่อนหน้านั้นก็ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย สิงโตบอกว่าในช่วงเยี่ยมญาติใกล้ชิด เขามีหน้าที่ดูแลผู้ต้องขังกับญาติตอนถ่ายรูปด้วยกัน
นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมจัดกิจกรรม เต้นรำ ร้องเพลง และพิธีกรในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ถูกจัดขึ้นในเรือนจำ ซึ่งสิงโตบอกว่าช่วยให้เวลาผ่านไปเร็วขึ้น ส่วนเรื่องที่ปรับตัวยากที่สุดคงเป็นเรื่องทรงผม เพราะก่อนหน้านี้เรือนจำเคยอนุญาตให้ผู้ต้องขัง LGBTQ+ ไว้ผมยาวได้มากกว่านี้ แต่ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 มีการกำหนดให้ผู้ต้องขังต้องตัดผมสั้นเหมือนกันหมด ซึ่งสิงโตคาดว่าน่าจะมาจากนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ส่วนการแต่งหน้าแต่งตัวยังสามารถทำได้แบบพอดี ๆ
เมื่อถามถึงสิ่งที่แตกต่างจากที่คิดไว้ก่อนเข้ามามากที่สุด สิงโตบอกว่าในฐานะเพศหลากหลาย ตอนแรกเขากังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้ง ทว่าเขากลับได้รับการให้เกียรติและดูแลจากเพื่อนผู้ต้องขังเป็นอย่างดี มีอะไรก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่มีการชิงดีชิงเด่นกัน
ด้านสุขภาพ สิงโตบอกว่าตอนนี้โอเค ไม่เจ็บป่วย สุขภาพจิตดี โดยเฉพาะหลังได้พบครอบครัวในกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด ทำให้รู้สึกเหมือนได้เติมพลัง แม้หลังจากนั้นจะมีอาการซึมเซาเพราะคิดถึงบ้าน และบางครั้งฝันถึงบ้านเหมือนจริงมาก แต่ก็มีคนอื่น ๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ Freedom Bridge และทนายความ ผลัดกันหมุนเวียนมาเยี่ยมทุกเดือนหรือสองเดือนครั้งก็ทำให้ไม่รู้สึกเหงาจนเกินไป
ก่อนหน้านี้เขาเคยป่วยเป็นโรคคางทูมซึ่งระบาดอยู่ในเรือนจำพัหนึ่ง ทำให้หน้าบวม ต้องกักตัว ต้องคอยดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้หายเร็ว ไปไหนมาไหนไม่ได้จนรู้สึกเหงามาก แต่ตอนนี้รักษาหายเป็นปกติแล้ว
สำหรับปีนี้สิงโตอายุ 29 ปีแล้ว ถูกดำเนินคดีตั้งแต่อายุ 25 ปี และเข้าเรือนจำตอนอายุ 28 ปี เขายังเสียดายตำแหน่งงานผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยทำที่ จังหวัดขอนแก่น แม้เงินเดือนจะไม่มาก แต่ก็ทำให้มีชีวิตที่ลงตัว ผลกระทบที่หนักที่สุดตกอยู่ที่ย่าของเขา ซึ่งปกติเขาจะคอยส่งเงินให้ใช้เดือนละ 2,000 – 3,000 บาท
อย่างไรก็ดี สิงโตเล่าให้ฟังว่าในช่วงเยี่ยมญาติใกล้ชิดที่ผ่านมา พ่อ แม่ ย่า เพื่อนของแม่ และแฟนของเขาเพิ่งเดินทางจากจังหวัดมุกดาหารมาเยี่ยมญาติใกล้ชิด ความสัมพันธ์กับครอบครัวยังคงดี แม้ตอนแรกเขาเคยกลัวว่าแฟนจะทิ้งไป แต่แฟนก็ยังคงพาครอบครัวมาหา เขียนจดหมายถึงกัน ส่งรูปภาพให้ดู และเยี่ยมทางไลน์อยู่บ้าง
อดีตพนักงานร้านอาหารย้ำว่า วันเยี่ยมญาติใกล้ชิดคือวันที่รอคอยมากที่สุด ตื่นเต้นถึงขั้นคิดตลอดว่าจะแต่งหน้าอย่างไร และทุกครั้งที่ครอบครัวมาเยี่ยมเขาก็น้ำตาไหลทุกครั้ง ในขณะเดียวกันก็เป็นห่วงว่าครอบครัวต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทางจากมุกดาหารถึง 9 ชั่วโมง เสียค่าใช้จ่ายราว 6,000 – 7,000 บาท เพื่อแลกกับเวลาเยี่ยมเพียง 2 ชั่วโมงมันจะคุ้มค่าหรือไม่ เขาจึงฝากบอกว่าการเยี่ยมใกล้ชิดในรอบเดือน ก.ย. 2569 ไม่ต้องเดินทางมาก็ได้ ไม่อยากให้ต้องลำบาก ขอแค่ฝากข้าวหรือฝากเงินมาให้ก็พอ
ส่วนเรื่องกำหนดปล่อยตัวเขายังกังวลอยู่ เพราะหมายขังของเขายังอยู่ระหว่างชั้นอุทธรณ์ – ฎีกา ทำให้ยังไม่สามารถเลื่อนชั้นนักโทษได้ และยังคงอยู่ที่ชั้นกลาง เนื่องจากอัยการยังขยายเวลาอุทธรณ์ฎีกาอยู่ จึงหวังว่าคดีจะถึงที่สุดโดยเร็ว หากได้ออกช่วง เม.ย. 2570 ตามกำหนดโทษ สิงโตบอกว่าจะดีใจมาก เพราะวันเกิดของเขาคือวันที่ 27 พ.ย. มันจะถือเป็นเหมือนของขวัญวันเกิดที่ได้กลับบ้านพอดี
เมื่อถามว่าถ้าเปรียบช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นอะไรสักอย่าง สิงโตตอบว่าเหมือนได้พักร้อน เข้าค่าย ใช้ชีวิตแบบไม่เครียด มีความสุข มีเพื่อน อาหารการกินก็ดี ถือเป็นการพักผ่อนโดยไม่ต้องคิดเรื่องงาน และการได้พูดคุยกับผู้ต้องขังคนอื่นในเรือนจำก็ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังโชคดี เพราะมีคนมาเยี่ยม มีคนซื้อของฝาก สิ่งที่คิดถึงมากที่สุดจากชีวิตข้างนอกคือ TikTok ที่เคยเล่นเป็นประจำ รวมถึงร้านสุกี้ตี๋น้อยและหมูกระทะ ซึ่งแม้ในเรือนจำจะพอหาซื้อได้บ้าง แต่ราคาแพงกว่าข้างนอกพอสมควร
มองไปข้างหน้าสิ่งแรกที่อยากทำหากได้ออกไป เขาตอบพร้อมหัวเราะว่าอยากไปกินตี๋น้อยหรือหมูกระทะก่อน จากนั้นจะนั่งรถไปขอนแก่นสัก 2 วัน ก่อนกลับไปอยู่บ้านที่มุกดาหารและหางานทำ และฝากข้อความถึงผู้ที่ยังคอยติดตามข่าวสาร และช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองว่า ขอบคุณอย่างจริงใจ ที่แม้ไม่ได้รู้จักกันหรือเป็นญาติพี่น้อง แต่ก็ยังคอยช่วยเหลือดูแลกันมาตลอด
.
สำหรับสิงโต เขาเป็นชาวจังหวัดมุกดาหาร ไปทำงานที่จังหวัดขอนแก่น แต่ถูกดำเนินคดีที่จังหวัดนนทบุรี การถูกฟ้องคดีทางไกล ทำให้เขาได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ โดยเขาไม่สามารถทำงานประจำได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องลาเพื่อเดินทางมาขึ้นศาล ทำให้เขาต้องลาออกจากทั้งงานขายเครื่องสำอาง งานพนักงานโรงแรม จนมาทำงานที่ร้านอาหารในจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีอีกด้วย
สำหรับคดีนี้มี ฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ เป็นผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นบุคคลที่ชูพระบรมฉายาลักษณ์ในการชุมนุม และรัชกาลที่ 10 ทรงกล่าวข้อความชมว่า “เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจ” ระหว่างการรับเสด็จเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2563 และจากการติดตามข้อมูล พบว่าฐิติวัฒน์ ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหามาตรา 112 กับประชาชนไว้อย่างน้อย 4 คดี (เฉพาะคดีที่ทราบว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว)
.
จนถึงปัจจุบัน (21 ส.ค. 2569) สิงโต ถูกคุมขังมาแล้ว 183 วัน จากโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน เขายังเหลือโทษอีกราว 1 ปี
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

