เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทนายความเข้าเยี่ยม “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักกิจกรรมผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ13กุมภา หรือ #นับ1ถึงล้านคืนอำนาจให้ประชาชน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2564
ท่ามกลางสองประเด็นที่กดทับอยู่พร้อมกัน ทั้งกระแสข่าวการย้ายแดนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่แอมป์กังวลว่าอาจต้องแยกไปอยู่คนเดียว และผลคำสั่งไม่ให้ประกันตัวครั้งที่ 4 ในอีกคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม
#26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ยังคงมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว แม้แอมป์จะพ้นโทษคดีหลักไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 2569 แล้วก็ตาม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2569 หลังทนายยื่นอุทธรณ์คำสั่งยกคำร้องประกันตัวของแอมป์ ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ซึ่งในท้ายที่สุดศาลก็มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว
ในภาพรวมที่เจอกันแอมป์พูดถึงกระแสข่าวการโยกย้ายแดนคุมขัง เขาแสดงความกังวลส่วนตัวในฐานะผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่หากต้องอยู่แดน 4 คนเดียวโดยไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์คอยดูแลกัน ก็รู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก แม้จะอยู่มาเกือบ 2 ปีแล้วก็ตาม
จากนั้น บทสนทนาก็วนมาที่เรื่องประกันตัว ซึ่งแอมป์เล่าด้วยเสียงหัวเราะขมขื่นว่าหากศาลชั้นต้นยังไม่อนุญาต ทั้งที่คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างพิจารณาคดี และพยานก็เลื่อนนัดไปเรื่อย ๆ เขาอาจถูกขังเกินโทษไปด้วยซ้ำ
สรุปแล้วแม้แอมป์จะพยายามเข้มแข็งและไม่อยากเครียดกับสถานการณ์ที่ยืดยาวอยู่นี้ แต่ก็ยังคงยืนหยัดในการยื่นประกันตัวต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมส่งกำลังใจถึง “ฟ้า พรหมศร” ที่กำลังอดอาหารอยู่ว่า ขอให้ดูแลสุขภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
_____________________________
ข่าวการย้ายแดน และความกังวลของแอมป์
หลังทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเล็กน้อย ทนายความแจ้งว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ได้รับแจ้งว่าผู้ต้องขังคดีการเมืองจะถูกแยกออกจากกัน โดยแอมป์จะยังคงอยู่ที่แดน 4 ส่วน “อานนท์ นำภา”จะถูกย้ายไปแดน 8
แอมป์แจ้งรายละเอียดว่า ในวันดังกล่าวผ่านมาแฟนได้เข้ามาเยี่ยม และแอมป์ได้บอกกับแฟนว่าทราบมาว่าจะมีการย้ายแดน โดยคนที่แจ้งข่าวคือ “เก็ท โสภณ” ซึ่งก่อนหน้าได้เข้าไปคุยกับผู้บัญชาการแดน แอมป์จึงบอกให้แฟนโทรหาทนายเพราะไม่รู้ว่าจะมีปฏิบัติการอะไรหรือไม่
แอมป์บอกว่าเมื่อเห็นแถลงการณ์ของกรมราชทัณฑ์แล้ว คิดว่ายังไงก็คงย้ายแน่ ๆ เพราะถ้าไม่ย้าย เรือนจำคงไม่ออกแถลงการณ์แบบนี้
สำหรับนโยบายการแบ่งแดนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น มีการแบ่งออกเป็น แดน 3 สำหรับโทษต่ำกว่า 1 ปี แดน 5 สำหรับโทษ 1-3 ปี แดน 8 สำหรับโทษ 3 -15 ปี และแดน 4 กับแดน 6 สำหรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี แอมป์บอกว่าคิดว่ายังไงทางเรือนจำก็จะย้ายแดนผู้ต้องขังคดีการเมืองแน่ ๆ แต่อยู่ที่ว่าจะย้ายตอนไหน และตอนนี้อานนท์ได้ยื่นคำร้องจากในเรือนจำขอไต่สวนเรื่องการย้ายแดน โดยน่าจะยื่นเข้าไปในคดี 19 กันยา เพราะอ้างแอมป์กับไผ่ด้วย
สิ่งที่แอมป์กังวลมากที่สุดคือหากต้องอยู่แดน 4 คนเดียว “ด้วยความที่เราเป็น LGBT การอยู่กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ มันย่อมอบอุ่นใจมากกว่า ไปไหนมาไหนก็มีคนคอยสอดส่องดูแลกัน ถ้าอยู่คนเดียวยอมรับว่าค่อนข้างกังวลมาก แม้จะอยู่มาแล้วเกือบ 2 ปีแล้วก็ตาม เพราะอย่าลืมว่าที่นี่คือเรือนจำ เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง”
.
ศาลยกคำร้องประกันครั้งที่ 4 อาจอยู่จนเกินโทษ
ทนายเล่าให้แอมป์ฟังว่าเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายฯ ได้สื่อสารเรื่องการยื่นประกันตัวแอมป์ ไผ่ และครูใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ว่าศาลสูงให้ประกัน แต่ศาลชั้นต้นกลับยกเหตุว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
แอมป์บอกเล่าความรู้สึกว่า ถ้าศาลชั้นต้นไม่ยอมปล่อยอยู่แบบนี้ ทั้งที่คดียังสืบพยานอยู่ และเป็นคดีที่ก่อนหน้าก็เคยได้ประกันตัวด้วย เขาอาจจะอยู่จนเกินโทษไปด้วยซ้ำ พูดถึงตรงนี้แอมป์หัวเราะอย่างขมขื่น “เพราะคดียังต้องออกศาลสืบพยานเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะจบตอนไหน พยานคนนั้นคนนี้มาไม่ได้ เลื่อนออกไปก่อน อยู่แบบนี้”
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อสถานการณ์ทั้งหมด แอมป์ยิ้มแล้วถอนหายใจก่อนบอกว่าพยายามเข้มแข็งและไม่อยากเครียดกับมันแล้ว และแพลนว่าจะยื่นขอประกันตัวไปเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่ได้ ก็คงประเมินอีกที แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะถอนประกันในคดีอื่น ๆ ส่วนเรื่องสุขภาพตอนนี้แข็งแรงดี ไม่เจ็บไข้แต่อย่างใด
ก่อนจบการสนทนา ทนายความได้พูดคุยถึงเรื่อง “ฟ้า พรหมศร” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ยังอยู่ระหว่างอดอาหารในเรือนจำอำเภอธัญบุรีให้แอมป์ทราบ แอมป์บอกว่าพอรู้ข่าวอยู่ เพราะได้ออกศาลบ่อย เรื่องข้างนอกก็ได้รับรู้เรื่อย ๆ ส่วนตัวเป็นห่วงฟ้าเพราะด้วยสภาวะจิตใจและร่างกายของเขา “แต่เมื่อเขาตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว เราคงไม่ไปแสดงความคิดเห็นหรือชี้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ขอให้กำลังใจและอยากให้ฟ้าดูแลสุขภาพของตัวเองให้มาก ๆ ให้สุขภาพยังคงโอเคให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
.
ปัจจุบัน “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมาแล้วกว่า 1 ปี 8 เดือน 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2567 แม้จะพ้นโทษจำคุกคดีหลักตามมาตรา 112 ไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 2569 แต่ยังถูกคุมขังต่อในคดีมาตรา 112 เหตุชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ซึ่งยังอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้นัดสืบพยานครั้งถัดไปในวันที่ 8 ก.ย. 2569
.
สามารถร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงแอมป์ ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
