วันที่ 16 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีของ “เมยวดี” (นามสมมติ) นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งถูก “รัชนี พลซื่อ” สส.ร้อยเอ็ด สังกัดพรรคกล้าธรรม ฟ้องร้องจากกรณีแชร์โพสต์ของเพจ CSI LA ที่ตั้งคำถามถึงคุณสมบัติรัชนีในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเดือนมกราคม 2569
ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่านักการเมืองและผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล การที่เมยวดีแชร์ข้อความดังกล่าวก่อนการเลือกตั้งเพื่อตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของผู้สมัคร จึงเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนทั่วไปสามารถกระทำได้ ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
.
ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 ขณะที่รัชนีลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 3 จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ราวหนึ่งเดือน ปรากฏเพจเฟซบุ๊ก “คันฉ่องส่องราชการไทย in ร้อยเอ็ด” โพสต์ข้อมูลสรุปคดีของครอบครัวพลซื่อ ต่อมาเพจ CSI LA นำโพสต์ดังกล่าวมาแคปหน้าจอและโพสต์ใหม่ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ฝากพรรคกล้าธรรมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยครับ…” จากนั้นเมยวดีกดแชร์โพสต์ดังกล่าวเข้าสู่บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ โดยไม่ได้เขียนข้อความใดเพิ่มเติม
วันที่ 9 ม.ค. 2569 รัชนีมอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องเมยวดีต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท โดยโจทก์อ้างว่าเมยวดีมีเจตนาพิเศษมุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อว่าโจทก์เป็นคนทุจริต เพื่อลดคะแนนในการเลือกตั้ง
.
ในการไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ฝ่ายโจทก์นำพยาน 2 ปากเข้าเบิกความ โดยพยานปากแรกซึ่งเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์ยืนยันระหว่างการถามค้านของทนายจำเลยว่า รัชนีต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปีจริง ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอน และยืนยันว่าเนื้อหาที่เมยวดีแชร์ไม่มีแคปชั่นหรือข้อความส่วนตัวประกอบแต่อย่างใด ส่วนพยานปากที่สองตอบคำถามค้านยอมรับว่าประชาชนมีสิทธิตรวจสอบนักการเมืองที่ใช้เงินภาษีของแผ่นดิน
.
ในวันนี้ (16 มิ.ย. 2569) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 11 เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาสรุปใจความสำคัญได้ว่า เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดแล้ว มีลักษณะเป็นการรายงานข่าวเหตุการณ์ที่รัชนีถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของโจทก์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้โจทก์จะปฏิเสธว่าคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดและอยู่ระหว่างอุทธรณ์ แต่โจทก์ก็รับว่าถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจริง
สถานะของรัชนีในฐานะนักการเมืองและผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล การที่เมยวดีแชร์ข้อความดังกล่าวก่อนการเลือกตั้งเพื่อตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของผู้สมัคร จึงเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนทั่วไปสามารถกระทำได้ ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329
ส่วนข้อความที่ระบุว่ารัชนีถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี แม้จะไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากการเสนอข่าวของเพจบัญชีเฟซบุ๊กของบุคคลอื่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เมยวดีสร้างขึ้นเอง การกระทำของเมยวดีจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
หลังอ่านคำพิพากษาผู้พิพากระบุว่า หากโจทก์ไม่พอใจคำตัดสิน ยังสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน โดยก่อนหน้านี้ทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์เปิดเผยว่า นอกจากคดีของเมยวดีแล้ว รัชนียังฟ้องประชาชนที่แชร์โพสต์เดียวกันอีกอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งทุกคดีอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา
อย่างไรก็ตามคดีนี้ลักษณะนี้ยังสะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวลของการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งทางการเมืองหรือประชาชนทั่วไป โดยผู้ถูกฟ้องมักต้องแบกรับภาระในการต่อสู้คดีและเดินทางไกล ซึ่งกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น กรณีลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ยังพบในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่มีการดำเนินคดีกับประชาชนจำนวนมากในจังหวัดพะเยา
.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
