เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทนายความเข้าเยี่ยม “มีชัย” (สงวนนามสกุล) อดีตพนักงานโรงแรมจากเกาะช้างวัย 54 ปี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 เพื่อติดตามสถานะชั้นนักโทษ และความคืบหน้าในกรณีที่ยังไม่ได้รับใบแดงเพื่อยืนยันคดีถึงที่สุดก่อนหน้านี้
ในกรณีนี้ คดีของมีชัยสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2567 ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการอ่านคำสั่งไม่รับรองฎีกาของจำเลย แต่ศาลเพิ่งออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด (ใบแดง) ในวันที่ 19 พ.ย. 2568 หลังมีชัยถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน
ทั้งนี้หลังจากมีชัยถูกคุมขัง ในวันที่ศาลอ่านคำสั่งไม่รับรองฎีกานั้น มีการออกเป็น “หมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา” ไว้ และไม่มีการออกหมายใด ๆ แก้ไขสถานะของผู้ต้องขังหลังจากนั้นจนกระทั่งในเดือน พ.ย. 2568 ทำให้ในระบบข้อมูลของทางเรือนจำ มีชัยยังไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดในช่วงการถูกคุมขังปีเศษที่ผ่านมา
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีชัยต้องเผชิญกับการไม่สามารถเจอครอบครัวในช่วงที่เรือนจำเปิดให้เข้าเยี่ยมญาติใกล้ชิดได้ ทั้งยังเสียสิทธิการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาเกณฑ์ได้รับการอภัยโทษ เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมาด้วย
————————————-
ก่อนการเข้าเยี่ยมในวันนี้ (11 มิ.ย. 2569) ทนายความได้ติดต่อที่ฝ่ายทัณฑ์ของเรือนจำ พบว่าสถานะของมีชัยเป็นนักโทษเด็ดขาดแล้ว แต่ปัจจุบันเขายังเป็นนักโทษชั้นกลาง โดยมีกำหนดการปล่อยตัวในวันที่ 22 มี.ค. 2570 แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างรอหนังสือจากกรมราชทัณฑ์ให้อนุมัติการคำนวนชั้นนักโทษกลับมาอยู่ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าหากมีชัยเข้าเกณฑ์อภัยโทษ ก็จะคิดย้อนหลังให้
มีชัยเล่าว่า ปัจจุบันเขาถูกย้ายมาอยู่ที่แดน 3 ซึ่งเป็นแดนของผู้ต้องขังเด็ดขาดแล้ว ยังคลุกคลีกับการช่วยงานในห้องสมุดอยู่เช่นเดิม ส่วนบรรยากาศในเรือนจำช่วงนี้มีการโยกย้ายผู้ต้องขังกระจายไปตามเรือนจำต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ ในส่วนการมี พ.ร.ฏ.อภัยโทษ 2569 ล่าสุดนี้ คงจะทำให้มีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวพอสมควร
เมื่อถามถึงกรณีของเขา มีชัยบอกว่าไม่ได้กระวนกระวายในการอยู่ในนี้ แต่ต้องการความชัดเจนของสถานะชั้นนักโทษเท่านั้นเอง โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ผิดพลาดอะไร และเรือนจำพิจารณาย้อนเรื่องการคำนวณชั้นนักโทษให้ เขาอาจจะเข้าเกณฑ์อภัยโทษและได้ออกในช่วงเดือนตุลาคมนี้
จากการติดตามเรื่องเพิ่มเติมเรื่องชั้นนักโทษ ทำให้ทราบว่าหากมีหนังสือตอบกลับมาจากกรมราชทัณฑ์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือเจ้าหน้าที่จะเสนอให้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการเซ็นรับทราบ และเจ้าหน้าที่จะทำหนังสือคำสั่ง และให้มีชัยเซ็นเรื่องการปรับชั้นอีกทีหนึ่ง
ปัจจุบัน มีชัยถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนแล้ว ถ้าจะให้เข้าเข้าเกณฑ์อภัยโทษ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้ในระดับชั้นดีก็เพียงพอต่อการเข้าเกณฑ์แล้ว และหากมีชัยเข้าเกณฑ์เมื่อทำเรื่องชั้นนักโทษย้อนหลังอย่างถูกต้องเรียบร้อย ก็มีการดำเนินการตามมาตรา 8 ของ พ.ร.ฏ อภัยโทษฯ ปี 2569 ต่อไป
————————————-
สำหรับคดีของมีชัย เหตุเกิดจาก ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล เป็นผู้ไปแจ้งความกล่าวหาไว้ที่ สภ.บางแก้ว จากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 2 ข้อความ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2563 มีเนื้อหาตั้งคำถามต่อการใช้ภาษีประชาชนของสถาบันกษัตริย์ ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2567 ศาลได้อ่านคำสั่งขออนุญาตฎีกา โดยพบว่าไม่มีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาของจำเลย คดีจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา และต้องบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำให้คดีของมีชัยสิ้นสุดลง และทำให้เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันนั้น
.
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง : Human in Court: รู้จัก “การอภัยโทษ” และมองความสัมพันธ์ต่อความแออัดของเรือนจำ
