ในวันที่ 16 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด นัดฟังคำสั่งในคดีของ “เมยวดี” (นามสมมติ) นิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ถูก ‘รัชนี พลซื่อ’ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดและปัจจุบันเป็น สส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาท จากกรณีแชร์โพสต์วิจารณ์คุณสมบัติการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากเพจ CSI LA
หลังจากคดีนี้มีการไต่สวนมูลฟ้องไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเสร็จสิ้น โดยฝ่ายโจทก์นำพยาน 2 ปาก เข้าเบิกความ ได้แก่ ทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์ และ ประชาชนในเขตเลือกตั้งของโจทก์ ที่เคยเห็นโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด” ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดจึงนัดฟังคำสั่งในวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ว่าคดีมีมูลเพียงพอที่ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่
.
เหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 ปรากฏเพจเฟซบุ๊ก “คันฉ่องส่องราชการไทย in ร้อยเอ็ด” โพสต์ข้อมูลสรุปคดีของครอบครัวพลซื่อ ระบุว่า ‘เอกภาพ พลซื่อ’ สามีของรัชนี พลซื่อ ถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 34 ล้านบาท ขณะที่รัชนี ผู้เป็นภรรยา ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา
จากนั้นเฟซบุ๊กเพจ CSI LA แคปภาพหน้าจอโพสต์ดังกล่าวมาโพสต์ใหม่ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ฝากพรรคกล้าธรรมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยครับ…” ซึ่งเมยวดีได้กดแชร์โพสต์ของเพจ CSI LA เข้าสู่บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ โดยไม่ได้เขียนข้อความแสดงความเห็นอื่นใดเพิ่มเติม
ในวันที่ 9 ม.ค. 2569 รัชนีมอบอำนาจให้ทนายความเข้ายื่นฟ้องเมยวดีต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด โดยโจทก์ระบุในคำฟ้องว่าข้อความที่จำเลยแชร์นั้นบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะขณะที่เมยวดีแชร์โพสต์ดังกล่าว คดีทุจริตของรัชนียังอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เพราะการตัดสิทธิดังกล่าวเป็นกรณีของสามี ไม่ใช่ตัวรัชนีเอง รัชนีจึงยังมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์ยังอ้างด้วยว่า จำเลยแชร์โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพราะมีเจตนาพิเศษมุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อว่าโจทก์เป็นคนทุจริตหรือคนโกง เพื่อให้คะแนนเสียงของโจทก์ลดลงในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569
.
ทนายโจทก์รับ รัชนีถูกจำคุก 6 ปีจริง แต่คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยเพียงกดแชร์ ไม่ได้เขียนอะไรเพิ่ม ส่วนอีกพยานไม่แน่ใจว่าเห็นโพสต์จากเฟซบุ๊กจำเลยโดยตรง – ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบนักการเมือง
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 เวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดนัดไต่สวนมูลฟ้อง ฝ่ายโจทก์นำพยาน 2 ปากเข้าเบิกความจนเสร็จสิ้น
พยานปากแรกคือทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ซึ่งระหว่างการถามค้านของทนายจำเลย ยืนยันว่ารัชนีต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปี จริงตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอน แต่คดียังไม่ถึงที่สุดเพราะอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
พยานยังยืนยันด้วยว่าเนื้อหาที่จำเลยแชร์ไม่มีแคปชั่นหรือข้อความส่วนตัวประกอบแต่อย่างใด มีเพียงข้อความของเพจ CSI LA ที่ฝากให้พรรคกล้าธรรมตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร อ้างอิงมาตรา 42 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 และเบิกความทิ้งท้ายว่าไม่ทราบว่าโจทก์และจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อนหรือไม่
พยานปากที่สองคือดิเรก อ่อนแสง พ่อค้าชาวอำเภอโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตเลือกตั้งของโจทก์ เบิกความว่าเคยเห็นโพสต์ที่กล่าวถึงรัชนีในกลุ่มเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “แจ้งข่าวชาวร้อยเอ็ด” และกลุ่มอื่น ๆ แต่ไม่ยืนยันว่าได้เห็นจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของจำเลยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทนายจำเลยถามค้าน ดิเรกรับว่าประชาชนมีสิทธิตรวจสอบนักการเมืองที่ใช้เงินภาษีของแผ่นดิน และรับทราบว่าการที่รัชนีถูกพิพากษาจำคุก 6 ปีนั้นเป็นเรื่องจริง
ทั้งนี้ ทนายความผู้รับมอบอำนาจโจทก์เปิดเผยว่า นอกจากคดีของเมยวดีแล้ว รัชนียังฟ้องประชาชนที่แชร์โพสต์เดียวกันอีกอย่างน้อย 4 ราย และในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังพบว่ามีกรณีการฟ้องร้องโดย รัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ ผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม ต่อประชาชนหลายราย ที่แชร์โพสต์ข้อความของเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ที่ลงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติในอดีต ในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง และขอให้พรรคกล้าธรรมตรวจสอบคุณสมบัติด้วย
อ่านบันทึกการไต่สวน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
