“เป็นคนที่ 3 ในชีวิตแล้วที่จากไปตอนผมอยู่ในเรือนจำ” : “ก้อง” อุกฤษฎ์ กับการสูญเสียยายระหว่างถูกคุมขังคดี ม.112

วันที่ 21 พ.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ก้อง” อุกฤษฎ์ สันติประสิทธิ์กุล  นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางบางขวาง โดยก้องถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 3 เดือน 

การพบกันครั้งนี้ก้องเล่าว่าเพิ่งทราบข่าวการจากไปของคุณยาย นับเป็นคนที่สามในชีวิตที่เขาต้องสูญเสียระหว่างถูกคุมขัง โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะออกไปร่วมงานศพ

ท่ามกลางความเสียใจที่พยายามทำใจได้แล้ว ก้องยังสะท้อนความกังวลว่าชีวิตในเรือนจำที่วนซ้ำเป็นลูปมาสองปีกว่าแล้วนั้น อาจทำให้ยากต่อการปรับตัวเมื่อออกไป ขณะที่ข่าวดีในวันนี้คือก้องได้เลื่อนชั้นเป็นผู้ต้องขังชั้นดีแล้ว และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ด้วยการเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองทุกวัน

_______________________________

วันนี้ก้องฝากข้อความถึงเพื่อน ๆ หลายคน รวมถึงฝากประสานโครงการซ่อมหนังสือในเรือนจำของเขาด้วย 

เมื่อก้องเปิดบทสนทนา เขาเพิ่งทราบข่าวว่าคุณยายของเขาเสียชีวิต

“เป็นคนที่ 3 ในชีวิตแล้วที่จากไปตอนผมอยู่ในเรือนจำ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะออกไปงานศพ ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับยายคือก่อนตัดสินคดี ม.112” 

ก้องบอกว่าตอนแรกก็เสียใจ แต่ตอนนี้ทำใจได้แล้ว สิ่งที่กังวลมากกว่าคือชีวิตในเรือนจำที่วนซ้ำเป็นลูปมาสองปีกว่าแล้ว กลัวว่ามันจะทำให้สูญเสียความเป็นคนไป และกังวลว่าเมื่อออกไปแล้วจะปรับตัวได้อย่างไร รวมถึงเพื่อน ๆ ที่บอกว่าอาจมาเยี่ยมได้น้อยลงเพราะติดงานประจำ ก้องยังคุยอีกว่าว่าจะช่วยพูดคุยกับ “อารีฟ” อีกผู้ต้องขังทางการเมืองที่มีอาการเครียด และจะชวนออกกำลังกายด้วยกันเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

ก้องฝากความห่วงใยและกำลังใจให้แม่และพ่อเลี้ยงที่สูญเสียยายไป “อยู่ข้างในเลยออกไปร่วมงานด้วยไม่ได้ เขาให้ออกได้แต่กรณีพ่อแม่แท้ ๆ เท่านั้น ได้แต่มองคนจากไป หวังว่าจะได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเร็ววัน” 

ในด้านสภาพจิตใจ ก้องบอกว่าพยายามทำใจให้ร่ม ๆ ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กดดัน ทั้งเรื่องผู้ลี้ภัย ความขัดแย้งในพรรคการเมือง และเศรษฐกิจที่ไม่ดี  “สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเอง ทบทวนทุกกฎหมายที่ได้ร่ำเรียนมา ศึกษารัฐศาสตร์ เพื่อหล่อหลอมให้เรายังยึดมั่นในอุดมการณ์อยู่”  ก้องให้ทัศนะไว้อีกตอนหนึ่ง  ก่อนจะบอกว่าข่าวดีในวันนี้คือก้องได้เซ็นเลื่อนชั้นเป็นผู้ต้องขังชั้นดีแล้ว

ก่อนจากกัน ก้องฝากข้อความออกมาสื่อสารกับรัฐบาลว่า  “เงินสี่แสนล้านบาทที่กู้ไป เห็นอ้างว่าจะใช้กับคนละครึ่งพลัส เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่ผมยังสงสัยว่ามันจะช่วยได้จริงเหรอ เพราะสุดท้าย ต้นตอของปัญหาจริง ๆ ก็คือพิษเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลทั้งสิ้น”

.

ก้อง อุกฤษฎ์ ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. 2567 รวมระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน โดยเขาถูกดำเนินคดีมาตรา 112 สองคดีจากการโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก โดยศาลอาญาและศาลจังหวัดสมุทรปราการพิพากษาถึงชั้นฎีกาลงโทษจำคุก 5 ปี 30 เดือน และ 2 ปี ตามลำดับ ทั้งสองคดีไม่นับโทษต่อกัน ซึ่งเมื่อรวมโทษทั้งสองคดีก้องจะต้องรับโทษ 7 ปี 30 เดือน (หรือประมาณ 9 ปี 6 เดือน) 

.

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงก้อง และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

“ก้อง อุกฤษฏ์” เล่าผลกระทบเศรษฐกิจต่อผู้ต้องขัง-ความพยายามส่งเรื่องประกวดรางวัลพานแว่นฟ้า

X