วันที่ 18 พ.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ และอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา อายถูกคุมขังมาแล้วกว่า 1 ปี 9 เดือน
ครั้งนี้ อายเล่าถึงจดหมายจากโครงการของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำให้เธอยิ้มได้บ้าง แต่ก็ทำให้น้ำตาซึมเมื่อเจอข้อความจากเพื่อนเก่าที่ไม่ได้ติดต่อกันนาน
ในความรู้สึกของอายหลังอยู่มาเกือบสองปี เธอบอกว่ารู้สึกเต็มลิมิตแล้ว เหนื่อย และยังทำใจยอมรับไม่ค่อยได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังยืนหยัดอยู่คือความคับแค้นและความตั้งใจที่จะสานต่อสิ่งที่ “บุ้ง” เนติพร เคยทำ โดยในวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีที่บุ้งจากไป เธอได้อดอาหารทั้งวัน และกินแต่น้ำเพื่อไว้อาลัย ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “เรามีสิทธินะ แม้เราจะเป็นผู้ต้องขัง เราก็ยังมีสิทธิมนุษยชน”
___________________________________
อายเล่าว่าได้รับจดหมายจากโครงการของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล มีข้อความส่งมาจากผู้คนราว 30-40 ข้อความ อายอ่านแล้วก็ยิ้ม ๆ แต่พอพลิกไปเรื่อย ๆ เจอข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ไม่ได้ติดต่อกันนาน เขาเขียนมาถามว่า “ตกใจมาก เพิ่งรู้วันนี้ว่ามึงอยู่ข้างใน แต่มึงเก่งอยู่แล้ว อดทนนะ สู้นะเพื่อน ได้จดหมายไหม เขียนไปหา” อายรู้ดีว่าจะไม่มีทางได้รับจดหมายฉบับนั้นโดยตรง เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ได้อยู่ใน 10 รายชื่อที่เรือนจำอนุญาต
อายเล่าว่าช่วงนี้รู้สึกเต็มลิมิตแล้ว อยู่มาเกือบ 2 ปีแล้ว เหนื่อย รู้สึกว่าโดนดูดพลังงานมากมาย “เวหา” เพื่อนผู้ต้องขังคดี ม.112 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขียนจดหมายมาคุยว่าระบอบนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ไม่ใช่เวลาของเรา อายรู้สึกว่าที่เวหาเขียนเป็นเรื่องจริง แต่ยังทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ บางทีเจ้าหน้าที่ข้างในก็มีอคติกับเธอ ดูจากสายตาและท่าทาง “อยู่ในนี้เราต้องหนักแน่น ถ้าไม่หนักแน่นก็จิตหลุดได้เหมือนกัน เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อมีความสุขนะ แต่อยู่รอวันที่ปราสาทของมันจะพังทลายลงมากกว่า มันกลายเป็นความคับแค้นไปแล้ว”
จากนั้นอายพูดถึงวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของ ‘บุ้ง เนติพร’ ผู้ต้องขังทางการเมืองที่จากไประหว่างถูกคุมขัง อายพยายามกลั้นน้ำตาขณะเล่าว่าในวันนั้นเธออดอาหารทั้งวัน กินแต่น้ำเพื่อเป็นการไว้อาลัย “ถามว่าสนิทกับบุ้งมั้ย ก็ประมาณหนึ่ง เรามีความคิดเดียวกันคือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมใหม่ อายจะสานต่อสิ่งที่บุ้งทำ”
อายย้ำว่าเธอยังเป็นพี่อายคนเดิมของน้องทุกคน เป็นเพื่อนคนเดิม ชอบกวนตีน ชอบท้าทาย ไม่ได้ลดราวาศอกอะไร แต่อาจจะมีสติมากขึ้น มีความอดทนมากขึ้น เธอร้องไห้พูดว่า “อายไม่ได้อยากให้ใครเข้ามาอีก อยู่ในคุกมันไม่ได้สบายเลย อายไม่ได้นอนกางแขนกางขา ไม่ได้นอนบนฟูก ไม่ได้กอดแคร์แบร์มา 2 ปีแล้ว ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอาพวงกุญแจแคร์แบร์ที่น้องซื้อให้มาใช้”
ถึงอย่างนั้น อายบอกว่าแม้จะขาดอิสรภาพ ขาดอะไรหลาย ๆ อย่าง สมองของเธอยังเป็นอิสระอยู่ ความคิดไปไกลแล้ว จินตนาการถึงวันที่จะได้ออกไปดูหมอก ไปเที่ยวน้ำตก ขณะที่อยู่ข้างใน หนังสือบางเล่มยังอายุเยอะกว่าเธออีก ทุกอย่างติดอยู่ในอดีตหมด ก่อนทิ้งท้ายว่า “เรามีสิทธินะ แม้เราจะเป็นผู้ต้องขัง เราก็ยังมีสิทธิมนุษยชน”
.

ทั้งนี้ ในวันที่ 30 พ.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป จะมีการจัดกิจกรรมเสวนาและปาฐกถาในหัวข้อ “Her Movement, We Move(ing)” เพื่อร่วมสำรวจประเด็นสิทธิของผู้หญิงในบทบาทนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยถอดบทเรียนผ่านเรื่องราวของ บุ้ง เนติพร โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ ห้อง 102 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร
.
📩 สามารถเขียนจดหมายถึงอาย ฝากถึง “กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน เรือนนอนทับทิม ทัณฑสถานหญิงกลาง 33/3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”
📩 หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
