เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีของ “ป่าน” กตัญญู หมื่นคำเรือง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนไปร่วมชุมนุมจำนวน 2 โพสต์ ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2564
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นยกฟ้อง “ป่าน” กตัญญู เห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่าจำเลยเป็นแอดมินหรือผู้โพสต์ข้อความในเพจทะลุฟ้า และพยานโจทก์ที่ยืนยันภาพจำเลยในที่ชุมนุมเป็นเพียงพยานบอกเล่า จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าบุคคลตามภาพเป็นจำเลย อีกทั้งการปรากฏตัวของจำเลยในการชุมนุมก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามวันและเวลาที่ถูกฟ้อง
.
‘แน่งน้อย’ อดีตกลุ่ม ศชอ. แจ้งความดำเนินคดี ‘ป่าน’ กล่าวหาเป็นแอดมินเพจทะลุฟ้า โพสต์เชิญชวนชุมนุม #ม็อบ11สิงหา – #ม็อบ13สิงหา ปี 64
คดีนี้มี แน่งน้อย อัศวกิตติกร ซึ่งขณะนั้นเคลื่อนไหวในนาม “ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์” (ศชอ.) เป็นผู้กล่าวหาไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
กตัญญูถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินของเพจ “ทะลุฟ้า” และโพสต์ข้อความจำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 10 และ 12 ส.ค. 2564 เชิญชวนให้ไปร่วมการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า ได้แก่ #ม็อบ11สิงหา “ไล่ทรราช” และ #ม็อบ13สิงหา “ศุกร์13ไล่ล่าทรราช” บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ต่อมา วันที่ 12 ม.ค. 2565 กตัญญูพร้อมทนายความเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน หลังทราบว่าถูกออกหมายจับไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 โดยที่เธอไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน
วันที่ 18 ต.ค. 2565 พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญา และสืบพยานเมื่อวันที่ 5-8 ก.ย. 2566 โดยจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้เป็นแอดมินเพจและไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความทั้ง 2 โพสต์ ทั้งพยานหลักฐานโจทก์ก็ไม่ปรากฏใบหน้าของผู้ไลฟ์สดชัดเจน รวมถึงข้อความเชิญชวนให้มาชุมนุมทั้ง 2 โพสต์ เป็นข้อความชวนมาร่วมชุมนุมโดยสงบและสันติ ไม่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่นให้ทำผิดกฎหมาย
.
ต่อมา วันที่ 22 พ.ย. 2566 ศาลอาญามีคำพิพากษาเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี และไม่รอลงอาญา โดยศาลเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันว่า จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมและเป็นผู้ไลฟ์สดในวันเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่า จำเลยย่อมรู้เห็นเกี่ยวกับการโพสต์เชิญชวน จึงถือเป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนในลักษณะหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุจูงใจให้คนมาร่วมชุมนุม
การที่จำเลยกับพวกชักชวนให้คนมาชุมนุม เป็นการกระทำที่มีเจตนาให้มีการรวมตัวกันของบุคคลจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และเล็งเห็นผลได้ว่า จะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 จนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ โดยให้วางหลักประกัน 100,000 บาท
.
ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยสรุปว่า ตำรวจได้หลักฐานมาโดยวิธีที่มิชอบด้วยกฎหมาย พยานโจทก์เป็นเพียงพยานบอกเล่าไม่ใช่ประจักษ์พยานและศาลชั้นต้นเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างกลุ่ม “ทะลุฟ้า” และ “ทะลุวัง” ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกัน รวมถึงอีกคดีในเหตุการณ์เดียวกันกับที่ฟ้องอัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง
ต่อมาวันที่ 9 เม.ย. 2569 ในนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กตัญญูไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลจึงออกหมายจับและเลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 14 พ.ค. 2569
.
พิพากษากลับยกฟ้อง เห็นว่า จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจทะลุฟ้า แม้จะปรากฏตัวในการชุมนุมแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามวันและเวลาที่โจทก์บรรยายฟ้อง
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 609 ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาเวลา 10.18 น. โดยนายประกันได้แถลงต่อศาลว่าไม่สามารถติดต่อกตัญญูได้ ศาลจึงปรับนายประกันเต็มจำนวนเงินประกันและกล่าวว่า ‘ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง’ ก่อนจะส่งคำพิพากษาให้นายประกันลงลายมือชื่อ
หลังจากติดตามคัดถ่ายคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว มีรายละเอียดสรุปเป็นประเด็นว่า
- ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้ใช้งานหรือดูแลบัญชี “ทะลุฟ้า-thalufah” ในเฟซบุ๊กและไม่ได้เป็นผู้โพสต์ชวนชุมนุมทั้ง 2 ข้อความตามฟ้อง ในวันที่ 10 และ 12 ส.ค. 2564
ตามทางนำสืบของโจทก์มี พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ รองสารวัตรสืบสวน บก.ปอท. เบิกความว่า ได้ส่งลิงก์ล่อลวงเข้าไปยังเฟซบุ๊ก “ทะลุฟ้า-thalufah” เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ IP Address ของผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลบัญชีจึงทราบว่ามี บุคคล 2 คน เป็นผู้บริหารระบบ (Admin) ซึ่งจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่าจำเลยเป็น ผู้ใช้งานหรือดูแลบัญชี “ทะลุฟ้า-thalufah” หรือเป็นผู้โพสต์ข้อความตามฟ้อง
- ในส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมและเป็นผู้ไลฟ์สดในวันเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่า จำเลยย่อมรู้เห็นเกี่ยวกับการโพสต์เชิญชวน
ตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ไลฟ์สดการชุมนุมในวันที่ 13 ส.ค. 2564 โดยใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “ทะลุฟ้า-thalufah” นั้น พยานโจทก์ปาก พ.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ พุ่มพวง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนประจำกองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เบิกความว่า ได้รับข้อมูลจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมและได้ถ่ายภาพบุคคลที่ไลฟ์สด แต่เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่เบิกความไปตามรายงานการสืบสวน และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าตามภาพถ่ายรายงานการสืบสวนเป็นบุคคลใด เมื่อโจทก์ไม่ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจผู้ถ่ายภาพมาเบิกความ จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าบุคคลตามภาพเป็นจำเลย
นอกจากนี้ พยานโจทก์ปากอื่น ได้แก่ พ.ต.ท.โสภณ แย้มชมชื่น รองผู้กำกับการ สน. ดินแดง, พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี รองผู้กำกับการ สน.พญาไท และ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รองผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน ก็เบิกความทำนองเดียวกันว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 และ 13 ส.ค. 2564 เป็นการชุมนุมที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มทะลุวังที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มทะลุฟ้า
- ในส่วนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3)
แม้ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยเป็นบุคคลตามภาพรายงานการสืบสวน ถือเป็นเพียงข้อบ่งชี้ว่าจำเลยอยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า ในวันที่ 13 ส.ค. 2564 เท่านั้น เมื่อตามฟ้องโจทก์ ระบุวันเวลาและสถานที่ เฉพาะในวันที่ 10 และ 12 ส.ค. 2564 เท่านั้น ดังนั้น การที่จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า ในวันที่ 13 ส.ค. 2564 จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาตามฟ้อง จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (3) ได้
ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลย
ลงชื่อผู้พิพากษา ได้แก่ ชาคริต จุลมนต์, สิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์ และภัทรศักดิ์ ศิริสินธว์
.
.
อ่านบันทึกสืบพยานคดีนี้: บันทึกการต่อสู้คดี ม.116 ของ “ป่าน” หลังถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์ชวนชุมนุม ‘ไล่ล่าทรราช’ ปี 64
อ่านสรุปรายงาน Trial Watch ที่สังเกตการณ์คดีนี้ ก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ชวนอ่านรายงานโครงการ Trial Watch ชี้ปัญหาคดี ม.116 ของ ‘ป่าน กตัญญู’ ขัดต่อหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
อ่านบทสัมภาษณ์กตัญญู: ป่าน ทะลุฟ้า: มองพัฒนาการ ‘เพศ’ ในขบวนนักกิจกรรม และความไม่เท่าเทียมในเรือนจำหญิง
อ่านสถานการณ์คดีมาตรา 116: ย้อนมองข้อหา ม.116 เครื่องมือทางการเมืองที่ยังคงถูกใช้สืบเนื่องจากยุค คสช.
