จับตา ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์คดี ม.116 ของ “ป่าน กตัญญู” กรณีถูกกล่าวหาเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์เชิญชวนชุมนุม หลังศาลชั้นต้นลงจำคุก 2 ปี

ในวันที่ 9 เม.ย. 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีของ “ป่าน” กตัญญู หมื่นคำเรือง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า ซึ่งถูกฟ้องในข้อหา “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนไปร่วมชุมนุมจำนวน 2 โพสต์ ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2564 

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง รวมโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และศาลอาญาให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ฝ่ายจำเลยได้ยื่นโต้แย้งอุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา

.

‘แน่งน้อย’ กล่าวหาขณะเคลื่อนไหวในนาม ศชอ. เหตุเพจทะลุฟ้าโพสต์ชวนร่วมชุมนุม

คดีนี้มี แน่งน้อย อัศวกิตติกร ซึ่งขณะนั้นเคลื่อนไหวในนาม “ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์” (ศชอ.) เป็นผู้กล่าวหาไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยกล่าวหาว่า กตัญญูเป็นแอดมินของเพจ “ทะลุฟ้า” และได้โพสต์ข้อความจำนวน 2 โพสต์ เมื่อวันที่ 10 และ 12 ส.ค. 2564 เชิญชวนให้ไปร่วมการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า ได้แก่ #ม็อบ11สิงหา “ไล่ทรราช” และ #ม็อบ13สิงหา “ศุกร์13ไล่ล่าทรราช” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

การชุมนุมทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้ชุมนุมพยายามจะเคลื่อนไปยังบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ และครั้งหลังยังเกิดเหตุการณ์ที่ ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ลูกนัท” ถูกเจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางของเข้าที่ตาจนตาบอดด้วย

ต่อมา วันที่ 12 ม.ค. 2565 กตัญญูพร้อมทนายความเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. หลังทราบว่า ถูกออกหมายจับไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 โดยที่เธอไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน 

วันที่ 18 ต.ค. 2565 พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญา ก่อนศาลทำการสืบพยานเมื่อวันที่ 5-8 ก.ย. 2566 โดยจำเลยต่อสู้ว่า ตนไม่ได้เป็นแอดมินเพจและไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนในทั้ง 2 โพสต์ดังกล่าว ทั้งพยานหลักฐานโจทก์ก็ไม่ปรากฏใบหน้าของผู้ไลฟ์สดชัดเจน รวมถึงข้อความเชิญชวนให้มาชุมนุมในทั้ง 2 โพสต์ ก็ไม่ได้มีข้อความใดที่เป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนออกไปทำผิดกฎหมาย เป็นเพียงข้อความที่ชวนให้ไปชุมนุมโดยสงบและสันติเท่านั้น

นอกจากนี้ เหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการประกาศยุติการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าแล้ว และยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเป็นคนละที่กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่กลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมด้วย

.

.

ศาลชั้นต้นเห็นว่าผิด เห็นว่าไปร่วมชุมนุม-ไลฟ์สด แม้ไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้โพสต์เชิญชวน

วันที่ 22 พ.ย. 2566 ศาลอาญามีคำพิพากษาเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง โดยลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี และไม่รอลงอาญา

ศาลเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันว่า จำเลยเข้าร่วมการชุมนุมและเป็นผู้ไลฟ์สดในวันเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่า จำเลยย่อมรู้เห็นเกี่ยวกับการโพสต์เชิญชวนให้คนมาชุมนุม จึงมาร่วมชุมนุมและไลฟ์สดได้ เมื่อจำเลยรู้เห็นเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความทั้ง 2 โพสต์ จึงถือเป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนในลักษณะหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุจูงใจให้คนมาร่วมชุมนุมกันเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ออกจากตำแหน่ง

ศาลเห็นว่า การที่จำเลยกับพวกชักชวนให้คนมาชุมนุม เป็นการกระทำที่มีเจตนาประสงค์ต่อผลให้มีการรวมตัวกันของบุคคลจำนวนมาก เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และเล็งเห็นผลได้ว่า จะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ได้โดยง่าย จนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวกตัญญู โดยให้วางหลักประกันจำนวน 100,000 บาท

.

จำเลยอุทธรณ์ โต้โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้โพสต์ข้อความ รวบรวมพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ ศาลชั้นต้นตีความขยายความ

ต่อมา กตัญญูได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยชี้ถึงประเด็นต่าง ๆ โดยสรุปว่า

1. คดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้สืบหาตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีเพจทะลุฟ้า โดยดำเนินการส่งลิงก์หรือที่อยู่บนอินเตอร์เน็ทล่อลวงไปยังเพจเพื่อให้ผู้ดูแลเพจทำการกดลิงก์ ให้ได้ข้อมูลที่อยู่ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่ากระบวนการฟิชชิ่ง (Phishing) ซึ่งเป็นวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลที่ไม่มีกฎหมายรองรับ การรวบรวมพยานหลักฐานจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องห้ามรับฟัง

ทั้งตามรายงานการตรวจสอบ ยังพบว่าบุคคลที่กดเข้าถึงลิงก์ล่อลวงดังกล่าว ก็กลับไม่ใช่จำเลยในคดีนี้ และไม่มีพยานเอกสารหรือพยานโจทก์ปากใดเบิกความว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับบุคคลดังกล่าว และทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กและเป็นผู้โพสต์ข้อความตามฟ้องแต่อย่างใด 

นอกจากนั้น ลักษณะการอยู่ในเหตุการณ์การชุมนุมและทำการไลฟ์สดเหตุการณ์นั้น แตกต่างจากการเป็นผู้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลตามฟ้องอย่างสิ้นเชิง การตีความลักษณะดังกล่าว ให้ผู้นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ให้รวมถึงผู้อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมและทำการไลฟ์สดเหตุการณ์ไปด้วย เป็นการตีความขยายความ ขัดต่อการตีความกฎหมายอาญาที่ต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด

2. ในประเด็นที่พิจารณาว่าจำเลยเป็นผู้ไลฟ์สดเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุชุมนุมนั้น โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นอย่างชัดเจนได้ โดยพยานโจทก์ปากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่เบิกความอ้างว่าจากมุมกล้องไลฟ์สดในเพจ เจ้าหน้าที่พบบุคคลลักษณะคล้ายจำเลย ซึ่งน่าจะเป็นผู้ไลฟ์สด แต่พยานโจทก์ปากดังกล่าวก็ไม่ได้อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แต่ได้รับรายงานมาจากผู้ใต้บังคับบัญชา 

ทั้งไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ ที่เป็นประจักษ์พยาน โดยไม่มีแม้แต่ยศชื่อตำแหน่งในสำนวนคดี ทั้งไม่มีการนำมาเบิกความต่อศาล พยานโจทก์ที่นำมาเบิกความจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าทั้งหมด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ พยานโจทก์ก็อ้างว่าได้รับมาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แต่ไม่ได้ถ่ายด้วยตนเอง และภาพดังกล่าวก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคลใดอย่างชัดเจน

3. ศาลชั้นต้นยังมีคำวินิจฉัยในลักษณะที่เข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างกลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่มทะลุวัง ทั้งที่เป็นคนละกลุ่มกัน และคำฟ้องระบุถึงการรวมตัวของกลุ่มทะลุฟ้า ไม่ใช่กลุ่มทะลุวังแต่อย่างใด โดยพยานโจทก์หลายปากไม่อาจระบุความแตกต่างระหว่างกลุ่มกิจกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นสาระสำคัญในคำฟ้อง

ทั้งการชุมนุมในทั้งสองวันที่นัดหมายโดยกลุ่มทะลุฟ้าบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนประกาศยุติชุมนุม โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ไม่มีการยุยงให้เกิดการล่วงละเมิดกฎหมาย และไม่ปรากฏเหตุการณ์ปะทะหรือขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ในการชุมนุมนี้แต่อย่างใด  

โดยในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 ซึ่งจำเลยได้ถูกกล่าวหาในข้อหาร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แยกเป็นอีกคดีหนึ่งนั้น พนักงานอัยการศาลแขวงดุสิตก็ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีของผู้เข้าร่วมชุมนุมที่เป็นนักกิจกรรมและประชาชนรวม 13 คน ไปแล้ว โดยอัยการเห็นว่าไม่มีพฤติการณ์ใดอันเป็นการแสดงว่าผู้ชุมนุมมีการยุยงให้เกิดความไม่สงบ และไม่ปรากฏเหตุการณ์ปะทะหรือขัดแย้งกับเจ้าพนักงานตามกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งจำเลยได้ยื่นคำสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวประกอบไว้แล้ว

.

อ่านบันทึกสืบพยานคดีนี้: บันทึกการต่อสู้คดี ม.116 ของ “ป่าน” หลังถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ “ทะลุฟ้า” โพสต์ชวนชุมนุม ‘ไล่ล่าทรราช’ ปี 64

อ่านสรุปรายงาน Trial Watch ที่สังเกตการณ์คดีนี้ ก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ชวนอ่านรายงานโครงการ Trial Watch ชี้ปัญหาคดี ม.116 ของ ‘ป่าน กตัญญู’ ขัดต่อหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

อ่านบทสัมภาษณ์กตัญญู: ป่าน ทะลุฟ้า: มองพัฒนาการ ‘เพศ’ ในขบวนนักกิจกรรม และความไม่เท่าเทียมในเรือนจำหญิง

อ่านสถานการณ์คดีมาตรา 116: ย้อนมองข้อหา ม.116 เครื่องมือทางการเมืองที่ยังคงถูกใช้สืบเนื่องจากยุค คสช.

.

X