“ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อากาศร้อนจัดจนผมมีอาการปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เท้าชาทั้งสองข้าง เหงื่อไม่ออก แถมมีอาการเกือบหน้ามืดเป็นบางครั้ง ผมจึงออกพบแพทย์ฉุกเฉินในวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา แพทย์วินิจฉัยผมมีความเสี่ยงเป็น Heatstroke ยิ่งผมทานยารักษาอาการต่อมลูกหมากโต เริ่มมีอาการตับ-ม้ามโตก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก” จดหมายจากเอกชัย, เรือนจำกลางคลองเปรม
“ขึ้นห้องแล้วก็อาบน้ำบ่อย ๆ เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัว เช็ดเบาะนอนให้นอนสบายขึ้น เพราะกลางคืนมันร้อนอบอ้าว ต้องทำแบบนั้นทั้งคืนเพื่อให้เย็นพอที่จะนอนหลับได้ บางคืนก็ตื่นมาเหงื่อแตก จะนอนได้แต่ละทีต้องข่มตานอน” คำบอกเล่าของ ก้อง อุกฤษฏ์, เรือนจำกลางบางขวาง
“บางวันมันร้อนจนต้องพับที่นอน นอนบนพื้นกระเบื้องจะได้เย็นขึ้นบ้าง ตื่นมาเหงื่อเปียกซึมเต็มหลังจนถึงพื้นกระเบื้อง เพลียจนต้องหาเกลือแร่กิน มันสาธยายไม่ได้เลย เหมือนอยู่ในนรก กลัวคนเป็นฮีทสโตรกข้างใน เพราะมันแออัดกันมาก” คำบอกเล่าของ “อาย” กันตฤทัย, ทัณฑสถานหญิงกลางฯ
ปี 2569 ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2569 นับว่าเร็วกว่าปกติ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าช่วงปลายมีนาคมถึงเมษายนจะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส ในขณะที่ดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งวัดความร้อนที่ร่างกายสัมผัสจริงเมื่อรวมความชื้น อาจพุ่งสูงถึง 52-60 องศาเซลเซียส ตัวเลขนี้คือความร้อนที่ร่างกายมนุษย์จะรู้สึกจริง
ขณะที่โลกภายนอกยังพอมีพื้นที่ให้หลบเร้นใต้ร่มเงา มีเครื่องปรับอากาศ หรือน้ำดื่มเย็นฉ่ำไว้คอยบรรเทาความร้อนระอุ แต่สำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 63 ชีวิต ที่ถูกคุมขังกระจายตัวอยู่ตามเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศในปีนี้ พวกเขาจำต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ทางเลือก รวมทั้งผู้ต้องขังในคดีอื่น ๆ กว่า 3 แสนคนทั่วประเทศ
ก่อนเดือนแห่งความร้อนที่แสนจะทรหดจะผ่านพ้นไป บันทึกเยี่ยมผู้ต้องขังทางการเมืองระหว่างเดือน มี.ค. – เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา เป็นร่องรอยสำคัญที่บอกเล่าถึงความร้อนระอุภายในเรือนจำที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เสียงสะท้อนเหล่านี้ถูกส่งออกมาจากพื้นที่ปิดกั้นจากสังคมภายนอก สภาวะอากาศที่พุ่งสูงขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สร้างความทุกข์ทรมานที่ไร้เสียง และเป็นสิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าแม้แต่ในแง่ของสิทธิขั้นพื้นฐานเพื่อลดความทุกข์ทรมานจากสภาพอากาศ พวกเขาก็ยังเข้าไม่ถึงการบรรเทาที่เพียงพอ
.
เสียงของผู้เผชิญความร้อนจากข้างใน
“อุกฤษฎ์” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางบางขวาง ฉายภาพว่าปีนี้ร้อนกว่าปีก่อน ๆ มาก อยู่ในร่มยังร้อนเหมือนอยู่กลางแดด ไอร้อนพุ่งเข้ามาจากทุกด้าน เจ้าหน้าที่ก็ประกาศเตือนให้ระวังฮีทสโตรก แต่ในเรือนจำก็ไม่ได้มีมาตรการใดที่เฉพาะเจาะจงเรื่องนี้
“อากาศร้อนมาก แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้ อยู่ในนี้แก้ร้อนด้วยการซื้อน้ำแข็ง ขึ้นห้องแล้วก็อาบน้ำบ่อย ๆ เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัว เอาผ้าชุบน้ำเช็ดเบาะก่อนนอนให้นอนสบายขึ้น เพราะกลางคืนมันร้อนอบอ้าว ต้องทำแบบนั้นทั้งคืนเพื่อให้เย็นพอที่จะนอนหลับได้
“บางคืนก็ตื่นมาเหงื่อแตก จะนอนได้แต่ละทีต้องข่มตานอน บางคนก็ร้อนจนหายใจไม่ออก มันเคยมีกรณีคนแก่เป็นฮีทสโตรกอยู่ในเรือนจำ เขาก็พาไปรักษาโรงพยาบาล แต่สุดท้าย ก็เสียชีวิต จึงต้องระวังเรื่องฮีทสโตรกมาก โดยเฉพาะคนที่เล่นกีฬากลางแจ้ง”
“นัฏฐพล” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมว่า ตอนช่วงกลางวันจะไม่ร้อนเท่าช่วงกลางคืน เพราะช่วงกลางวันอาศัยหลบอยู่ใต้มุมตึกได้ ผู้ต้องขังกระจายกันอยู่ ไม่ได้แออัดอยู่ในที่เดียวกัน และลมก็โกรกมีความเย็นพัดผ่านบ้าง
แต่พอช่วงกลางคืนผู้ต้องขังจะถูกยัดให้อยู่ในอาคารนอนซึ่งแบ่งห้องหลายห้องจนเหลือพื้นที่ส่วนตัวแคบ ๆ ที่ระบายอากาศไม่ค่อยดี ตอนนี้ในห้องนอนของเขาต้องอยู่รวมกันถึง 32 คน ตัวนัฏฐพล ถูกย้ายไปนอนตรงหัวห้อง ทำให้พัดลมที่มีอยู่เพียง 4 ตัว กระจายลมไปไม่ถึงเขา คนที่นอนกลางห้อง จะได้พัดลมมากหน่อย แต่คนที่นอนหัวห้อง หรือท้ายห้องแทบจะไม่โดนพัดลมเลย อีกสักพักคิดว่าน่าจะมีการย้ายคนเข้ามาที่ห้องเพิ่ม ก็คงจะเบียดกันเพิ่มขึ้นอีก
ผู้ต้องขังชาวเพชรบูรณ์เล่าว่า อากาศร้อนขึ้นแต่ข้างในก็ไม่ได้มีข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไป การอาบน้ำยังคงเหมือนเดิม คือให้อาบน้ำ 2 เวลา ในช่วงเช้ากับช่วงบ่าย ช่วงเช้าจะได้อาบน้ำประมาณ 07.00 – 08.00 น.ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นเวลา 13.00 – 14.00 น. ไม่มีการกำหนดว่าผู้ต้องขังแต่ละคนจะต้องอาบน้ำเวลาเท่าใด หรือจำนวนขันเท่าใด เพียงแต่ว่าให้อาบภายในระยะเวลาที่ระบุ หากถึงเวลาที่กำหนดแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะไปปิดตรงที่อาบน้ำเลย
ขณะที่ “ตัน” สุรนาถ ผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 จากเรือนจำกลางคลองเปรม บรรยายหน้าร้อนครั้งแรกในเรือนจำของเขาว่าข้างในอากาศร้อนจัด นอนเหงื่อแตกยัน 5 ทุ่ม เหมือนนอนเบาะน้ำ แออัดด้วย พัดลมก็เอาไม่อยู่ แดดมันเผาตึกทั้งวัน กว่าจะคลายความร้อนก็ดึกแล้ว
“ต้องอาบน้ำเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง จนกว่าจะได้นอนจริง ๆ คือช่วง 3 ทุ่ม บนห้องต้องจัดคิวอาบกันเลยเพราะคนเยอะ แต่ก็อาบเต็มที่ไม่ได้ บางคนก็ทำได้แค่เอาน้ำราดตัว รวม ๆ ทั้งวันต้องอาบน้ำอยู่ 5 รอบ ตอนอยู่ข้างล่างจะอาบน้ำได้แค่ช่วงอ่างเปิด คือ 06.30 น.”
ตันเปรียบความร้อนในเรือนจำว่า ขวดน้ำวางอยู่ในที่ร่มยังร้อนจนอุ่นเลย อีกวิธีแก้ปัญหาคือสั่งน้ำแข็ง ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนละ 7 บาทได้ แล้วก็เอาถังมาทุบให้ก้อนน้ำแข็งเล็กลงใส่แก้วเพื่อดื่มกับน้ำได้ แล้วก็เอาผ้าห่อถังไว้อีกทีเพื่อให้มันละลายช้า ในทุก ๆ วันเขาจะได้น้ำแข็งตอนแปดโมงกว่า ๆ และต้องรักษาให้มันอยู่นานที่สุด โดยช่วงนี้เขาสั่งน้ำแข็งวันละ 3 ก้อน เพื่อให้พอกับเพื่อนผู้ต้องขังด้วย
“ความร้อนพีคขึ้นตลอด” ตันเล่าให้ฟังขณะทนายเข้าเยี่ยม เขาเหงื่อโทรมกาย พยายามโบกพัดเสื้อให้ลมเข้า
“รอฝนตกให้อุณหภูมิมันคลายไป ก็ไม่มีเลย อาบน้ำเสร็จก็เหงื่อไหลเหมือนเดิม ดีว่าห้องที่เราอยู่ยังบริหารจัดการกันได้ ใช้น้ำกันเท่าที่มีได้ คุยกันรู้เรื่อง ถ้าอยู่ข้างล่างยังพอหาวิธีผ่อนคลายได้หลายอย่าง แต่อยู่ข้างบนทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากอาบน้ำ ถ้าทะเลาะกันในห้องอีกคงแย่”
ด้านทัณฑสถานหญิงกลาง “อาย” กันต์ฤทัย ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 พูดถึงห้องที่นอนอัดกัน 170-180 คน อากาศก็ถ่ายเทไม่ดี ทำให้ป่วย ไอ คันคอทั้งคืน จนต้องไปสถานพยาบาล ก่อนได้ยาแก้แพ้กับยาแก้ไอมากิน ก็ยังไม่หาย เลยต้องซื้อยาอมแก้เจ็บคอ ซองละ 45 บาท วันละ 2 ซอง เพื่ออมให้ชุ่มคอระหว่างวัน
อายให้ภาพว่า อากาศมันร้อนจริง ๆ ร้อนจนผดขึ้นแขน พยายามทายาอยู่ ต้องพยายามซักผ้าห่มทุกสองอาทิตย์ เผื่อไม่ให้สกปรก อายพยายามจะสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลัวว่าจะเป็นเหา เป็นโรคผิวหนัง และต้องอาบน้ำวันละ 2 รอบ
“บางวันมันร้อนจนต้องพับที่นอน แล้วนอนบนพื้นกระเบื้องจะได้เย็นขึ้นบ้าง ตื่นมาเหงื่อเปียกซึมเต็มหลังจนถึงพื้นกระเบื้อง เพลียจนต้องหาเกลือแร่กิน มันสาธยายไม่ได้เลย เหมือนอยู่ในนรก กลัวคนเป็นฮีทสโตรกข้างใน เพราะมันแออัดกันมาก” อายกล่าวไว้อีกตอน
“วชิระ” ผู้ต้องขังคดีแฮ็กเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ให้ภาพเรื่องการกำหนดเวลาในการอาบน้ำและปริมาณการใช้น้ำในเรือนจำนั้นยังคงเป็นปัญหาอยู่เช่นเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ปัญหาหนักสุดไม่ใช่เรื่องการไม่มีน้ำใช้อาบ แต่เป็นเรื่องไม่มีน้ำใช้เวลาเข้าห้องน้ำข้างบนเรือนนอน เนื่องจากผู้ต้องขังหลายคนใช้น้ำในห้องน้ำที่กันไว้สำหรับเวลาขับถ่าย เอาไปใช้อาบน้ำกันหมด พอถึงเวลาจะต้องใช้น้ำเพื่อชำระเวลาขับถ่ายจริง ๆ ก็ไม่มีน้ำเหลือเสียแล้ว
“คิดว่าถ้าอากาศร้อนกว่านี้ และนโยบายของเรือนจำเรื่องจำกัดน้ำใช้ยังเป็นแบบนี้อยู่ คงเดือดร้อนกว่านี้” วชิระกล่าว
นอกจากนี้ “วิจิตร” อีกผู้ต้องขังคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในวัย 60 ปี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เล่าว่าตัวเองประสบปัญหาสุขภาพซ้อนทับกับความร้อนอย่างเจ็บปวดที่สุดเหมือนกัน
เขายังต้องรักษาอาการปอดมีฝ้าขาวจากการติดเชื้อเมื่อปี 2568 อย่างต่อเนื่อง และต้องกินยากดภูมิคุ้มกันมาเป็นเวลานาน ในบรรยากาศของความกังวลเหล่านั้น รวมถึงอากาศที่ร้อนมาก ๆ เขาเพิ่งได้รับข่าวว่าอาจถูกย้ายจากแดน 7 ซึ่งคนไม่แออัดและอากาศถ่ายเทดี ไปยังแดนใหญ่ที่มีผู้ต้องขังหนาแน่นกว่าเดิม
“ถ้าต้องลงแดนใหญ่ คนแออัดมาก ๆ เกิดเราติดเชื้อซ้ำอีกจะหนักกว่าเดิม เพราะกินยากดภูมิมาเป็นเวลานาน จึงทำเรื่องขอพบหมอให้วินิจฉัย อยากจะขออยู่แดน 7 ต่อไป เพราะคนไม่เยอะ อากาศถ่ายเท”
.
สำรวจตัวอย่างวิธีจัดการคลื่นความร้อนในเรือนจำต่างประเทศ
เมื่อมองออกไปจากวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการแก้ปัญหาสภาพเรือนจำ วิกฤตความร้อนระอุภายในเรือนจำไม่ใช่เรื่องอุบัติใหม่ ทว่าแนวทางการรับมือและนโยบายของแต่ละประเทศ กลับเป็นร่องรอยสำคัญที่บ่งบอกถึงทัศนคติของสังคมนั้น ๆ ว่าเราต่างมองคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังอย่างไร
.
สหราชอาณาจักร: ระบบแจ้งเตือนที่เชื่อมกับอุตุนิยมวิทยา
ในสหราชอาณาจักร หน่วยงานบริหารเรือนจำและคุมประพฤติ หรือ His Majesty’s Prison and Probation Service (HMPPS) ได้มีการออกแนวปฏิบัติเรื่องคลื่นความร้อนสำหรับเรือนจำโดยเฉพาะ (ปี 2566) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันผลกระทบจากสภาวะอากาศที่ร้อนจัด โดยแนวปฏิบัตินี้เชื่อมโยงกับระบบแจ้งเตือนจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ กล่าวคือ เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยคลื่นความร้อนถึงระดับสีเหลือง เรือนจำต้องเริ่มตรวจสุขภาพผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงเป็นรายวัน ปิดม่านกันแดด ตรวจสอบและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และแจกเอกสารความรู้เรื่องโรคจากความร้อนให้กับผู้ต้องขัง

แต่เมื่อสัญญาณเตือนภัยยกระดับเป็นสีส้มหรือแดง มาตรการก็จะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ โดยสิ่งที่สำคัญในการปฏิบัติตามแนวทางนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับมอบหมายให้ทำเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องทำ โดยแบ่งตามระดับการแจ้งเตือนจากกรมอุตุวิทยาแห่งชาติอังกฤษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและเตรียมตัวล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องทำงานตามสถานการณ์
นอกจากนี้ ตามแนวทางดังกล่าวยังมีการกล่าวถึงการปฏิบัติงานร่วมกับทีมแพทย์ ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการส่งต่อข้อมูลและทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อระบุตัวกลุ่มผู้ต้องขังที่เปราะบาง ป่วย หรือเสี่ยงต่อการมีอันตรายถึงชีวิต จากสภาวะอากาศที่ร้อนจัดได้
แม้จะมีกรอบแนวปฏิบัติเหล่านี้ หน่วยงาน HMPPS ก็ยังเผชิญกับข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรมของเรือนจำ ที่โดยทั่วไปแล้วโครงสร้างอาการของเรือนจำมักจะระบายอากาศไม่ดี มีการใช้ห้องขังร่วมกัน และมีความแออัดสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการควบคุมอุณหภูมิตามแนวทางนี้
.
ฝรั่งเศส: แออัดแต่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
จากรายงานข่าวของสำนักข่าว AFP (Agence France – Presse) รายงานเกี่ยวกับสภาพปัญหาความแออัดในเรือนจำในประเทศฝรั่งเศสหลายแห่งช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งหลายที่ความแออัดของผู้ต้องขังเกินกว่าสองเท่าของความจุที่พื้นที่สามารถรองรับได้ ยกตัวอย่างเช่น เรือนจำตูลูส – เซสเซส (Centre Penitentiaire de Tolouse – Seysses) เป็นเรือนจำที่ตั้งอยู่ในเมืองเซสเซส ใกล้กับเมืองตูลูส ในช่วงที่คลื่นความร้อนปกคลุมทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ทำให้สภาพอากาศมีอุณหภูมิพุ่งถึง 38 องศา
ผู้ต้องขังเล่าว่า กำแพงเรือนจำดูดซับความร้อนไว้ มีหยาดน้ำเกาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังแจกน้ำดื่มฟรีและจัดพัดลมให้กับผู้ต้องขังที่เปราะบาง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ฝรั่งเศสยังทำไม่ได้ แต่กำลังวางแผน คือการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำในลานพักผ่อน ซึ่งแม้จะยังไม่เพียงพอ แต่ทางเรือนจำได้พยายามจะพัฒนาระบบการแก้ไขปัญหาในช่วงอากาศร้อนระยะยาว

อย่างไรก็ตาม พบว่ากระทรวงยุติธรรมฝรั่งเศส ได้จัดทำแผนการรับมือคลื่นความร้อน (Plan Canicule) มาตั้งแต่ปี 2004 และปัจจุบันแผนดำเนินการดังกล่าวก็ยังคงอยู่ในรูปแบบคำแนะนำสำหรับเรือนจำทั่งประเทศโดยออกเป็นหนังสือเวียนถึงกรมราชทัณฑ์ของฝรั่งเศส หรือ Direction de l’administration penitentiaire (DAP) เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อำนวยการเรือนจำทั่วประเทศนำไปปฏิบัติใช้ โดยปรากฏแนวทางการรับมือ 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน กล่าวคือ ตามแผนการรับมือดังกล่าว เรือนจำจะต้องตรวจสอบระบบทำความเย็น หาวิธีลดความร้อนที่จะเข้ามาในห้องขังและพื้นที่ส่วนร่วม จัดเตรียมเทอร์โมมิเตอร์ ตรวจสอบระบบน้ำประปา ฝักบัวอาบน้ำ และเตรียมแนวทางการจัดเก็บอาหารไม่ให้เน่าเสีย ทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่ผู้คุมให้พร้อมสำหรับการดูแลผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยจากความร้อน
2. แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นความร้อน (ช่วงวิกฤต) ตามแผนดังกล่าว มีการพูดถึงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมด้วยวิธีการฉีดน้ำบริเวณกำแพงเรือนจำและลานพักผ่อน เพื่อลดอุณหภูมิ ติดตั้งเครื่องฉีดละอองน้ำ รวมถึงมีการพิจารณาปิดพื้นที่บางส่วนที่เสี่ยงต่อความร้อนสูงชั่วคราว เช่น โรงฝึกงาน
นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าว ยังได้พูดถึงการระบายความร้อนด้วยการเพิ่มความถี่ในการเข้าถึงการอาบน้ำ และปรับลดอุณหภูมิน้ำให้เย็นลง ติดตั้งพัดลมเพิ่มขึ้น และจัดพัดลมส่วนตัวให้กับนักโทษ และที่น่าสนใจคือการปรับโภชนาการน้ำและอาหารให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วงหน้าร้อน เช่น เมนูอาหารเย็น หรือผลไม้ เป็นต้น
.
สหรัฐอเมริกา: เมื่อศาลตัดสินว่าความร้อนขัดรัฐธรรมนูญ
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญในเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2568 เมื่อผู้พิพากษาโรเบิร์ต พิตแมน แห่งศาลแขวงกลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินใน 91 หน้า ว่าการกักขังผู้ต้องขังในเรือนจำรัฐเท็กซัสที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเป็นเรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง
คดีนี้เริ่มจากการฟ้องร้องของเบอร์นี ทีด (Bernie Tiede) นักโทษอายุ 65 ปี ซึ่งถูกขังในห้องที่ไม่มีแอร์ ในรัฐที่มีผู้ต้องขัง 134,500 คน กระจายอยู่ใน 100 เรือนจำ แต่มีเพียง 1 ใน 3 แห่งเท่านั้นที่มีแอร์ครอบคลุมทั้งหมด

ในการไต่สวนเมื่อปี 2567 อดีตผู้ต้องขังหลายคนเปิดเผยกับสื่อว่า อุณหภูมิภายในบางแห่งสูงถึง 48.9 องศาเซลเซียส และพวกเขาต้องเอาตัวรอดด้วยวิธีการใช้น้ำจากชักโครกราดตัวเองเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย และแกล้งทำทีว่าจะฆ่าตัวตายเพื่อให้ถูกย้ายไปอยู่ในห้องพยาบาลที่เย็นกว่า หรือแม้แต่จุดไฟเผาห้องขังของตนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเข้ามา
จาก รายงานของศาลระบุด้วยว่าตั้งแต่ปี 2541-2555 มีการฟ้องร้องทางกฎหมายมากกว่า 1,200 คดีในสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปในเรือนจำ โดยอ้างอิงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 8 ที่ห้ามการลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติ ซึ่งจากกรณีดังกล่าวมีนักโทษในหลายมลรัฐเคยชนะคดีมาแล้ว
นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุว่า พบผู้ต้องขังเสียชีวิตจากความร้อนในเรือนจำเท็กซัสแล้วอย่างน้อย 23 ราย และการศึกษาในปี 2565 พบว่าเฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนในเรือนจำปีละ 14 ราย
ผู้พิพากษาพิตแมนระบุในคำตัดสินว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนต่อบุคคลที่เปราะบางและถูกผลักไสให้เป็นบุคคลชายขอบ ความร้อนที่มากเกินไปอาจเป็นการลงโทษที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาได้
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ติดตั้งแอร์ในเรือนจำทันที โดยระบุว่าต้องใช้เงินหลายร้อยล้านถึงหลายพันล้านดอลลาร์ซึ่งไม่สามารถจัดสรรได้ภายในระยะเวลา 90 วัน แต่ให้คดีดำเนินต่อไปสู่การพิจารณาในชั้นต่อไป
.
เรือนจำไทยก็เคยออกแนวปฏิบัติเมื่อ 4 ปีก่อน แต่ยังมีคำถามเรื่องการปฏิบัติจริง
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกลับมาที่ประเทศไทย พบว่ากรมราชทัณฑ์เองก็เคยออกแนวทางการปฏิบัติในการควบคุมผู้ต้องขังในฤดูร้อน ในปี 2565 โดยออกเป็นหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย พร้อมกำหนดมาตรการ โดยสรุปว่าเรือนจำจะต้องปรับปรุงสถานที่และระบายอากาศ ต้องลดความแออัด เพิ่มการระบายความร้อนตามโรงฝึกอาชีพ และอาคารต่าง ๆ ให้ถ่ายเทสะดวก ตลอดจนติดตั้งพัดลมเพิ่มเติมตามจุดต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
ในส่วนเรื่องการจัดการโภชนาการและน้ำดื่ม ในหนังสือเวียนดังกล่าวได้ระบุถึงการสำรองน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการอุปโภคและบริโภคของผู้ต้องขัง ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน โดยขอให้มีการเข้มงวดเรื่องความสะอาดในการปรุงอาหารในโรงเลี้ยงอีกด้วย
ขณะที่ในปี 2569 ยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีภายในเรือนจำ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 โดยมุ่งเน้นนโยบายหลัก 3 ด้าน คือ ด้านโภชนาการและสุขาภิบาล ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต แต่ไม่ปรากฏรายละเอียดที่ระบุเจาะจงถึงมาตรการจัดการปัญหาความร้อนโดยตรง
แต่ก็มีเรือนจำที่ออกมาเปิดเผยวิธีการดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำไทยช่วงฤดูร้อนนี้อยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรือนจำบางขวาง เมื่อช่วงวันที่ 19 เม.ย. 2569 ได้ประชาสัมพันธ์ภาพถ่ายการจัดสวัสดิการน้ำเย็นให้กับผู้ต้องขังผ่านเพจเฟซบุ๊กเรือนจำ โดยปรากฏภาพถ่ายการแจกจ่ายน้ำหวาน น้ำอุทัยทิพย์ น้ำเย็นและน้ำสมุนไพร ให้กับผู้ต้องขังในช่วงวันหยุดสงกรานต์ และมีแผนจะทำไปตลอดช่วงฤดูร้อนนี้
แต่จากบันทึกเยี่ยมของเหล่าผู้ต้องขังทางการเมืองที่บอกเล่าสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำระหว่างเดือน มี.ค. – เม.ย. นี้ ยังไม่ปรากฏถึงแผนการรับมือคลื่นความร้อน หรือแนวปฏิบัติเพื่อบรรเทาทุกข์ที่ชัดเจนนัก ยกเว้นพัดลมที่มีอยู่อย่างจำกัด น้ำแข็งที่ผู้ต้องขังจำต้องซื้อด้วยตนเอง และคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ให้ระวังเรื่องอาการฮีทสโตรก
