6 สัปดาห์หลังสูญเสียพ่อ “แม็กกี้” ผู้ต้องขัง ม.112 ยังรอยาฮอร์โมนที่ล่าช้า – เริ่มลงเรียนต่อในเรือนจำ

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม  “แม็กกี้” อดีตคนทำงานฟรีแลนซ์ในโรงแรม ผู้มีความหลากหลายทางเพศ วัย 29 ปี ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

การพบกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่แม็กกี้สูญเสียพ่อไปเมื่อเดือนมกราคม เธอเดินออกมาพบด้วยสีหน้าสดใสและรอยยิ้ม ราวกับจะบอกว่าเธอยังอยู่ ยังไหว และยังเป็นตัวเองอยู่เสมอ

แม็กกี้พูดถึงวันเกิดที่เพิ่งผ่านมา (15 ก.พ. 2569) ซึ่งเป็นอีกปีที่ต้องฉลองอยู่ในรั้วเดิม แต่ปีนี้มีคนสั่งเค้กวาเลนไทน์ให้ด้วย เธอรู้สึกเหมือนกับผ่านครึ่งทางชีวิตแล้ว หากเทียบกับอายุพ่อที่เสียไปก่อนหน้านี้ แม็กกี้ยังพูดถึงยาฮอร์โมนที่วนเวียนอยู่กับความล่าช้าของระบบ และพูดถึงการลงเรียนต่อระดับ ม.ปลาย ที่เพิ่งเริ่มต้น รวมถึงงานปักพานพุ่มที่ได้ค่าแรงลูกละไม่กี่บาท

โดยในภาพรวม แม็กกี้ยังคงเป็นคนที่รับมือกับชีวิตในแดนได้อย่างที่เธอเป็น ทั้งความเศร้าและความสุขปะปนอยู่ในคนและคราวเดียวกัน 

______________________________________________________

เมื่อเดินเข้าไปยังจุดเยี่ยม แม็กกี้เดินออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ทันทีที่พบหน้ากัน เธอยิ้มกว้างและโบกมือให้ราวกับว่าความหงุดหงิดเมื่อสักครู่ไม่เคยมีอยู่ เธอบ่นว่าอากาศร้อนอบอ้าว แล้วขอโทษว่าวันนี้ได้เช็ดหน้าไปแล้ว ถ้ารู้ว่าจะมีคนมาเยี่ยมคงไม่ลบเครื่องสำอางออก 

แม็กกี้ยังชี้ให้ดูผู้ช่วยงานที่เดินอยู่แถวห้องเยี่ยม แล้วบอกว่าเขาคงเห็นหนูตอนไม่สวย จึงบอกแม็กกี้ว่ามาสคาร่ายังอยู่ สีปากชมพูกลีบบัวก็ยังเด่น ผิวก็ผ่อง ที่นั่งห้องนี้แม็กกี้สวยสุด แม็กกี้ดูชอบใจในประโยคนั้น กรี๊ดกราดหัวเราะ แล้วเล่าว่าช่วงนี้เปลี่ยนโทนแต่งหน้าเป็นพิ้งค์โกลด์ เพิ่งได้อายแชว์โดว์มาใหม่ ออกมาแล้วแต่งขึ้น แต่งเริ่ด

เมื่อถามถึงวันเกิดที่ผ่านมา แม็กกี้ยิ้มกว้างก่อนจะถามกลับว่าจำวันเกิดเธอได้ด้วยเหรอ ก็รออยู่ว่าจะมาไหม  แม็กกี้เล่าว่าวันนั้นมีคนสั่งเค้กวาเลนไทน์มาให้ พร้อมช่อกุหลาบด้วย เธอดีใจมากแบบมาก ๆ  ในภาพรวมตอนนี้ชีวิตพอจะมีความสุขเท่าที่สภาพการถูกคุมขัง 

แม็กกี้เล่าว่าตอนนี้อายุ 29 ปีแล้ว มันชาชินไปหมด ถ้าคิดไปมีแต่เรื่องเศร้า พ่อเสียตอนอายุ 59 ปี ถ้าเทียบนี่ก็อาจจะเป็นครึ่งชีวิตของเธอเหมือนกัน ออกไปข้างนอกคงเป็นโลกที่ไม่รู้จักอีกต่อไปแล้ว แล้วชีวิตช่วงปลาย 20 ต้น 30 เป็นช่วงที่ต้องสร้างตัวสร้างอนาคต  “แต่หนูต้องมาอยู่ในนี้ คิดแล้วก็เครียด เลยพยายามไม่คิด เพราะกลัวจะกลับไปเป็นอาการเดิม”  

แม็กกี้เล่าว่าเวลาเธอเครียด เศร้า อยากกรี๊ด อยากทำร้ายตัวเอง เธอจะพยายามนึกถึงเรื่องดี ๆ ที่อยากคิดถึง ทำให้พอจะสามารถดึงตัวเองกลับมาได้ 

ส่วนเรื่องยาฮอร์โมนที่ติดตามกันมาตลอดก็ยังคาราคาซังอยู่ ยาหมดไปได้สองอาทิตย์แล้ว แต่ยังไม่ได้ออกตรวจเลือด เพราะวันที่นัดรอบก่อน เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหมอยกเลิก ทั้งกลุ่มที่ต้องออกตรวจไม่ได้ไป ได้ข่าวจากแดนอื่นก็เหมือนกัน รอบล่าสุดเพิ่งได้ออกตรวจเมื่อจันทร์ที่ผ่านมา คาดว่าของแม็กกี้จะได้รอบตรวจจันทร์ถัดไป แม็กกี้สังเกตว่าพอยาหมด อารมณ์ขึ้นง่าย หงุดหงิดง่าย 

ขณะที่ชีวิตประจำวันอีกส่วนหนึ่งที่มีความเปลี่ยนแปลง คือเธอเริ่มเรียนในระดับชั้น ม.ปลาย ต่อแล้ว ได้ราวหนึ่งเดือน มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ แต่ส่วนใหญ่มาสอนที่นี่ คนสอนก็เป็นผู้ต้องขังด้วยกันที่มีความรู้ วิชาที่เรียนมีภาษาไทยและพระพุทธศาสนา มีใบงานและต้องจดในสมุดด้วย คนเรียนเยอะ มีทั้งวัยรุ่นและคนแก่ จะเรียนในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ 2-3 วันต่อสัปดาห์ และจะมีสอบช่วงปลายเดือนมีนาคม ไม่ก็ปลายเมษายน

ส่วนการทำงานในกองงาน ยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ รอบนี้เป็นการปักพานพุ่มเล็ก ๆ แม็กกี้บอกว่าไม่ค่อยชอบเพราะทำยาก ขั้นตอนเยอะ ต้องตัดกระดาษ พับ แล้วยังต้องเอามาปักอีก งานหนักกว่าที่เคยทำห้อยป้ายหน่วยงานเสียอีก แต่ปักเสร็จได้ลูกละ 3 บาท รอบก่อนหน้าได้ปันผลจากห้อยป้าย 198 บาท

ก่อนบทสนทนามาถึงเรื่องที่ทำให้แม็กกี้สดชื่นขึ้นมาบ้างเรื่องมะม่วงที่อยู่ในแดน มีต้นใหญ่อยู่เจ็ดถึงแปดต้น ออกลูกดกทุกต้น เรือนจำอนุญาตให้ผู้ต้องขังสอยลงมาได้ แล้วก็แบ่งปันกัน เธอบอกว่าได้มาแล้วเอาไปทำยำมะม่วง ใส่น้ำตาล เกลือ ปลาร้า มันแซ่บมาก อาหารในเรือนจำช่วงนี้มีเมนูใหม่เข้ามาด้วย ทั้งลาบปลาดุก คั่วกลิ้งหมู โรตีสายไหม ไก่แซ่บ ถุงละ 50 บาท ได้หกถึงเจ็ดน่อง ได้ซื้อไก่แซ่บกับขนมจีนแล้วเอามากินกับยำมะม่วง อร่อยมาก

ก่อนจากกัน แม็กกี้ฝากเรื่องที่เป็นห่วง ว่าช่วงนี้แดดค่อนข้างแรง แต่ทางเรือนจำให้เช็คยอดกลางสนามบอล แต่ก่อนใช้วิธีเช็คชื่อแยกตามกองงาน ไม่ต้องตากแดด พอเปลี่ยนผู้บัญชาเรือนจำก็เปลี่ยนวิธีมาเช็คชื่อรวมกลางสนาม เธอคิดว่าด้วยผู้ต้องขังเยอะ กว่าจะเช็คครบก็ต้องใช้เวลา ทั้งต้องตากแดดนาน มันเสี่ยงภาวะฮีธสโตรก 

เธอทิ้งท้ายก่อนกลับเข้าแดนว่า น่าจะมีเยี่ยมใกล้ชิดช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน  “ฝากให้ช่วยพาแม่มาเยี่ยมหนูด้วย”  

สำหรับแม็กกี้ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2566 ในคดีมาตรา 112 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าทวีต 18 ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี จนกระทั่งวันที่ 14 มีนาคม 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 25 ปี 

ภายหลังการพิพากษา แม็กกี้ถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาที่เรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากได้รับโทษจำคุกเกินกว่า 15 ปี จนถึงปัจจุบัน (2 มี.ค. 2569) แม็กกี้ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 4 เดือน 13 วัน เธอยังเหลือโทษอีกกว่า 22 ปี

.

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงแม็กกี้ และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เมื่อข่าวร้ายการตายของ “พ่อ” มาถึง “แม็กกี้” ผู้ต้องขังคดี ม.112 ได้แต่ส่งความรัก-อาลัยผ่านหน้าจอระยะไกลในรอบกว่า 10 ปี

X