เมื่อเสียงพลุทะลุถึงกำแพงผู้ต้องขัง “ตัน สุรนาถ” : ยังหวังประกันตัว-อยากใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

หลังผ่านพ้นปีใหม่ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 110 กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จพระราชินี ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 สุรนาถไม่ได้ประกันตัวระหว่างฎีกามาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 หลังจากถูกศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา ลงโทษจำคุกคนละ 16 ปี

ไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตปัจจุบัน ที่ตันพูดถึงความผิดหวังจากการไม่ได้รับสิทธิประกันตัว แต่เขายังมีความหวังที่ยื่นประกันตัวอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง พร้อมกับความห่วงใยเพื่อนร่วมต้องขังที่ค่อนข้างเครียดจากความหวังในการประกันตัว และภาพของภรรยาที่มีน้ำตา แต่ก็พยายามเข้มแข็ง ขณะเดียวกันสุรนาถยังคงให้ความสำคัญกับข่าวสารการเมือง อยากอัปเดตสถานการณ์การเลือกตั้ง และมีความเห็นว่าผู้ต้องขังควรมีสิทธิเลือกตั้งด้วย

บทสนทนาสำคัญของครั้งนี้ คือบรรยากาศปีใหม่ในเรือนจำและเสียงพลุในคืนวันสิ้นปีที่เขาได้ยิน รวมถึงภาพกิจกรรมที่มีคนมาจุดพลุให้หน้าเรือนจำ ทำให้รู้สึกไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยว จนเกินไปนัก 

ในคืนข้ามปีปีแรกในฐานะผู้ต้องขังทางการเมือง นักพัฒนาชุมชนวัย 40 ปี บอกว่า “ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาจุดพลุให้ผู้ต้องขังทางการเมือง โห เจ๋งอะ ไม่เหงาละ ตอนแรกรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว เศร้า ๆ จินตนาการว่าเราอยู่ข้างนอกปีที่แล้วทำอะไรอยู่ พอรู้ว่ามีคนมาจัดกิจกรรมให้ มันดีมากเลย ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะ”

__________________________________________

“เราพอเดาได้ว่าไม่ได้ประกันตั้งแต่อาทิตย์ก่อน” ตันพูดทั้งยิ้ม แต่แววตาดูผิดหวัง เมื่อเข้าไปเยี่ยมเขา เรื่องแรกที่พูดถึงคือการไม่ได้รับการประกันตัวอีกครั้ง “เราเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็เฟล ข้อดีคือทนายอธิบายไว้ตั้งแต่ต้นแล้วล่ะว่า แนวโน้มการประกันมันจะเป็นยังไง ดูจากคดีก่อน ๆ ถือว่ายังน้อยนะ ก็เลยเริ่มทำใจไว้พอสมควร”

แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือ “เจมส์ ณัฐสุต” อีกหนึ่งผู้ต้องขังทางการเมืองในเรือนจำกลางคลองเปรม “เจมส์เฟลมาก เจมส์มาจับมือเราทุกวันเลยว่าเรากลับบ้านด้วยกันนะพี่ ผมจะไปหาเมีย น้องก็ช็อกไปเลย”  ก่อนตันฝากให้ทนายเข้าไปเยี่ยมเจมส์ด้วย เพราะเครียดมาก ๆ

เรื่องของครอบครัวยังคงเป็นเรื่องที่หนักใจ “วันนี้เมียมาหา ผมไม่ได้เห็นน้ำตาเมียมาเป็นเดือน ๆ ละ จนวันนี้ที่เขาร้องไห้ บอกว่าไม่ได้หวังว่าเราจะได้ออกไปเร็ว ๆ นี้แล้ว ที่ผ่านมา เมียเราเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ พยายามหาในสิ่งที่เขาอยากทำ จะได้ไม่วกวนกับเรื่องเรา เขาจัดการเรื่องนี้ได้ดีมาก เข้มแข็งและแข็งแรง เลยทำให้เราหมดห่วงไปเยอะ”

แม้จะผิดหวังกับการไม่ได้ประกันตัว แต่ยังมีความหวังอีกชั้นหนึ่ง “ทนายคุยกับญาติว่าจะยื่นหลังเลือกตั้งอีก ดูแนวโน้มก่อนว่าใครชนะ ก็เท่ากับว่า ความหวังใกล้เข้ามาแล้ว อีกเดือนกว่า”

เมื่อหันไปถามถึงบรรยากาศงานปีใหม่ในเรือนจำ ตันเล่าว่า “ที่นี่ระบบทุกอย่างหยุด จดหมายไลน์ก็ไม่เข้า ส่งออกก็ไม่ได้ ต้องพักทุกอย่างไปในตัว บรรยากาศช่วงปีใหม่ในเรือนจำก็แปลกดี จะแบ่งกันเป็นบ้าน เช่น วันนี้บ้านมีนบุรีเลี้ยง สลับวันกันไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม ถึง 4 มกราคม Freedom Bridge น่าจะสั่งอาหารพิเศษให้ ได้รับอาหารวันที่ 30 วันเดียว เราก็ได้กินเมนูที่ไม่เคยกินข้างในกับบ้านตัวเอง วันต่อมา บ้านอื่นก็ชวนไปกินข้าว หมายความว่ากินข้าวจริง ๆ ล้อมวงกินด้วยกันตามเวลาปกติ ก่อนอาบน้ำนอน”  

แล้วเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเศร้า “มันจะเหงา ๆ หน่อย แต่ก็พอได้ยินเสียงพลุนะ พูดถึงเสียงพลุ บางอันก็รู้สึกว่าจุดใกล้มากเลยนะ คนในห้องยังพูดเลยว่า ดอกนี้มันใกล้จังวะ” 

ทนายจึงบอกเล่าถึงกิจกรรมเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ที่หน้าเรือนจำ ซึ่งมีนักกิจกรรมร่วมกันจัดให้ผู้ต้องขังทางการเมือง ตันเห็นแล้วก็เซอร์ไพรส์มาก เขาดูภาพกิจกรรมด้วยรอยยิ้มกว้าง

“เราไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาจุดพลุให้ผู้ต้องขังทางการเมือง โห เจ๋งอะ ไม่เหงาละ ตอนแรกรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว เศร้า ๆ จินตนาการว่าเราอยู่ข้างนอกปีที่แล้วทำอะไรอยู่ พอรู้ว่ามีคนมาจัดกิจกรรมให้ มันดีมากเลย ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะ” ตันพูดอย่างมีความสุข

ข่าวการเมืองและการเลือกตั้งยังเป็นสิ่งที่ตันให้ความสำคัญที่สุดเสมอ “อยากอัปเดตข่าวการเมืองมาก เพราะข่าวที่ดูในเรือนจำเป็นข่าวที่คัดมาแล้ว เราอยากเห็นข่าวที่สร้างสรรค์กว่านั้น โอกาสที่จะได้อัปเดตข่าวก็มีแค่ตอนที่ทนายกับญาติมาเยี่ยม”

ก่อนจะเล่าถึงสถานการณ์การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน ตันให้ความเห็นว่า “เสียดายที่จะไม่ได้ออกไปเลือกตั้ง อยากให้คนในเรือนจำมีสิทธิเลือกตั้งบ้าง ขนาดคนไทยย้ายไปอยู่ต่างประเทศยังเลือกตั้งนอกอาณาเขตได้ คนในคุกนี่แม่งโคตรจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเลยนะ คนที่ติดมาเป็นสิบปีอาจจะไม่ได้รู้การเปลี่ยนแปลงภายนอกมาก แต่ข้างในมีคนที่สนใจเรื่องสิทธิอยู่ ใจจริงเราอยากให้ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิเลือกตั้ง”   

ตันให้ความเห็นอีกว่า หากเรือนจำต้องการกำหนดเงื่อนไข-กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็อาจจะให้สิทธิเลือกตั้งในผู้ต้องขังที่อยู่มาไม่เกิน 5 ปี เพราะเขายังรู้ข่าวสารข้างนอกอยู่ ถ้าอยู่มานานเกิน 10 ปี อาจจะไม่ทันการเปลี่ยนแปลงก็ได้ 

“คือถ้าต้องมีกฎเกณฑ์เพิ่มก็เอาเหอะ แค่ขอให้มีคนในเรือนจำได้เลือกตั้งบ้างก็พอ” ตันทิ้งท้าย

จนถึงปัจจุบัน (14 ม.ค. 2569) ตัน สรุนาถ ถูกคุมขังในระหว่างชั้นฎีกามาแล้ว 132 วัน หรือ 4 เดือนเศษ

.

สามารถร่วมกันเขียนจดหมายออนไลน์ถึง “ตัน สุรนาถ” และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 

“ฟรานซิส-ตัน” เขียนจดหมายจากเรือนจำเรียกร้องสิทธิประกัน หลังยื่นฎีกา คดี ม.110 แล้ว

“ตัน สุรนาถ” กับการระลึกถึงงานชุมชนที่หวังได้สานต่อ – “ฟรานซิส” กับการระลึกถึง ม.มหิดล และความหมายของเสรีภาพ

X