ผ่านเดือนที่สองของการถูกคุมขัง “ตัน สุรนาถ” ยังหวังได้ประกันตัว อาการป่วยดีขึ้น กับสิ่งที่เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ทนายความเข้าเยี่ยม “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนวัย 40 ปี ผู้ถูกคุมขังในระหว่างฎีกาในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จ ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 หลังจากถูกศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา ลงโทษจำคุก 16 ปี โดยไม่ได้รับการประกันตัวมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 จนปัจจุบันผ่านเวลา 2 เดือนแล้ว

ตันทักทายทนายความ โดยเป็นฝ่ายถามก่อนว่า “สบายดีไหม” แทนที่คนเข้าเยี่ยมจะเป็นผู้ถามก่อน และทั้งที่ตันเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งผ่านอาการป่วยมา

ตันอัปเดตถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้เขาก็มีอาการไอและหายใจไม่ค่อยสะดวก ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังรู้สึกว่ามีอะไรติดอยู่ในจมูกตลอดเวลา รู้สึกหายใจยาก เหมือนหายใจออกจมูกได้ข้างเดียว 

“เมื่อวันจันทร์เพิ่งได้เอกซเรย์ปอดไป ไม่รู้ว่าจะทราบผลไหม คิดว่าน่าจะเหมือนตอนเจาะเลือดครั้งก่อน เขาบอกว่าถ้าไม่โดนเรียกไป พบ. ก็คือไม่มีอะไรผิดปกติ เราก็ขอให้ทุกอย่างปกตินะ อยู่ข้างในมันป่วยง่ายมาก แมสก็ไม่ได้มีกันทุกคน อารมณ์สวิงเหมือนวัยทอง” เขาว่าพลางหัวเราะ

ตันแจ้งว่าเขาเพิ่งถูกย้ายห้องนอนจากห้องใหญ่ มาห้องเล็กลง เลยมีความวุ่นวายน้อยลง และห้องค่อนข้างมาสะอาดสะอ้านกว่าเดิม แล้วก็ได้เจอช่างตัดผมกับน้องอีกคนที่เขารู้จักในห้องเดียวกัน 

ตันเล่าว่าความสัมพันธ์ของคนในเรือนจำ จะแบ่งกลุ่มเป็น “บ้าน” ที่เป็นกลุ่มผู้ต้องขังที่พยายามช่วยเหลือเผื่อแผ่กัน คนที่อยู่ในแต่ละบ้าน ไม่จำเป็นต้องเคยเจอกันมาก่อน แต่อาจจะเป็นคนที่เคยอยู่ในเขตเดียวกัน ย่านเดียวกัน ก็เท่ากับเป็นคนบ้านเดียวกัน

“ตอนนี้เริ่มมีความเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เพราะกิจวัตรประจำวันมันวนลูป ทำอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุกวัน แล้วก็มีข่าวลือว่าจะมีการย้ายแดนกันอีก เพราะเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ย้ายมาคลองเปรมค่อนข้างเยอะ ผบ.แดน 6 บอกว่าจะมีเข้ามาอีก 200 คน อาจจะมีการจำแนกแดนใหม่เร็ว ๆ นี้” ตันเล่าถึงสถานการณ์เรือนจำ

ท่ามกลางกิจวัตรซ้ำเดิม ตันยังพยายามหากิจกรรมทำ โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ เขาชอบอ่านพวกหนังสือชีวประวัติบุคคล เล่าเรื่องราวเส้นทางของผู้คน “เราได้รู้จักคนเพิ่ม 7-8 คนแล้ว ก็ดีนะ เพราะถ้าอยู่ข้างนอกคงไม่รู้จักเค้า” ตันเล่าพร้อมยิ้ม

เขาเสริมสิ่งที่ได้เรียนรู้จากสถานการณ์ชีวิตช่วงนี้ว่า “การอยู่ข้างใน เราได้เรียนรู้อะไรอย่างหนึ่ง คือการเป็นผู้ถูกดูแลบ้างก็ดีเหมือนกัน เราฉวยโอกาสนี้ในการบอกเรื่องที่อยากบอกกับคนข้างนอก เรื่องที่เราไม่เคยพูดมาก่อน ก็อยู่ข้างในมันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พอพูดไปก็สบายใจขึ้น ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็แข็งแรงขึ้นด้วย” เขาพูดถึงด้านดีนี้พลางหัวเราะอีก

ตันได้ดูภาพงานวิ่ง Run2free ซึ่งมีการจัดทั้งที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และนครปฐม เขาบอกว่า “ถ้าไม่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ ก็คงไม่มีใครมาสนใจเรานะ เรารู้สึกว่ามันเป็นงานที่พาคนข้างนอกมาเจอกัน พาข้อความดี ๆ ส่งมาหาเรากับเพื่อนเรา เพื่อนเราที่ไปร่วมงานวิ่งเล่าให้ฟังว่า มีคนที่ไม่รู้จักเข้ามาร่วมงาน มารับฟังเรื่องราวของเรา แล้วเค้าก็ชื่นชมเพื่อนเราว่าจัดงานได้ดีมาก ทำให้เค้าเข้าใจและเอาใจช่วยเราไปด้วย เราได้ฟังก็ดีใจมากเลย อยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันจัดกิจกรรมนี้”

ตันยังหวังเรื่องการได้ประกันตัว ไปสู้คดีชั้นฎีกาต่อข้างนอก โดยประเมินกันว่าในช่วงเดือนธันวาคม น่าจะยื่นฎีกาในคดีนี้ และเตรียมจะยื่นขอประกันตัวผู้ต้องขังในคดีมาตรา 110 ทั้งหมดอีกครั้ง 

“ถ้าได้ออกไปข้างนอก เราคงออกไปดูแลตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ดูแลความคิด ร่างกายตัวเอง ตอนนี้น้ำหนักลงเพราะอาหารการกินเปลี่ยน การใช้ชีวิตเปลี่ยน เลือกกินมากก็ลำบาก การออกกำลังกายที่ดีที่สุดของที่นี่ ก็คือการวิ่ง แต่ไขข้อเราก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน 

“แล้วก็น่าจะวางแผนเรื่องการทำงานใหม่ คงหนีไม่พ้นงานเพื่อสังคม แต่อยากจะชดเชยบางอย่างกับครอบครัว เพราะที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญเรื่องงานเป็นหลัก”

สุดท้าย ตันฝากข้อความถึงแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำโครงการ Free Ratsadon ว่าได้รับจดหมายที่ส่งเข้าไปแล้ว เขาเพิ่งตอบไปได้ฉบับเดียว เขาจึงเล่าถึงปัญหาหนึ่งคือ การไม่มีพื้นที่เขียนจดหมายที่ดี ๆ 

“สถานที่ที่ใช้เขียนจดหมายมันไม่เอื้ออำนวย คือเราจะได้อยู่ข้างล่าง 8 ชั่วโมง ก่อนที่จะขึ้นเรือนนอนแล้วก็อยู่ยาว 16 ชั่วโมง จดหมายมันก็เขียนได้เฉพาะตอนอยู่ข้างล่าง เป็นพื้นที่โล่ง ๆ มีต้นไม้บังแดดนิดหน่อย ต้องเขียนกับหน้าตักตัวเอง ไม่ก็หาอะไรมารองเขียน แล้วก็มีเสียงดังตลอด เรียกผู้ต้องขังคนนั้นคนนี้บ้าง แจ้งข่าวอะไรบ้าง จะได้เขียนดี ๆ วันเดียวคือวันเสาร์ เขาจะเปิดโรงเลี้ยงให้เข้าไปเขียนจดหมายสัก 1-2 ชั่วโมง แต่คนก็จะแน่นมาก” ตันเล่าทิ้งท้ายถึงปัญหาที่คนภายนอกอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน 

.

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงสุรนาถ และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

ย้อนอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

เหตุผลที่ “ตัน สุรนาถ” ไม่อาจเป็นผู้หลบหนีในคดีมาตรา 110

ชวนอ่าน #saveตันสุรนาถ: เมื่อ “เพื่อนพี่น้อง” เขียนถึงผู้ต้องขัง ม.110 หลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา

X