เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ทนายความเข้าเยี่ยม “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนวัย 40 ปี ผู้ถูกคุมขังในระหว่างฎีกาคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 หลังจากศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาลงโทษจำคุก 16 ปี สุรนาถไม่ได้รับการประกันตัวมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 จนถึงปัจจุบันผ่านเวลามา 2 เดือนกว่าแล้ว
ครั้งนี้เป็นการเข้าเยี่ยมติดตามสถานการณ์หลังการถูกย้ายแดนของ 5 ผู้ต้องขังคดีมาตรา 110 ได้แก่ “ขวัญ” ภาณุภัทร์ ที่ถูกย้ายไปแดน 1 “เอกชัย หงส์กังวาน” และ “เก่ง” ชนาธิป ที่ถูกย้ายไปแดน 3 “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน ยังอยู่ที่แดนเดิม คือแดน 6 และตันที่ถูกย้ายมาแดน 4 การย้ายแดนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ทั้งห้าคนถูกแยกย้ายกระจัดกระจาย โอกาสที่จะได้พบปะกันเป็นไปได้ยากขึ้น
สำหรับนักพัฒนาชุมชนอย่างตันยังคงรักษาอารมณ์ขันและรอยยิ้มไว้ได้ แม้จะต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่แดน 4 ซึ่งเป็นแดนปิดสำหรับผู้ต้องขังโทษเด็ดขาด มีระบบที่เข้มงวดกว่าแดน 6 ที่เขาเพิ่งเริ่มคุ้นเคย ตันต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในฐานะผู้มาใหม่ ผ่านกองกลาง 1 เดือน ฝึกแถว ทำกายบริหาร สวดมนต์อย่างจริงจัง และปรับตัวกับระบบเวลาที่รู้สึกช้าลง
ในภาพรวมของชีวิตในเรือนจำ เขาคิดว่าตัวเองยังโชคดีที่มีญาติมาเยี่ยมสม่ำเสมอ แม้จะต้องเผชิญกับอาการไอที่กลับมาอีกครั้ง และความกังวลเรื่องการเยี่ยมญาติที่อาจจะช้ากว่าปกติเพราะเพิ่งย้ายแดน แต่เขาก็พยายามมองในแง่ดี และปรับตัวให้ทันกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามา
________________
ตันออกมาพบด้วยรอยยิ้มเช่นเคย เมื่อถูกถามถึงการย้ายแดน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อยว่ากระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด แม้ว่าจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกจำแนกเร็วขนาดนี้ เนื่องจากมีผู้ต้องขังย้ายเข้ามาที่คลองเปรมจำนวนมาก ทำให้มีทั้งคนที่ถูกจำแนกแดนและถูกย้ายเรือนจำไปพร้อมกัน ในกลุ่มผู้ต้องขังคดีเดียวกัน ขวัญถูกย้ายไปแดน 1 เอกชัยกับชนาธิปถูกย้ายไปแดน 3 เขาเองถูกอยู่มาแดน 4 และมีเพียงฟรานซิสที่ยังอยู่ในแดน 6 ซึ่งแต่ละแดนจะมีกำหนดเยี่ยมญาติในรอบสัปดาห์ในวันที่ต่างกันไป
ก่อนวันย้าย มีข่าวลือเกี่ยวกับกำหนดการอยู่บ้าง ตันได้เกริ่นกับญาติและส่งโดมิเมล์บอกแฟนไว้ล่วงหน้า สุดท้ายก็ได้ย้ายในวันพฤหัสบดีจริงตามที่ได้ยิน แฟนของเขาน่าจะทราบข่าวแล้ว เพราะวันนั้นไม่ได้มาเยี่ยม เนื่องจากแดน 4 มีวันเยี่ยมญาติเฉพาะวันอังคารและพฤหัสบดีเท่านั้น หากญาติไม่ทราบข่าวและมาเยี่ยมในวันดังกล่าว ทางเรือนจำจะอนุญาตให้เยี่ยมผิดวันได้ 1 ครั้ง โดยถือว่าญาติไม่ทราบ
จากคำบอกเล่าของตัน แดน 4 เป็นแดนสำหรับผู้ต้องขังโทษเด็ดขาด เป็นแดนปิดที่มีระบบค่อนข้างชัดเจน เมื่อผู้ต้องขังเข้าไปใหม่จะต้องอยู่กองกลางเป็นเวลา 1 เดือน มีการฝึกแถวและทำกายบริหารคล้ายกับแดน 6 ตันบอกว่าตอนนี้ยังปรับตัวอยู่ เพราะเพิ่งเริ่มคุ้นเคยกับแดน 6 หลังจากอยู่มาเกือบ 2 เดือน ความรู้สึกเหมือนกับได้ย้ายเรือนจำเลยทีเดียว
ในแดน 4 ยังคงมีการทำงานช่างไม้อยู่ แต่ไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อน ที่นี่มีโดม มีที่นั่งท้ายแดน บริเวณที่โล่งก็โล่งจริง ๆ
ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของแดน 4 คือการสวดมนต์ที่จริงจังมาก ทุกเช้าเวลา 06.00 น. และ 18.00 น. จะเปิดโทรทัศน์ บทสวดมนต์ดังสนั่นอย่างจริงจัง เมื่อครบ 1 เดือนจะมีการสอบสวดมนต์ด้วย เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง แต่เรื่องศาสนาทางเรือนจำเปิดกว้าง ทุกแดนจะมีมัสยิดเล็ก ๆ ที่ผู้ต้องขังเรียกว่า “สุเหร่า” มีการละหมาดอย่างจริงจัง ส่วนคริสต์จะมีโบสถ์แบบไม่จริงจังนัก เป็นที่ยกพื้นสูงให้คนที่นับถือศาสนาคริสต์มารวมตัวกัน มีอยู่ทุกแดน
นอจากนั้นระบบเวลาก็เปลี่ยน รู้สึกว่าที่นี่เวลาช้าลง ก่อนตันจะชี้ทรงผมใหม่ให้ดู เห็นได้ว่าแดน 4 ค่อนข้างเข้มงวดกว่า จับตัดผมสามด้านเลย ทุกคนได้ทรงเดียวกันหมด
ตันย้อนพูดถึงกระบวนการย้ายแดนว่า เวลาต้องย้ายแดน ผู้ต้องขังจะต้องแบกของเอง หอบของพะรุงพะรังเท่าที่ถือไหวเดินไปยังแดนใหม่ บางคนถือไม่ไหว เจ้าหน้าที่ก็จะถามว่าใครมีข้าวของตกค้างอยู่ ก็ให้ทำเรื่องไปขอของที่ค้างอยู่อีกแดน วันลาจาก เพื่อน ๆ แดน 6 ร่ำลากันเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เพราะโอกาสที่จะได้เจอกันมีเพียงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ เขายังฉายภาพก่อนจะไม่เจอกันอีก “ฟรานซิสโบกมือให้ และบอกว่าเจอกันพี่”
ตันให้เคล็ดลับการใช้ชีวิตในเรือนจำอีกหนึ่งข้อว่า เวลาอยากรู้อะไรแล้วเดินไปถามผู้ต้องขังคนอื่น อย่าลืมตบท้ายว่า “ผมเพิ่งมาใหม่ครับ” ถ้าอยู่ ๆ เข้าไปถามเลย บางทีเขาอาจจะแบบ “เฮ้ยมึงใครวะ” แต่ชีวิตข้างในช่วงนี้ ก็ได้รู้จักคนดี ๆ เยอะขึ้น มีคนดูแล เจอคนจรัญฯ เหมือนกันด้วย ซึ่งก็คือคนบ้านเดียวกัน
เท่าที่สังเกตครั้งนี้ตันพูดไปก็ไอเป็นระยะ เมื่อถูกถามว่าป่วยอีกแล้วหรือไม่ เขาพยักหน้ารับ การย้ายมาที่ใหม่ทำให้อาการไอกลับมา แต่ห้องนอนที่แดน 4 ค่อนข้างโปร่งกว่าแดน 6 ที่เคยอยู่ เพราะเป็นลูกกรงฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งเป็นกำแพง แต่แดน 6 จะเป็นกำแพงทั้งสองฝั่งเลย มีหน้าต่างลูกกรงเล็ก ๆ
ตันบอกว่ากังวลเรื่องการเยี่ยมนิดหน่อย เพราะเพิ่งย้ายมา ตอนญาติตีเยี่ยมไม่รู้ว่าจะช้ากว่าคนอื่นหรือไม่ เขาจะย้ำเพื่อนและญาติว่าให้มาแต่เช้า เยี่ยมรอบแรกเลย ก็ภาวนาให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าตันเองก็ย้ายแดนแล้ว
เมื่อพูดถึงความรู้สึกที่จะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด “เราไม่อยากดีใจอ่ะ คือเราอยากเจอคนในครอบครัวแน่ ๆ ล่ะ ได้กินข้าว คุยกันตั้ง 2 ชั่วโมง แต่ทำไมเราต้องอยู่ในนี้ อยู่ในบรรยากาศเรือนจำ ทั้งที่เราสามารถประกันตัวออกไปได้ ไม่อยากให้มันเป็นโอกาสนี้เลย คงไม่ได้กินข้าวในบรรยากาศนี้บ่อยเนอะ สักครั้งในชีวิต (หัวเราะ)”
ตันยังกล่าวถึงความรู้สึกภายในอีกว่า “เรายังโชคดีที่มีญาติมาเยี่ยม มีคนมาหาสม่ำเสมอ อยู่ในนี้ เราเห็นแววตาของคนที่ไม่มีคนมาเยี่ยม การใช้ชีวิตมันต่างกันมาก”
เมื่อพูดคุยเรื่องข่าวสารข้างนอก ตันตกใจเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมที่อยุธยาที่ดำเนินมากว่า 4 เดือนแล้ว เขาบอกว่าสัปดาห์ที่แล้วเรือนจำฝนตกหนัก น้ำท่วมถึงเข่า ตันภาวนาให้น้ำลงเร็ว ๆ โชคดีที่มันลดไป
ก่อนระบายความรู้สึกทิ้งท้าย “เราท่วมแค่นั้น เรายังเดือดร้อนเลย แล้วสี่เดือน ชาวบ้านจะเดือดร้อนขนาดไหน”
.
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงสุรนาถ และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
