ศาลแขวงปทุมวันยกฟ้องคดี 8 นักกิจกรรม ชุมนุม #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร เมื่อปี 64 ชี้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ

วันที่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 09.00 น. ศาลแขวงปทุมวันนัดฟังคำพิพากษาในคดีของ 8 นักกิจกรรม ที่ถูกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุม #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2564 ที่แยกราชประสงค์

.

เกี่ยวกับคดีนี้มี พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ สุดหอม เป็นผู้กล่าวหา ให้มีการดำเนินคดีต่อนักกิจกรรม 8 ราย ได้แก่ ธัชพงศ์ แกดำ, ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, เบนจา อะปัญ, ชุมาพร แต่งเกลี้ยง, ธนพร วิจันทร์, อรรถพล บัวพัฒน์ และ ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ทั้งหมดถูกพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี แจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2564  จำเลยในคดีนี้ ได้แก่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ณัฏฐธิดา มีวังปลา และ อรรถพล บัวพัฒน์ เคยได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ขอให้พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนปรับใช้ข้อกฎหมายไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และการฟ้องคดีจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน

ต่อมา หลังเหตุชุมนุมผ่านไปเกือบ 4 ปี เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2568 พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีนี้ โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้งหมดได้ร่วมกันชุมนุมมั่วสุมกันในสถานที่แออัด ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยกิจกรรมไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  

คดีนี้มีนัดสืบพยานไปเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2568 โดยโจทก์นำพยานเข้าสืบ 2 ปาก จาก สน.ลุมพินี ได้แก่ พนักงานสืบสวน และพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดี  ส่วนฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าสืบ 2 ปาก ได้แก่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จำเลยที่ 2 และณัฏฐธิดา มีวังปลา จำเลยที่ 8 

.

วันนี้ (26 พ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 710  จำเลยได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา โดยมี “ครูใหญ่” อรรถพล และ “ไบรท์” ชินวัตร ถูกนำตัวมาจากเรือนจำ โดยมีผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตเนเธอร์แลนด์, สวิสเซอร์แลนด์ และองค์กรสิทธิมนุษยชน iLaw มาร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย 

เวลาประมาณ 11.00 น. ศาลเรียกจำเลยให้ลุกขึ้นรายงานตัว ก่อนเริ่มอ่านคำพิพากษามีใจความสำคัญระบุว่า คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้ง 8 คนกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ 

คดีนี้โจทก์ให้การว่าเพจเฟซบุ๊กของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมที่บริเวณห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ในวันที่ 24 มี.ค. 2564 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหมดว่ากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และร่วมชุมนุมโดยไม่มีการคัดกรองโรคระบาดโควิด – 19 ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ชุมนุมราว 1,200 คนเข้าร่วมด้วย 

แต่พิเคราะห์จากคำเบิกความของโจทก์ ได้ความว่าการชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ผู้ชุมนุมไม่ได้ยืนกันเต็มถนนบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยยังมีช่องถนนที่รถยนต์และประชาชนสามารถใช้สัญจรผ่านไปได้ 

ทั้งการชุมนุมอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่ และยังไม่มีผู้พกพาอาวุธที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 

เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าว เป็นการชุมนุมที่ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น และสามารถอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน ทั้งไม่มีการประทุษร้ายเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดอันก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง หรือเกินการควบคุมตามมาตรการฉุกเฉินฯ ตามที่โจทก์ฟ้องได้ 

ส่วนในประเด็นเรื่องการชุมนุมเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด จากคำเบิกความของพยานโจทก์ เห็นว่าพื้นที่ชุมนุมเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และมีพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายว่าผู้ชุมนุมสวมใส่หน้ากากอนามัย ทั้งยังมีจุดคัดกรอง เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิอยู่ในพื้นที่ด้วย 

นอกจากนี้ จุดประสงค์ของการชุมนุมก็เป็นไปเพื่อการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นการชุมนุมที่เป็นสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับรองไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 การชุมนุมดังกล่าว ไม่เป็นการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง การกระทำของจำเลยทั้ง 8 คน จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง 

.

สำหรับการชุมนุม #เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร จัดขึ้นโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในช่วงการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อยืนยันข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยการชุมนุมครั้งนี้ต่อเนื่องจากเหตุสลายการชุมนุมแบบไร้แกนนำของรีเด็มเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2564 ที่ท้องสนามหลวง นำไปสู่การปรับรูปแบบการชุมนุมให้มีเวทีปราศรัย และมีการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

นอกจากคดีนี้ ยังมีคดีของ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 112 จากการปราศรัยด้วย ทำให้ถูกแยกฟ้องไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยมายด์ต่อสู้คดี และศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการชุมนุม และไม่ปรากฏว่าเป็นผู้โพสต์เชิญชวนให้ร่วมชุมนุมแต่อย่างใด จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดมาตรการป้องกันโรคโควิดในขณะนั้น

ทั้งนี้ แนวโน้มคดีจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2563-65 ที่ถูกกล่าวหาในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พบว่าในคดีที่จำเลยต่อสู้คดีในชั้นศาล มีสัดส่วนที่ศาลพิพากษายกฟ้องมากกว่า คือจำนวนอย่างน้อย 112 คดีแล้ว ขณะที่มีคดีที่ศาลพิพากษาโดยเห็นว่ามีความผิดจำนวนอย่างน้อย 80 คดี 

X