จดหมายจาก “เก็ท โสภณ”: เมื่อความรักไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นแรงผลักในการต่อสู้ – ส่งสารถึง “ป้าอัญชัญ” ผู้อดทนจนได้รับอิสรภาพ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม  “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

จดหมายฉบับนี้เก็ทเขียนถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภายในตัวเขาหลังจากอยู่ในคุกมาแล้ว 2 ปี 2 เดือน เล่าถึงความรักที่เคยเป็นความกังวล กลับกลายเป็นแรงผลักดัน จากความกลัวที่ฝ่ายตรงข้ามจะใช้ความรักเป็นจุดอ่อนโจมตี สู่การตระหนักว่าความรักจากครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างต่างหากที่ทำให้เขาแข็งแรงและพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรค “ถ้าเขาทำร้ายผม ก็เท่ากับทำร้ายคนรักของผมด้วย” ความคิดนี้กลายเป็นเกราะป้องกันและแรงบันดาลใจในการต่อสู้

นอกจากนี้ เก็ทยังส่งจดหมายถึง “ป้าอัญชัญ” อดีตผู้ต้องขังคดี 112 ที่เพิ่งได้รับอิสรภาพเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังถูกคุมขังยาวนานรวมกว่า 8 ปี  เก็ทเล่าถึงก่อนหน้านี้ตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอก เขามักยกเรื่องป้าอัญชัญเป็นตัวอย่างความอันตรายของมาตรา 112 โดยเฉพาะผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ถูกตัดสินให้ติดคุกหลายสิบปีเพียงเพราะแชร์คลิปรายการวิทยุ เก็ทชื่นชมความเข้มแข็งของป้าที่แม้ศาลจะตัดสินให้ลงโทษจำคุกถึง 43 ปี 6 เดือน แต่ป้าก็ไม่เคยหยุดให้กำลังใจคนข้างนอก

___________________________

“เพราะว่าเธอคือดวงใจ เป็นดั่งความหวังและเป็นลมหายใจ จะโอบกอดเธอ แม้วันจะเปลี่ยนไป แต่ฉันไม่เปลี่ยนใจ”  (เพลง “ดวงใจ” จากศิลปิน ปราง ปรางทิพย์)

ผมหวังว่าจะได้ร้องเพลงให้คนข้างนอกฟังในจังหวะที่โอกาสเอื้ออำนวย และหวังว่าคนข้างนอกจะทนฟังเสียงเพี้ยน ๆ ของผมได้ 

ครั้งหนึ่งตอนเยี่ยมญาติ พ่อบอกผมว่า “เก็ทเป็นเหมือนหัวใจพ่อ ทำร้ายลูกพ่อก็เหมือนทำร้ายพ่อด้วย” ขณะที่แม่มักมาเยี่ยมแต่เช้ามาอัปเดตข่าว เวลาเจอความผิดหวัง เช่น ประกันไม่ผ่าน นิรโทษกรรมไม่รวม 112 แม่มักมาให้กำลังใจเสมอ แม่มักถามว่าผมขาดเหลืออะไรมั้ย แม่ถามบ่อยจนผมเกรงใจ แต่แม่ก็มักตอบกลับว่า “ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกไม่อยากให้อยู่ลำบาก” 

วันนี้ผมได้จดหมายจากแก๊งค์สภานักศึกษาแล้ว ขอบคุณกำลังใจจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ มหาวิทยาลัยและเพื่อน ๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ มาก ๆ เลย นี่ก็สองปีกับอีกสองเดือนแล้วที่ผมอยู่ในนี้ ผมได้รับแรงซัพพอร์ตจากทั้งครอบครัว เพื่อน และหลาย ๆ คน รู้สึกว่าเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอกับสิ่งที่ทุกคนทำให้

การอยู่ในคุกให้ความรู้สึกเหมือนจมน้ำ แต่ไม่ตาย ช่วงหลายเดือนแรกของการเข้าคุกครั้งนี้ การแสดงความรัก การบอกว่ารักใคร เป็นหนึ่งในความกังวล ผมกังวลว่าฝั่งศัตรูจะจะใช้ด้านที่ผมอ่อนไหวมาโจมตีผม แต่แล้ววันหนึ่ง คนใกล้ตัวก็เตือนสติผม เขาว่าที่ผมแข็งแรงได้ขนาดนี้ไม่ใช่แค่เพราะตัวผมคนเดียว ผมนั้นถูกหล่อเลี้ยงด้วยความรักจากคนรอบข้างด้วย

เพราะใช้เวลาทบทวนแล้วจัดระเบียบความคิดตนเอง ผมก็พบว่าความรักก็ไม่ใช่จุดอ่อนของผมอีกต่อไป แต่เป็นกำลังใจให้ผมใช้ชีวิตและต่อสู้ในทุก ๆ วัน ผมจะทบทวนว่าใครคือคนที่ผมรัก ใครคือคนที่รักผม ใครคือคนที่สำคัญ คิดถึงเขาวันละหลาย ๆ รอบ ในวันนี้เมื่อมีใครที่จะล้ำเส้นผม ผมก็นึกถึงหน้าคนสำคัญของตนไว้ ถ้าเขาทำร้ายผมก็เท่ากับทำร้ายคนรักของผมด้วย เมื่อคิดแบบนั้นแล้วผมก็พร้อมที่จะสู้ พร้อมเผชิญกับอุปสรรคจากทุกคนที่เข้ามา 

ในวันนี้ความรักไม่ใช่จุดอ่อนแต่เป็นแรงผลักดันให้ผมเดินหน้าต่อ.

_____________________

จดหมายถึงป้าอัญชัญ

ถึงป้าอัญชัญ 

เวลาที่เราพูดถึง 112 ตั้งแต่เราอยู่นอกคุกจนมาถึงข้างใน ผมก็มักพูดเสมอว่า ถ้าคิดไม่ออกว่า 112 มันอันตรายแค่ไหน ก็ให้มองไปหาที่ป้าอัญชัญ ป้าอัญชัญติดคุกจากการแชร์คลิปวิทยุใต้ดิน อันนำไปสู่การถูกดำเนินคดีมาตรา 112 โทษหลายสิบปี ผมมักตั้งคำถามว่า ความสมเหตุสมผลของ 112 มันอยู่ตรงไหน ตอนที่ผมอยู่ข้างนอก ก็จะต้องตั้งคำถามต่อไปว่า ป้าอัญชัญต้องติดคุกอีกกี่ปี 

ผมอยากบอกป้าอัญชัญว่า ป้าเข้มแข็งมาก ๆ ในวันที่หลายคนถอดใจในวันที่กระแสการตื่นรู้ของโทษ 112 ไม่ได้มากเท่าปัจจุบัน ป้าก็ยังต่อสู้อย่างเข้มแข็ง และแม้ว่าศาลจะลงโทษจำคุกสูงจนครั้งหนึ่งเป็นประวัติการณ์ แต่เมื่อเข้ามาในคุก ป้าก็หมั่นให้กำลังใจคนอยู่ข้างนอกเสมอ ตอนผมอยู่ข้างนอกไม่รู้ว่าป้าได้จดหมายจากผมบ้างไหม ผมและเพื่อน ๆ ส่งจดหมายให้ป้าอยู่เรื่อย ๆ ตอนที่ได้ข่าวว่าจดหมายไปไม่ถึงป้าหลายร้อยฉบับผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้

เมื่องานรำลึกวันที่ 6 ตุลา 2519 ครั้งที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ได้ส่งรูปที่ถ่ายกับป้าอัญชัญมาให้ รูปภาพเหล่านั้นทำให้ผมชื่นใจมาก ๆ เพราะได้เห็นว่าในที่สุดป้าอัญชัญก็ได้รับอิสรภาพเสียที อย่างไรก็ตาม ป้าก็ไม่สมควรติดคุกตั้งแต่แรก ยิ่งเวลาได้ทราบข่าวว่าผู้ต้องขังคดีทางการเมืองได้รับอิสรภาพ ผมก็รู้สึกชื่นใจทุกครั้ง ที่ชื่นใจก็เพราะว่า เราตระหนักได้ว่าไม่สมควรมีใครติดคุกเพียงเพราะการมาแสดงความคิดเห็นหรือออกมาพูดความจริง 

วันนี้ป้าอัญชัญได้รับอิสรภาพ ก็ยังหวังว่าในอนาคตอันใกล้จะไม่มีนักโทษการเมืองในคุกอีก และไม่มีประชาชนคนใดถูกกล่าวหาด้วยคดีการเมืองอีก

สุดท้ายนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับป้าอัญชัญและผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนที่ได้รับอิสรภาพ ผมขออวยพรให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองอยากใช้ ได้มีเสรีภาพทั้งทางกายและใจ พวกคุณเก่งมาก ๆ ที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ นี้มาได้

โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

_________________

ถึงปัจจุบัน (28 ต.ค. 2568) เก็ทถูกคุมขังมาแล้ว 797 วัน หรือ 2 ปี 2 เดือน 10 วัน เก็ทถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คดี  โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาในคดีอ่านแถลงการณ์ในกิจกรรมเดินขบวนไปงาน APEC2022 จำคุก 2 ปี  เป็นผลให้รวมโทษของเก็ทในคดีมาตรา 112 ทุกคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว เป็นระยะเวลา 10 ปี กับอีก 6 เดือน 

📩  สามารถร่วมเขียนจดหมายถึงเก็ท โดยฝากถึง “โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 33 ถนนงามวงค์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”

หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

ย้อนอ่านจดหมายของเก็ท

จดหมายจาก “เก็ท โสภณ”: จาก 14 ตุลาสู่ 6 ตุลา เมื่อผู้ควบคุมอดีตควบคุมอนาคต “ประชาชน” ในประชาธิปไตยไทยคืออะไร?

จดหมายจาก “เก็ท โสภณ”: ความลำบากในการพูดถึง 6 ตุลา – ตั้งคำถามกล่องแพนดอร่าที่อำนาจไม่อยากเปิด

X