“พึ่งบุญ” ช่างสักเชียงใหม่ ถูกจับที่สนามบินขณะเตรียมไปเป็นศิลปินในพำนัก เหตุมีหมายจับคดีเขียนป้ายจราจร “ประเทศทวย” ค้างตั้งแต่ปี 2564

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. พึ่งบุญ ใจเย็น ศิลปินช่างสักเชียงใหม่ วัย 39 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวขณะกำลังเตรียมเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยังประเทศไต้หวัน หลังได้รับทุนเข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนัก เป็นระยะเวลา 3 เดือน 

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแจ้งว่าในสารบบพบหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ และทำการควบคุมตัวพึ่งบุญไว้ ก่อนจะแสดงหมายจับข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” และพบว่าเป็นเหตุจากการเขียนข้อความ “ประเทศทวย” ลงบนป้ายจราจรในพื้นที่เขตสถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ ในช่วงปี 2563 โดยมี ร.ต.อ.อมรชัย ตรังวัชรกุล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูพิงค์ ฯ มาขอศาลออกหมายจับไว้ ตั้งแต่ 3 มี.ค. 2564  ส่งผลให้พึ่งบุญไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนี้

หลังถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนำสัมภาระของพึ่งบุญออกจากกระบวนการขนส่งเข้าห้องเก็บภาระบนเครื่องบินโดยสาร และส่งตัวพึ่งบุญพร้อมสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทำบันทึกการจับกุม โดยไม่มีทนายความ ก่อนนำตัวไปยัง สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

จนเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวพึ่งบุญมาถึงสถานีตำรวจ โดยให้ถ่ายภาพและทำบันทึกลายนิ้วมือตรวจประวัติอาชญากรรม ก่อนในช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนจะติดงานเป็นพยานในศาล ทำให้กว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำก็เป็นช่วงเย็นแล้ว ระหว่างรอ พึ่งบุญต้องถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังที่สถานีตำรวจอยู่ตลอดเวลา

.

เวลาประมาณ 16.30 น. ร.ต.อ.อมรชัย ตรังวัชรกุล พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อพึ่งบุญ ในข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 

ข้อกล่าวหาระบุพฤติการณ์ว่าเมื่อช่วงปี 2563 เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เป็นผู้มากล่าวหาในคดีนี้ โดยพบบุคคลคล้ายพึ่งบุญ นำปากกาเคมีขีดเขียนป้ายจราจรจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ถนนห้วยแก้ว ช่วงวันที่ 3 และ 16 พ.ค. 2563 โดยเขียนว่า “ประเทศทวย” และคำอื่น ๆ โดยผู้กล่าวหาเชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นคนเขียนป้ายดังกล่าว จึงมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน

พึ่งบุญได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนเวลา 18.00 น. พนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวระหว่างสอบสวน โดยให้วางเงินประกันตัวจำนวน 50,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมนัดให้มาพบเพื่อรายงานตัวทุก 15 วัน 

คดีนี้มีลักษณะและพฤติการณ์เดียวกันกับคดีเก่าที่นายพึ่งบุญเคยถูกจับกุมดำเนินคดีและสิ้นสุดไปแล้วในชั้นฎีกา โดยศาลพิพากษาว่ามีความผิดและให้รอการลงโทษไว้ เพียงแต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในคนละเขตท้องที่สถานีตำรวจ โดยคดีก่อนหน้านี้เป็นคดีของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองคดีเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นผู้กล่าวโทษตั้งแต่ปี 2563 เช่นเดียวกัน

น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมาพึ่งบุญไม่เคยหลบหนี รวมทั้งยังเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีที่สถานีตำรวจและศาลอยู่หลายครั้งในช่วงปี 2564 – 2568 นับตั้งแต่มีหมายจับในคดีนี้ แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีหมายจับดังกล่าว และตำรวจก็ไม่เคยดำเนินการจับกุม โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2567 เขายังเพิ่งเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดี “ดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ แต่ตำรวจก็ไม่เคยแสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาในคดีเขียนป้ายจราจรนี้แต่อย่างใด จนกระทั่งเขาพบปัญหาจากการเตรียมเดินทางไปต่างประเทศ 

การปล่อยให้หมายจับค้างอยู่ในสารบบโดยไม่แจ้งจนกระทั่งไปปรากฏที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำให้พึ่งบุญไม่สามารถเดินทางไปในโครงการศิลปินในพำนักได้ จนเกิดความเสียหายและกระทบต่อโอกาสทางอาชีพของเขาอย่างมาก ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่าเขาจะสามารถเดินทางไปในโครงการที่ได้ทุนนี้หรือไม่

.

ย้อนอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

.

X