เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัว “ณัฐสุต, พรชัย และวีรยุทธ (สงวนนามสกุล)” ผู้ต้องขังระหว่างฎีกา ในข้อหาหลักพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาเกี่ยวกับวัตถุระเบิด จากกรณีเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ ระหว่างการชุมนุม #ม็อบ16มกรา64
ภายหลังจากทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลฎีกามีคำสั่งลงวันที่ 8 ก.ย. 2568 ให้ยกคำร้อง ระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบของผู้ขอประกันแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”
กรณีดังกล่าวทำให้ทั้งสามคนถูกคุมขังที่เรือนจำต่อไป หลังจากถูกขังตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทั้งเพิ่งถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา
.
ทบทวนคดี: ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ‘ณัฐสุต’ ส่วน ‘พรชัย – วีรยุทธ’ แก้เป็นพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จำคุกสามคนตลอดชีวิต ก่อนลดโทษหนึ่งในสาม เหลือ 33 ปีเศษ ยื่นประกันครั้งแรก ศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัว
สำหรับคดีนี้ เหตุเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมบริเวณสามย่านมิตรทาวน์เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 เพื่อเรียกร้องให้ #ปล่อยเพื่อนเรา คือทีม การ์ดปลดแอก 2 ราย ที่ถูกจับกุมระหว่างการจัดกิจกรรม “เขียนป้ายผ้า 112 เมตร” ในช่วงเที่ยง ก่อนที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้เข้าควบคุมพื้นที่และจับกุมผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มอีก 4 ราย ในระหว่างที่ชุดควบคุมฝูงชนกำลังเดินบนถนนเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ มีรายงานข่าวว่าวันดังกล่าวพบเกิดควันและประกายไฟ และเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นหน้าจามจุรีสแควร์
.
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2565 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องณัฐสุตทุกข้อกล่าวหา ส่วนพรชัยและวีรยุทธ ยกฟ้องในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ แต่ลงโทษในข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ จำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือน ปรับ 1,000 บาท ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 16 เดือน และปรับ 500 บาท ซึ่งทั้งสองคนได้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามฟ้องทั้งหมด ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปรับคนละ 1,000 บาท ในข้อหาพกพาอาวุธไปในเมืองฯ ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และคงปรับคนละ 666.66 บาท
การยื่นประกันตัวครั้งแรก เกิดขึ้นทันทีหลังมีคำพิพากษา แต่ศาลฎีกาก็มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามมีกำหนดคนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 666.66 บาท หากอนุญาตปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสามจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสามในระหว่างฎีกา”
.
ยกคำร้องประกันตัวครั้งที่ 2: ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา ทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยทั้ง 3 คน ได้แก่ ณัฐสุต, พรชัย และวีรยุทธ เป็นครั้งที่สอง สำหรับประเด็นสำคัญของคำร้องขอประกันตัว มีดังต่อไปนี้
สำหรับ ณัฐสุต คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา ส่วนพรชัยและวีรยุทธพิพากษาจำคุก 3 ปี 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน ปรับ 666.66 บาท อันเป็นการแก้คำพิพากษาและเพิ่มโทษมาก ทั้งจำเลยเห็นว่าคำพิพากษามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณาจำนวนมาก ซึ่งจะฎีกาคำพิพากษาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นว่าศาลจะปฏิบัติต่อจำเลยเสมือนผู้บริสุทธิ์เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิของจำเลยให้ได้รับประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีต่อไป
นับตั้งแต่ถูกดำเนินคดีนี้ จำเลยทั้งสามคน ได้รับการประกันตัวตลอดในชั้นฝากขัง ชั้นพิจารณา และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการประกันตัวอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเดินทางมาร่วมพิจารณาคดีในชั้นพิจารณาคดี และตามวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเคยหลบหนีหรือถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้
จำเลยทั้งสามมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งโดยอาศัยอยู่กับมารดาและบิดา ปัจจุบันณัฐสุตประกับอาชีพรับจ้างเป็นพนักงานครัวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทั้งต้องเลี้ยงดูภรรยาของจำเลยที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนพรชัยประกอบอาชีพรับจ้าง โดยนำรายได้ไปเลี้ยงดูมารดาและยายซึ่งมีโรคประจำตัวและต้องเข้ารับการรักษา และวีรยุทธประกอบอาชีพรับจ้างตำแหน่งผู้ช่วยช่างเทคนิคประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และนำรายได้ไปเลี้ยงดูบุตรและภรรยา
จำเลยทั้งสามมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว จึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี การคุมขังจำเลยไว้ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินชีวิตของครอบครัว และยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลอย่างเคร่งครัด
จำเลยทั้งสามยินยอมติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) อันเป็นเหตุควรเชื่อได้ว่าหากได้รับประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนี
.
ภายหลังทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัว ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่ง ก่อนศาลฎีกามีคำสั่งลงวันที่ 8 ก.ย. 2568 ระบุว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบของผู้ขอประกันแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”
กรณีดังกล่าวทำให้ทั้งสามคนถูกคุมขังที่เรือนจำต่อไป หลังถูกคุมขังมาแล้วเป็นระยะเวลา 15 วันแล้ว โดยทั้งสามคนเพิ่งถูกย้ายตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา
อ่านบันทึกการสืบพยานคดีนี้
