เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม “แม็กกี้” ผู้ต้องขังผู้มีความหลากหลายทางเพศ วัย 28 ปี ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ช่วงเวลาแห่งการพูดคุยแม็กกี้เล่าถึงสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอกล่าวถึงชีวิตที่แฮปปี้ขึ้น ตื่นขึ้นมารู้สึกสดใส นอนหลับสนิท พร้อมแสดงความต้องการที่จะหยุดยาจิตเวช แต่ทนายความได้ให้คำแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนและไม่ให้หยุดยาเอง
เธออธิบายถึงการใช้ชีวิตในแดน 3 ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่วุ่นวายเหมือนแดน 1 ที่เคยอยู่ก่อนหน้า พร้อมเล่าถึงการเจ็บป่วยครั้งหนึ่งที่มีอาการไข้สูง ซึ่งเพื่อนผู้ต้องขังได้ช่วยดูแลอย่างดีตลอดคืน และการรักษาพยาบาลในเรือนจำที่ให้ยาพาราเซตามอลเป็นหลักสำหรับทุกอาการ
ก่อนจากกัน แม็กกี้ยังเล่าถึงการดูแลตัวเองด้านรูปร่างและสุขภาพอย่างใส่ใจ โดยถามว่า “แม่รู้สึกว่าหนูผอมลงไหม” และอธิบายถึงการควบคุมอาหารทุกมื้ออย่างเคร่งครัด พร้อมพยายามออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งคนรอบข้างให้ความเห็นว่าเธอดูผอมและมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม
___________________________________
เสียงดนตรีแว่วมาจากข้างในกำแพง ดั่งบทเพลงกล่อมเยียวยาใจสำหรับผู้มาเยี่ยม ท่ามกลางความคึกคักของวันเยี่ยมญาติใกล้ชิด เสียงเพลงจากวงดนตรีผู้ต้องขังลอยล่องมาถึงจุดเยี่ยม
40 นาทีผ่านไป แม็กกี้ก็ปรากฏกายในชุดน้ำตาลที่เรียบง่าย เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น ใส่แว่น ผมหน้าม้าถูกจัดให้เป็นทรง เมคอัพโทนสีส้มพร้อมปากที่ทาสีส้มสด จนถึงขั้นที่ถูกแซวว่า “มันจะส้มกว่านี้ได้อีกไหม” เธอหัวเราะ
การเริ่มต้นการพบปะครั้งนี้มีเรื่องยาฮอร์โมนส์เป็นประเด็นหลัก ความยุ่งยากในการติดตามใบสั่งยาที่ถูกเก็บอยู่ในล็อกเกอร์ของแม็กกี้ ทำให้ต้องผ่านขั้นตอนการสืบค้นหลายรอบ จากสัปดาห์ก่อนจนถึงเมื่อวาน จนกระทั่งต้องให้เจ้าหน้าที่ภายนอกโทรเข้าไปคุยกับพยาบาลในแดน ซึ่งโชคดีที่พยาบาลจำเรื่องราวของแม็กกี้ได้ ความเข้าใจผิดเกิดขึ้นจากการที่แม็กกี้ทำหน้างง ๆ และตอบว่า “เพราะนึกว่าต้องรอทนายมาเยี่ยมก่อนแล้วจะเอาให้”
ปัญหาการกินยาซ้ำของแม็กกี้กลายเป็นจุดสนใจสำคัญ ผลกระทบที่นักจิตบำบัดเตือนไว้คือการเกิดฮอร์โมนสวิงและอาการปวดหัว เวียนหัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ค่าฮอร์โมนของแม็กกี้ลดลงจาก 60 เป็น 50 การทำปฏิทินการกินยาจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่แม็กกี้รับปากว่าจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แม็กกี้เล่าถึงความต้องการหยุดยาจิตเวช “ตอนนี้ชีวิตแฮปปี้ ตื่นขึ้นมารู้สึกสดใส นอนก็รู้สึกโอเค นอนหลับสนิท” เธอกล่าวต่อไปอีกว่า การปรับตัวที่แดน 3 มีเพื่อนที่เคยรับยาจิตเวชและตอนนี้เลิกไปแล้วให้คำแนะนำเรื่องขั้นตอนการเลิกยา ซึ่งต้องผ่านการคุยกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์และการยืนยันจากแพทย์และพยาบาลที่ดูแล
“ที่ผ่านมาที่อยู่แดน 3 ไม่มีวันที่หงุดหงิดหรือรำคาญเหมือนตอนที่อยู่แดน 1 เลย คิดว่าจะน่าจะควบคุมอารมณ์ได้บ้าง” เธออธิบายต่อว่า “เหมือนกับอยู่แดน 3 เป็นแดนที่เราเคยอยู่แล้วรู้สึกว่า มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเรา เป็นพื้นที่ไม่วุ่นวายคนไม่เยอะ”
ความจริงที่ว่าความมั่นใจของแม็กกี้ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้คำแนะนำที่ให้คือการคุยกับหมอก่อนถึงความต้องการ และไม่ควรหยุดยาเอง ให้กินต่อเนื่องไปก่อนจนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
แม็กกี้ยังคงเล่าสะท้อนชีวิตประจำวันในเรือนจำ “เมื่อสัปดาห์ก่อนอยู่ ๆ ก็มีอาการตัวร้อนเป็นไข้หนักมาก” เธอเล่าต่อว่า “ผู้ต้องขังที่นอนข้าง ๆ ถอดเสื้อมาชุบน้ำ แล้วเช็ดตัวให้ทั้งคืน เขาดูแลหนูดีมาก” เธออธิบายการรักษาในเรือนจำอีกว่า “ข้างในก็ให้กินแต่ยาพาราฯ ทุกโรคในนี้ ไม่ว่า ปวดหัว ปวดท้อง ปวดขา ปวดทุกอย่างก็ให้กินแต่พาราฯ”
ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เมื่ออาการไม่ดีขึ้น เธอไปหาอาสาสมัครในเรือนจำและบอกว่า “จะขอออกพบหมอฉุกเฉิน เพราะรู้สึกว่าร่างกายไม่โอเค” แต่ได้รับคำตอบว่า “วันนี้วันหยุด ไม่มีหมออยู่ ต้องรอพรุ่งนี้ แต่การเจ็บป่วยครั้งนั้น อยู่ ๆ มันก็หายเอง คือเป็นไข้เอง หายเอง”
ข้างในเรือนจำ แม็กกี้ยังคงใส่ใจเรื่องรูปร่างและสุขภาพ เมื่อเธอชวนคุยว่า “แม่รู้สึกว่าหนูผอมลงไหม” การควบคุมน้ำหนักที่เธอเล่าให้ฟังนั้นละเอียดทุกมื้อ โดยการกินมื้อเช้าเป็นโยเกิร์ต 1 ถ้วย ดีน่า 1 กล่อง โจ๊กหมูหรือไก่ 1 ถ้วย ส่วนมื้อเที่ยง หรือคนในเรือนจำจะเรียกว่ามื้อเย็นเพราะว่าต้องขึ้นห้องนอนตั้งแต่บ่าย 2 จะกินโยเกิร์ต 1 และ ดีน่า 1
ผลลัพธ์ที่เธอภูมิใจคือ “ตอนนี้คนที่เคยเห็นหนูอยู่ที่แดน 3 มาก่อน แล้วมาเห็นหนูตอนนี้ บอกว่าหนูดูผอม ดูสุขภาพดี ช่วงนี้เลยค่อนข้างโฟกัสที่เรื่องสุขภาพ พยายามขยับตัวออกกำลังกายบ้าง และควบคุมการกินอาหาร”
การพยายามออกกำลังกายและควบคุมการกินอาหารทำให้เธอโฟกัสที่เรื่องสุขภาพตัวเองมากขึ้น ก่อนจากกันในวันนั้น คำอวยพรที่มีให้แม็กกี้คือให้มีความสุขกับครอบครัวในช่วงเยี่ยมญาติใกล้ชิด ในวันพฤหัสบดีที่ 7 ส.ค. และเมื่อมีการล้อเล่นว่า “เราเจอกันบ่อยแล้ว แม็กกี้น่าจะเบื่อ ให้เจอคนอื่นบ้าง” แม็กกี้ก็หัวเราะรีบบอกว่า “ไม่เบื่อ”
.
จนถึงปัจจุบัน (15 ส.ค. 2568) แม็กกี้ถูกคุมขังมาแล้ว 664 วัน หรือ 1 ปี 9 เดือน 29 วัน จากโทษตามคำพิพากษาคือจำคุกถึง 25 ปี จากเหตุที่ถูกกล่าวหาว่าทวีต 18 ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เธอยังเหลือโทษอีกถึงกว่า 23 ปี
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงแม็กกี้ และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
