“การให้อภัยคนเป็นสิ่งที่ควรทำ”: “วิจิตร” ยังรักษาปอดอักเสบใน รพ.ราชทัณฑ์ ยังหวังนิรโทษกรรมคืนโอกาสชีวิตผู้ต้องขังการเมือง

วันที่ 22 และ 25 ก.ค. 2568 ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทนายความเข้าเยี่ยม “วิจิตร” (นามสมมติ) ผู้ต้องขังทางการเมืองและอดีตผู้รับเหมาก่อสร้างวัย 59 ปี ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ข้อความทางการเมืองในช่วงหลังรัฐประหาร ปี 2557-58 รวม 10 โพสต์ และถูกคุมขังหลังศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี

วิจิตรกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นอาการปอดติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาสเตียรอยด์ในการรักษา แม้ว่าการรักษาจะทำให้เขาต้องเผชิญกับอาการข้างเคียง แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้ปอดที่อักเสบมานานกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ยาสเตียรอยด์นี้ช่วยลดการอักเสบในปอด แต่กลับส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น จึงต้องมีการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการ รวมถึงต้องออกไปรักษาที่โรงพยาบาลสถาบันทรวงอกตามนัด

กับชีวิตข้างในนั้น วิจิตรสร้างกิจวัตรประจำวันที่มีระเบียบแบบแผนเพื่อช่วยให้ตนเองผ่านพ้นวันยากลำบากไปได้ ตั้งแต่การตื่นแต่เช้าเพื่อนั่งสมาธิ การออกกำลังกายที่ปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ไปจนถึงการรับมือกับขั้นตอนการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ที่ซับซ้อน 

วิจิตรยังมีมุมมองและข้อคิดเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและสังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องนิรโทษกรรมและการให้โอกาสแก่ผู้คน แนวคิดของเขาสะท้อนถึงประสบการณ์ตรงจากการใช้ชีวิตในเรือนจำ ที่ทำให้เขามองเห็นปัญหาโครงสร้างของสังคมและความจำเป็นในการให้โอกาสครั้งที่สอง นอกจากนี้ เขายังคงติดตามสถานการณ์การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเป็นสำคัญ

.

วันที่ 22 ก.ค. 2568

ในช่วงบ่ายของวัน โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีบรรยากาศคึกคัก ห้องเยี่ยมทนานทั้งสองห้องเต็มไปด้วยผู้คน จึงต้องใช้พื้นที่ตรงส่วนงานเยี่ยมญาติแทน 

วิจิตรนั่งรออยู่ในบริเวณนั้น สีหน้าของเขาดูดีขึ้นหากเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ใบหน้ามีรอยยิ้ม และมือข้างขวาถือแมสไว้อย่างระมัดระวัง เมื่อถามเกี่ยวกับนัดตรวจที่สถาบันทรวงอกในวันที่ 21 ก.ค. ซึ่งแพทย์เคยแจ้งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน 

“ผมไม่ได้ไปที่สถาบันทรวงอกครับ เนื่องจากผู้คุมไม่เพียงพอที่จะพาไปโรงพยาบาลนอก และแพทย์ประเมินว่าอาการของผมไม่หนักแล้ว ขอให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักกว่าได้ไปโรงพยาบาลนอกแทน”  

วิจิตรเล่าต่อว่า “ในวันนี้พยาบาลและเจ้าหน้าที่นำภาพเอกซ์เรย์ ผลเลือด และค่าต่าง ๆ ไปให้ทางสถาบันทรวงอกประเมินอาการแทน ผมเสียดายในส่วนที่ว่าผมไม่ได้ไปเห็นภาพเอกซ์เรย์เอง แต่ผมก็เข้าใจเหตุผลของทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้”

สำหรับอาการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 21.00 น. จนถึง 02.00 น. วิจิตรอธิบายว่ายังคงเป็นเช่นเดิม แต่รู้สึกว่าอาการเบาลง “หากให้เทียบในระดับ 1-10 ผมว่าขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 5 มันไม่ได้ทรมานมาก ๆ แบบครั้งแรกแล้ว ผมสามารถที่จะทนได้ และอาการเหงื่อออกหลังก็ลดน้อยลง จากปกติเหงื่อจะออกทั้งตัว ผมก็เห็นว่ามันออกแค่บริเวณหลังและศีรษะ อาการเพลียก็ลดน้อยลง”

การหายใจเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัว “ระดับการหายใจ ตอนนี้หายใจได้ประมาณ 90% แล้วครับ แม้จะยังหายใจได้ไม่เต็มอิ่ม แต่เข้าใจได้ครับว่าตอนนี้สภาพปอดกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู” 

วิจิตรสังเกตร่างกายตัวเองอีกว่า “การหายใจมีความสัมพันธ์ผกผันกับอาการร้อนจากภายใน กล่าวคือ ขณะที่การหายใจได้น้อย เหงื่อจะออกเยอะมากแบบออกทั้งตัวเลยครับ แต่ในขณะนี้ที่ผมหายใจได้มากขึ้น เหงื่อก็ลดน้อยลง”

ชีวิตประจำวันของวิจิตรในช่วงนี้เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน บางวันตื่นตีสาม บางวันตื่นตีสี่ ช่วงตีสี่เขาจะนั่งสมาธิประมาณ 40 นาทีหรือมากกว่านั้น ต่อมาช่วงตี 5 จะเริ่มออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว ซึ่งปกติเขาจะเดินเร็วรอบที่อาศัยอยู่ รวมถึงวิดพื้น ซิทอัพ และแกว่งเท้าวันละ 2,000 ครั้ง 

เมื่อออกกำลังกายจนเหงื่อเต็มตัวแล้วจึงไปอาบน้ำ ใช้เวลาเรื่อยไปจนถึงช่วง 7.00 น. พยาบาลจะมาทำการเจาะเลือด โดยในทุกวันจันทร์และวันศุกร์จะมีการเจาะเลือดสองเวลา คือช่วง 7.00 น. และ 15.00 น. เพื่อตรวจค่าน้ำตาล เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้วจึงสามารถทานข้าวได้

การปรับยาเป็นอีกสัญญาณที่แสดงถึงการฟื้นตัว “ขณะนี้มีการปรับลดยาสเตียรอยด์ลงแล้วครับ เพราะอาการดีขึ้น จะเหลือยาประมาณช่วงเช้าเจ็ดเม็ด และช่วงเย็นห้าเม็ด”

เมื่อถามเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างนอกและเรื่องนิรโทษกรรม วิจิตรแสดงความรู้สึกที่ซับซ้อน “ผมก็ดีใจแหละถ้าผมเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์นั้น แต่อีกใจผมก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ยังต้องอยู่ข้างในต่อไป” 

เขาพูดต่อด้วยความเศร้าใจ “หลายคนสูญเสียโอกาสหลายอย่าง การที่คุณขังเขามานานขนาดนี้ก็เพียงพอให้เขาเข็ดหลาบแล้ว บางคนอยู่ในวัยเรียน เขาควรที่จะได้รับโอกาสในการได้ศึกษาต่อแท้ ๆ แต่สุดท้ายเขาก็เสียโอกาสนั้นและถูกจองจำในสถานที่แห่งนี้”  วิจิตรสะท้อนอีกว่า “การให้อภัยคนมันเป็นสิ่งที่ควรทำ ควรให้ประโยชน์และโอกาสแก่เขาในการที่จะได้ปรับตัวแก้ไข การที่ผมได้มาใช้ชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้ ทำให้ผมได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง”

ประสบการณ์ในเรือนจำทำให้เขามองเห็นความจริงบางอย่าง “ผมเห็นว่าคนที่อยู่ในคุกนั้นหลายคนล้วนขาดโอกาสในชีวิตทำให้เขาต้องมาใช้ชีวิตในเส้นทางนี้ หากเขามีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดีกว่านี้ เขาอาจจะมีทางเลือกในอนาคตมากขึ้น ผมยังเชื่อว่าหากสังคมให้โอกาสเขา เขาเหล่านั้นล้วนปรับปรุงแก้ไขและสามารถทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้”

ท้ายที่สุด วิจิตรสรุปแนวคิดของเขาเกี่ยวกับนิรโทษกรรม “การนิรโทษกรรมปล่อยคนออกไป ไม่ได้ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีหรอกครับ แต่เป็นการให้โอกาสและทำให้ความขัดแย้งต่าง ๆ มันลดลง”

.

วันที่ 24 ก.ค. 2568

วิจิตรแจ้งข่าวใหม่เกี่ยวกับการนัดหมายครั้งต่อไป  “สถาบันทรวงอกนัดอีกครั้งในวันที่ 17-18 สิงหาคม ครั้งนี้ผมจะต้องไปที่สถาบันทรวงอกเองครับ” 

เขาอธิบายขั้นตอนการเตรียมตัว ก่อนไปตรวจ ต้องอดอาหารทุกอย่าง แม้กระทั่งน้ำเปล่าก็ต้องงดด้วย เริ่มอดอาหารตั้งแต่ช่วง 20.00 น. 

“ทุกวันนี้ยังมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าน้ำตาล โดยพยาบาลจะมาเจาะเลือดทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เจาะเลือดช่วง 7.00 น. และ 15.00 น.“  เมื่อถูกถามยืนยันว่าไม่ใช่แค่วันจันทร์กับวันศุกร์หรือ เขายังคงยืนยันคำตอบเดิมว่าเจาะเลือดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ 

ก่อนหน้านี้ที่เคยบอกไว้ว่า ‘เหมือนได้ปอดใหม่’ ทำให้วิจิตรอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลง  “ก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้นั้น อย่างที่ทราบผมจะมีอาการฟืดฟัด มีเสมหะ และต้องขากเสมหะตลอด ต่อมาผมได้รับการรักษา ทำให้อาการที่ผมเคยเป็นมาทั้งหมดนั้น เหมือนหายไปด้วยเลยครับ ตอนนี้ผมไม่มีอาการเหล่านี้อีกเลย”  

แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวถึงราคาที่ต้องจ่าย “ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องแลกมาด้วยอาการทรมานจากการรักษาในช่วงที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน” 

เมื่อได้รับการอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของไทย-กัมพูชา เนื่องจากเขาถามทุกครั้งว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร วิจิตรแสดงจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง “ผมยังคงยืนยันเช่นเดิมว่าต้องหาวิธีการที่สันติที่สุด สันติภาพมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด หากเป็นไปได้การปะทะกันโดยตรงนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อใคร มีแต่เสียกับเสีย เราจะสูญเสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ”

ปัจจุบัน (26 ก.ค.2568) วิจิตรถูกคุมขังในระหว่างต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์มาแล้ว 131 วัน

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงวิจิตร และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการFree Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

“วิจิตร” หวังพรรคการเมืองผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน พร้อมวิจารณ์ศาล รธน. ส่วนอาการปอดติดเชื้อคงที่ ยังรักษาต่อเนื่อง 

“วิจิตร”: เมื่อเด็กชายในสงครามคอมมิวนิสต์ ผู้สร้างโบสถ์วิหาร ต้องเผชิญคดีการเมือง

X