ยกฟ้อง! “นิว” จตุพร คดี ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นประมาทฯ เหตุวิจารณ์นำ’ไฟเซอร์’ เข้าบุรีรัมย์ได้มากกว่าพื้นที่เสี่ยง  ศาลชี้ติชมโดยสุจริตเป็นประโยชน์สาธารณะ

 

26 ต.ค. 2565 นิว จตุพร แซ่อึง นักกิจกรรมกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก เดินทางไปที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ถูกเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 กรณีแชร์โพสต์จากเพจ KTUK-คนไทยยูเค วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้มากกว่าจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง นอกจากนี้ เนวิน ชิดชอบ ยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เป็นเงินถึง 1,000,0000 บาท

ก่อนฟังคำพิพากษานิวกล่าวว่า  เพิ่งเดินทางมาถึงบุรีรัมย์ ด้วยช่วงนี้ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ เพราะต้องอยู่เตรียมสู้คดีจากการแสดงออกทางการเมืองช่วงปี 2563-2564   นอกจากตัวนิว  ภายในห้องพิจารณามีเพื่อนของนิว และคนรักของนิว รวม 3 คนเดินทางมาให้กำลังใจ ยังมีผู้สังเกตการณ์คดีอีก 2 คน บรรยากาศในห้องเป็นไปอย่างเรียบง่าย ศาลไม่เข้มงวดกับพิธีจนเกินจริง เว้นแต่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ที่ยังสั่งห้ามคนนั่งไขว่ห้างต่อหน้าบัลลังก์ โดยไม่สนใจว่าการนั่งท่าเดียวนาน ๆ มันไม่สอดรับกับสรีระและสุขภาพของแต่ละคน 

เวลา 09.22 น. บารมี เจริญสุขศิริ ผู้พิพากษา  เริ่มอ่านคำพิพากษาโดยเนื้อหาส่วนแรกบรรยายถึงพฤติการณ์ของจำเลยว่า คดีนี้ จตุพร แซ่อึง หรือ “นิว” ได้แชร์โพสต์ข้อความของ facebook เพจ KTUK-คนไทยยูเค เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2564 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของนิวโดยเปิดสาธารณะให้บุคคลทั่วไปสามารถดูได้ ซึ่งในข้อความระบุว่า 

“ประเทศบุรีรัมย์ของพ่อหลวงเนวินได้วัคซีนไฟเซอร์ไปเรียบร้อย ขโมยโควต้าไปไม่รู้เท่าไหร่ ข่าวไม่ได้ระบุจำนวน แต่ที่แน่ ๆ บุรีรัมย์ไม่เคยพลาดเรื่องวัคซีน ทั้งการที่จังหวัดมีวัคซีนตลอดปีไม่เคยขาด ทั้งการได้ไฟเซอร์ไป พ่อหลวงเนวินบริหารประเทศบุรีรัมย์ได้เก่งจริง ๆ สมแล้วที่เป็นนายทุนใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย อนุทินทำงานรับใช้ให้อย่างสมเกียรติ สรุปแล้วผลงานของประเทศบุรีรัมย์ หนึ่ง ได้ฉีดแอสตร้าเข็มสามให้คนที่ไม่ใช่หมอ สอง ร่วมกับคมนาคม ให้น้องชาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จัดรถไฟส่งผู้ป่วยกลับบ้าน สาม ได้เปิดโรงพยาบาลสนาม สี่ ล่าสุดได้ไฟเซอร์ไปก่อนจังหวัดอื่นๆ

ปังมากมึง ใครมันจะยังกระแดะเลือกพรรคนี้อีกในอนาคต ทั้งโกงกิน เล่นพรรคเล่นพวก คอร์รับชั่นหน้าด้านๆ อนุทิน ศักดิ์สยาม เนวิน เล่นการเมืองบนชีวิตคนแบบไม่ปิดบัง เหี้ยที่สุด” 

โดยโจทก์กล่าวว่า ข้อความดังกล่าวได้แสดงต่อประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลที่สามสามารถเข้าใจได้ว่าบุคคลที่มีชื่อในโพสต์ข้อความนั้นเป็นคนคดโกง เล่นพรรคเล่นพวกไม่ซื่อสัตย์ ซึ่งไม่เป็นความจริง 

และในวันเกิดเหตุ วันที่ 4 ส.ค. 2564 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ซึ่งประชาชนไทยยังไม่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์สอดคล้องกับผลการรายงานการให้วัคซีน ซึ่งขณะนั้นมีประชากรไทยเพียง 19.72 % ของทั้งประเทศที่ได้รับวัคซีนแต่ยังไม่ปรากฏว่ามีวัคซีนไฟเซอร์

ในวันเกิดเหตุนั้นมีการแชร์โพสต์ข้อความครั้งที่ 2 อีกโดยมีข้อความว่า “ใช่จ้า กูคนบุรีรัมย์ กูนี่เขินทุกครั้งที่เห็นคนในจังหวัดอวย ดีใจที่ได้วัคซีนก่อนชาวบ้านชาวช่องแถมยังมีแนวคิด “เขาจะเป็นยังไงก็เป็นไป แต่เขาหาวัคซีนมาฉีดให้ในจังหวัดก็พอ” อายจ้าที่พวกคุณเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ ที่พวกคุณเลือกที่จะอิกนอร์ไม่สนหีสนแตดอะไร เพราะคุณคิดว่าคุณได้ผลประโยชน์จากการดูแลจัดหาวัคซีนในจังหวัดคุณแค่คิดว่าเรารอดก็พอแต่พวกคุณไม่รู้หรอกว่าวัคซีนที่เขาเอามาฉีดให้พวกคุณไร้ประสิทธิภาพขนาดไหน”

จากโพสต์ดังกล่าวสอดคล้องกับการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์มีหนังสือขอวัคซีนถึงอนุทิน โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายกล่าวคือ เนวิน ชิดชอบ เคยเป็นนักการเมืองและเคยดำรงตำแหน่งสส.จังหวัดบุรีรัมย์ และน้องชายของเนวิน ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีอนุทินดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุส่งผลให้จำเลยอาจเข้าใจได้ว่าอนุทิน เนวิน ศักดิ์สยาม เล่นพรรคเล่นพวกไม่ซื่อสัตย์ เล่นการเมืองบนชีวิตคนอย่างเปิดเผย คดโกง และประชาชนทั่วไปก็อาจเข้าใจว่าทั้งสามคนเป็นผู้มีอิทธิพล

เมื่อพิจารณาในตำแหน่งหน้าที่ของนายอนุทินนั้น ทำให้จำเลยเข้าใจว่าอนุทินมีอำนาจในการจัดการและจัดสรรวัคซีนของประเทศไทย พฤติการณ์แห่งคดีทำให้จำเลยเชื่ออย่างสนิทใจว่าข้อความที่จำเลยส่งต่อเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งเจตนาของจำเลยที่ส่งต่อหรือแชร์ครั้งที่ 2 ในวันเกิดเหตุนั้นปรากฏตามที่อยู่ในสำนักทะเบียนราษฎร์ว่าจำเลยมีที่อยู่ที่จ.บุรีรัมย์ แม้ว่าข้อความไม่สุภาพแต่หากพิจารณาถึงความหมายของข้อความแล้วนั้นได้ความว่าจำเลยละอายแก่ใจที่จังหวัดอื่นยังไม่ได้วัคซีนไฟเซอร์มีเพียงบุรีรัมย์ที่ได้วัคซีนดังกล่าว จำเลยวิพากษ์วิจารณ์โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมสาธารณะและชอบโดยสุจริต อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้

จากการกระทำดังกล่าว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยได้เบิกความมาในกระบวนการสืบพยานเห็นว่า แม้ว่าจำเลยจะส่งต่อหรือแชร์ทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียง แม้จะเข้าข่ายผิดฐานหมิ่นประมาทโดยโฆษณาตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 328  แต่ในมาตรา 329 (3) มีข้อยกเว้นว่า “ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท” โจทก์ร่วมไม่ใช่เพียงแต่นำสืบ มาตรา 328 เท่านั้น แต่ต้องนำสืบ มาตรา 329 (3) ด้วย

คำพิพากษาของศาลมีเนื้อหาระบุด้วยว่า ประการแรกโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่สุจริต ประการที่สองกรณีที่จำเลยแชร์โพสต์จากเพจ KTUK-คนไทยยูเค วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้มากกว่าจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงในช่วงโควิด- 19 ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อความเป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ 

นอกจากนี้เนวิน ชิดชอบ ยังเคยเป็นอดีตนักการเมือง อดีต สส. อดีตรัฐมนตรีหลายกระรวง และเคยอยู่พรรคภูมิใจไทย ประกอบกับน้องชายของเนวินยังเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือ อนุทิน ชาญวีรกูล และยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่ดูแลจัดสรรค์วัคซีนโควิด-19 โดยตรง จึงอาจจะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าเนวินมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองและนักการเมือง

ประการที่สาม ประเด็นการประชุมที่โจทก์นำสืบประชาชนอาจจะไม่ทราบ และก่อนหน้านั้นก็มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามคือ แอสตร้าเซเนก้าก่อนที่อื่น ๆ จำเลยจึงมองว่าการกระทำเหล่านั้นอาจจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งคำถามและเข้าใจผิดได้ ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทตามมาตรา 328 ของประมวลกฎหมายอาญา  ศาลพิพากษายกฟ้องทั้งในคดีแพ่งและอาญา รวมถึงยกคำร้องท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสิ้น

หลังฟังคำพิพากษา นิวสะท้อนความรู้สึกว่า ในช่วงที่ถูกดำเนินคดี ถูกผู้คนในจังหวัดด่าทอเยอะมาก ทำให้รู้สึกท้อหลายครั้ง แต่หลังจากที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ทำให้รู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม

ขอบคุณศาลค่ะ ที่มีความเป็นธรรมมากๆ รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็หลุดไปอีก 1 คดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนก็ด่าว่าจะไปพูดทำไมทั้งที่ตัวเองก็ได้ประโยชน์ วันนี้ทำให้ผู้คนเห็นว่าสิ่งที่เราพูดมีประโยชน์ ทำให้เห็นว่าผู้พิพากษาคนนี้ใส่ใจรายละเอียด และหนูก็เชื่อว่าตัวเองวิจารณ์อย่างบริสุทธิ์ใจ หนูเลยไม่เคยกลัวกับสิ่งที่ทำ และอยากให้ทุกจังหวัดได้เท่าเทียมกันและมีความโปร่งใส วันนี้มันเป็นสิ่งที่ช่วยหนูยืนยันว่าหนูไม่ใช่คนผิดอีกต่อไปแล้ว หนูไม่ได้ทำร้ายคน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เพราะหนูสู้มาทั้งปี คนก็ดูถูก เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา วันนี้มันเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าหนูทำเพื่อคนอื่น” นิวเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือตื้นตันใจ

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ย้อนดูคดีก่อนชี้ชะตา:  ‘นิว’ จตุพร ถูก ‘เนวิน’ ฟ้องหมิ่นประมาทฯ เหตุแชร์โพสต์วิจารณ์บุรีรัมย์ได้รับจัดสรร ‘ไฟเซอร์’ มากกว่าจังหวัดที่เสี่ยง 

 ฟ้อง “จตุพร” นักกิจกรรมบุรีรัมย์ ฐาน “หมิ่นประมาทฯ” เนวิน ทำให้ ปชช.เข้าใจว่าเป็นคนโกง เหตุแชร์โพสต์วิจารณ์การจัดหาไฟเซอร์เข้าบุรีรัมย์  

X