ศาลนัดฟังคำพิพากษา 31 พ.ค. คดี ม.112 “ปุญญพัฒน์” ผู้ป่วยสมาธิสั้น-พัฒนาการช้า หลังให้การรับสารภาพ

19 เม.ย 2565 เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการมีนัดสืบพยานในคดีของ “ปุญญพัฒน์” (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 กรณีโพสต์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ ลงในกลุ่ม “รอยัลลิสต์มาร์เกตเพลส” เมื่อวันที่ 9-10 พ.ค. 2563 โดยมี 2 ข้อความกล่าวถึงรัชกาลที่ 10 และการพำนักอยู่ที่ประเทศเยอรมนี 

>> ยื่นฟ้องรายที่ 4! คดี 112 จาก สภ.บางแก้ว ที่ประชาชนแจ้งความ เหตุโพสต์ 4 ข้อความใน “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

ที่ห้องพิจารณา 14 เวลา 09.11 น. หลังจากปุญญพัฒน์เดินทางจากจังหวัดกำแพงเพรชตั้งแต่เมื่อวาน มาถึงศาลจังหวัดสมุทรปราการ เขาได้เข้าไปนั่งรอในห้องพิจารณาพร้อมกับครอบครัวและทนายความ

เวลา 10.30 น. ศาลนั่งออกพิจารณาคดี โดยก่อนการเริ่มกระบวนการพิจารณา ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ส่งตัวจำเลยไปตรวจอาการทางจิต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 เนื่องจากก่อนหน้านัดสืบพยาน ทนายจำเลยได้พบปะพูดคุยเพื่อเตรียมคดีกับจำเลยและครอบครัว และพบว่าการพูดคุยสื่อสารและบุคลิกภาพของจำเลยมีความผิดปกติ 

ต่อมาภายหลังได้ทราบข้อเท็จจริงจากแม่ของจำเลยว่า จำเลยมีพัฒนาการช้ามาตั้งแต่เด็ก สมาธิสั้น มีความคิดวกวน ย้ำคิดย้ำทำ จดจ่อเฉพาะเรื่อง สื่อสารอย่างจำกัด หากจำเลยมีความเครียดหรือหวาดกลัว จะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้ปัจจุบัน อายุ 29 ปีแล้ว จำเลยไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ไม่สามารถประกอบอาชีพการงาน หรือทำในสิ่งที่ต้องใช้วิจารณญาณเหมือนคนในวัยเดียวกันได้ ต้องอยู่ในความดูแลช่วยเหลือของครอบครัวโดยตลอด

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเวลาที่จำเลยอายุประมาณ 18 ปี แม่เคยพาจำเลยไปรักษาที่คลินิกเอกชนที่เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก แต่เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง ทำให้จำเลยไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง อาการของจำเลยจึงไม่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลข้างต้นดังกล่าว ทนายจำเลยจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้แพทย์ตรวจอาการทางสมอง หรืออาการทางจิตของจำเลย เพื่อประเมินความสามารถในการต่อสู้คดี

ด้านอัยการโจทก์ไม่คัดค้าน โดยให้เรื่องนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

ต่อมา เวลา 11.00 น. หลังศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว ศาลได้เรียกจำเลยมาสอบถามหน้าบัลลังก์เกี่ยวกับครอบครัว ประวัติส่วนตัว การศึกษา อาชีพ และสาเหตุที่พิมพ์ข้อความ 4 ข้อความดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องในคดีนี้ 

ด้านปุญญพัฒน์ได้ตอบคำถามว่า ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่และมีน้องชายที่อายุห่างกัน 3 ปี ด้านการศึกษาตนเรียนจบจาก ปวส. สาขาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และปัจจุบันคอยช่วยเหลือพ่อแม่ขายของที่ร้านของชำ 

ส่วนสาเหตุที่พิมพ์ข้อความลงไป เพราะจำเลยคล้อยตามข่าวสารในสื่อโซเชียลมีเดีย และพิมพ์ลงไปโดยไม่ทันยั้งคิด พร้อมกับยืนยันว่า ตนไม่เคยกระทำความผิดใดๆ มาก่อน โดยระหว่างที่ปุญญพัฒน์ตอบคำถามศาล เขาขาดความจดจ่อในบทสนทนาเป็นพักๆ รวมถึงยังหันหน้ามามองมารดาทุกครั้ง เวลาที่เขาไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองได้  

ด้านมารดาของปุญญพัฒน์ได้ชี้แจงต่อศาลว่า ปุญญพัฒน์มีพัฒนาการช้ามาตั้งแต่เด็ก แม้จะเคยพาไปรักษาที่คลินิกเชี่ยวชาญเรื่องด้านพัฒนาการเด็กแล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้น ตนจึงจำเป็นต้องดูแลลูกชายตลอด 24 ชั่วโมง ไม่สามารถปล่อยให้ไปไหนมาไหนได้ตามลำพัง หรือกระทั่งตอนที่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ในคดีนี้ เธอก็เป็นคนจัดการธุระทุกอย่างแทนลูกชาย พาไปพบพนักงานสอบสวน และช่วยลูกชายตอบคำถาม เพราะปุญญพัฒน์มีความสามารถในการสื่อสารที่จำกัด

อย่างไรก็ตาม หลังสอบถามพูดคุยกับจำเลยแล้ว ศาลเห็นว่าจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้ ไม่ได้วิกลจริตถึงขนาดไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงไม่จำเป็นต้องส่งตัวจำเลยไปพบแพทย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 เนื่องจากจำเลยสามารถพูดโต้ตอบและเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับตนเองให้ศาลฟังได้ 

นอกจากนี้ ศาลระบุว่าหากจำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ทนายจำเลยสามารถชี้แจงให้ศาลทราบตั้งแต่วันนัดตรวจพยานหลักฐาน แต่ทนายจำเลยไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ทั้งๆ ที่อยู่ในวิสัยที่พอจะทำได้ อีกทั้งศาลได้มีการตั้งคำถามกับจำเลยว่า ในขณะที่จำเลยพิมพ์ข้อความดังกล่าวนั้น จำเลยมีสติ รู้ตัว หรือรับรู้ในสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ 

ต่อมาเวลาประมาณ 11.20 น. ศาลได้ถามถึงแนวทางการต่อสู้คดีใหม่ โดยอนุญาตให้จำเลย และครอบครัว พร้อมทนายความปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดทางฝ่ายจำเลยได้แถลงว่า เนื่องจากตนเป็นผู้โพสต์แสดงความคิดเห็นดังกล่าวจริง จึงจะขอให้การรับสารภาพตามที่อัยการโจทก์ฟ้อง ด้านอัยการโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานอีก

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สมควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลย เพื่อให้ทราบประวัติส่วนตัว ประวัติกระทำผิด และข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี และรายงานให้ศาลทราบภายใน 30 วัน ก่อนนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. 

ทั้งนี้ คดีของปุญญพัฒน์ นับเป็นหนึ่งในคดีมาตรา 112 ของ สภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 13 คดี และนับเป็นหนึ่งในคดีที่มีนายศิวพันธ์ุ มานิตย์กุล เป็นผู้กล่าวหา จากเท่าที่มีข้อมูลจำนวน 9 คดี โดยส่วนใหญ่พบว่า เป็นคดีที่เกิดจากการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ในช่วงกลางปี 2563 และตำรวจได้มีการเริ่มออกหมายเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงปี 2564 โดยคดีเหล่านี้ ยังทยอยมีกำหนดนัดสืบพยานในชั้นศาลต่อไป

อ่านฐานข้อมูลคดีที่: TLHR (tlhr2014.com)

X