ศาลรับฟ้องคดี บ.บุญรอดฯ ฟ้อง “งามแสนหลวง-มนต์ทิพา” เหตุโพสต์ให้ ตร.ใช้พื้นที่ยิงแก็สน้ำตา-วิจารณ์ธุรกิจผูกขาด

18 มี.ค. 2565 เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องประชาชน 2 ราย ได้แก่ “งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม” ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เหตุโพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีอาจมีการยิงแก๊สน้ำตาออกมาจากบริษัทบุญรอดฯ ระหว่างการสลายการชุมนุมของราษฎรบริเวณใกล้รัฐสภา #ม็อบ17พฤศจิกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 และ “มนต์ทิพา วิโรจน์พันธ์ุ” ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 และ “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” กรณีโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่างๆ ของบริษัทบุญรอด และการทำธุรกิจแบบผูกขาด ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีกระแสข่าวจากการชุมนุมดังกล่าว โดยศาลเห็นว่าทั้งสองคดีมีมูลตามที่โจทก์ฟ้องจึงได้รับฟ้องไว้ 

ในสองคดีนี้ศาลได้นัดไต่สวนเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2565 และนัดฟังคำสั่งเป็นวันนี้

>> เสร็จสิ้นไต่สวนมูลฟ้องคดี บ.บุญรอด ฟ้อง “งามแสนหลวง-มนต์ทิพา” เหตุโพสต์ให้ ตร. ใช้พื้นที่ยิงแก็สน้ำตา-วิจารณ์ธุรกิจผูกขาด ศาลนัดฟังคำสั่งพรุ่งนี้

เวลา 09.30 น. ในคดีของงามแสนหลวง ศาลอ่านคำสั่งโดยสรุปว่า ในคดีนี้โจทก์เบิกความยืนยันตามฟ้องว่า จำเลยได้นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊กว่า “แก็สน้ำตายิงออกมาจากที่นี่ บริษัทนี้ให้ตำรวจเข้าไปข้างในยิงแก๊สน้ำตาออกมาใส่ประชาชน” ซึ่งเป็นข้อความที่บิดเบือนและเป็นเท็จ เพราะบริษัทบุญรอดฯ ไม่เคยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้พื้นที่ในการยิงแก๊สน้ำตา ศาลเห็นว่ามีมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จึงประทับรับฟ้องไว้  

ด้านคดีของมนต์ทิพา ศาลอ่านคำสั่งในคดีโดยสรุปว่า ในคดีนี้โจทก์ได้เบิกความยืนยันตามฟ้องว่า จำเลยโพสต์เฟซบุ๊กที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์น้ำดื่มของโจทก์นั้นเป็นข้อความที่เป็นเท็จ เนื่องจากสินค้าที่เป็นน้ำดื่มของโจทก์นั้นผ่านการกรองที่ทันสมัย ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ไม่ได้ผลิตมาจากน้ำที่เหลือจากกระบวนการกลั่นเบียร์แต่อย่างใด เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่โจทก์ผลิตได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ 

จำเลยยังได้โพสต์ข้อความว่า โจทก์ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้พื้นที่ภายในที่ทำการโจทก์สำหรับลอบทำร้ายประชาชนเพื่อการสลายการชุมนุมนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากโจทก์ไม่เคยยินยอมหรืออนุญาตให้บุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาใช้พื้นที่ภายในของโจทก์เพื่อกระทำการในลักษณะดังกล่าว 

นอกจากนี้จำเลยยังได้โพสต์ข้อความว่าโจทก์เป็นผู้ผูกขาดทางการค้านั้นก็ไม่ได้เป็นความจริง เพราะโจทก์ไม่ได้กระทำการในลักษณะดังกล่าว อีกทั้งผลิตภัณฑ์ประเภทเบียร์ก็ไม่มีแต่ยี่ห้อของโจทก์แต่เพียงเท่านั้น แต่มีหลากหลายยี่ห้อ และโจทก์ทำธุรกิจแข่งขันไปเป็นตามกลไกของตลาด ศาลเห็นว่ามีมูลตามที่โจทก์ฟ้องจึงประทับรับฟ้องไว้พิจารณา 

จากนั้นศาลนัดคู่ความทั้งสองคดีเพื่อไกล่เกลี่ยและนัดพร้อมเพื่อประชุมคดี สอบคําให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกําหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 09.30 น.

หลังศาลประทับรับฟ้องไว้ ศาลได้ออกหมายขังจำเลยทั้งสองไว้ แต่วันนี้มนต์ทิพาไม่ได้เดินทางมาฟังคำสั่งด้วย จึงให้ดำเนินการในนัดต่อไป 

ด้านงามแสนหลวงที่เดินทางมาฟังคำสั่งในวันนี้ ถูกควบคุมตัวไปยังห้องขังใต้ถุนศาลอาญากรุงเทพใต้ ทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวด้วยเงินสดจำนวน 50,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวในชั้นพิจารณาคดีตามคำร้องที่ยื่นไว้ โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติมอีก

กรณีที่มีการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อาจมีการยิงแก๊สน้ำตาออกมาจากพื้นที่ที่ทำการของบริษัท บุญรอดฯ ขณะที่มีการสลายการชุมนุมบริเวณใกล้อาคารรัฐสภา #ม็อบ17พฤศจิกา ดังกล่าวนี้ สุรสิทธิ์ ทองจันทร์ ได้รับมอบอำนาจจากผู้บริหารบริษัท บุญรอดฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องประชาชน 4 ราย ได้แก่ ธนากร ท้วมเสงี่ยม, งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม, มนต์ทิพา วิโรจน์พันธ์ุ และสรญา ธนพุทธิสิริ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 และฟ้องมนต์ทิพาข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอีก 1 ข้อหา โดยศาลได้รับฟ้องแล้ว 3 คดี ยังเหลือคดีของธนากรที่อยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องอยู่ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง   

เสร็จสิ้นไต่สวนมูลฟ้องคดี บ.บุญรอด ฟ้อง “งามแสนหลวง-มนต์ทิพา” เหตุโพสต์ให้ ตร. ใช้พื้นที่ยิงแก็สน้ำตา-วิจารณ์ธุรกิจผูกขาด ศาลนัดฟังคำสั่งพรุ่งนี้

บ.บุญรอดฯ ฟ้องคดี พ.ร.บ.คอมฯ 4 ประชาชนโพสต์วิจารณ์ให้ ตร.ใช้พื้นที่ยิงแก๊สน้ำตาใน #ม็อบ17พฤศจิกา

X