ศาลอาญา-ศาลอยุธยาให้ประกัน “รุ้ง-ปนัสยา” ต่อ สั่งถอด EM-ยกเลิกห้ามออกนอกเคหสถาน แต่เพิ่มเงื่อนไขห้าม “กระทำการกระทบกระเทือนศาล”

วันที่ 13 ม.ค. 65 หลังทนายความยื่นคำร้องขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวเพิ่มเติม “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ใน 3 คดี ได้แก่ คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 และคดีชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ของศาลอาญารัชดาฯ และคดีชุมนุม #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทั้งหมดเป็นคดีมีข้อหาหลักตามมาตรา 112

เวลาต่อมา ศาลทั้งสองมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยต่อไป โดยศาลอาญากำหนดระยะเวลาปล่อยตัว ถึงวันที่ 16 มิ.ย. 65 พร้อมให้ยกเลิกเงื่อนไขที่ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และห้ามออกนอกเคหสถาน แต่เพิ่มรายละเอียดในเงื่อนไข ห้ามทํากิจกรรมที่อาจกระทบต่อสถาบันกษัตริย์และศาลในทุกด้าน


ด้านศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ยกเลิกกำหนดเวลาประกันตัว และลดเงื่อนไขเหลือเพียง 3 ข้อ เช่นเดียวกับศาลอาญา

ศาลอาญาให้ประกันถึงกลางเดือนมิถุนายน พร้อมสั่งถอดกำไล EM แต่เพิ่มเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมที่กระทบศาล

เวลา 11.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดีชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว อีกครั้ง โดยระบุว่า หลังครบกำหนดเวลาคำสั่งให้ประกันตัว ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ละเมิดเงื่อนไขและข้อห้ามที่ศาลกําหนด ซึ่งน่าเชื่อถือว่าจําเลยจะไม่หลบหนีหรือจะไปก่อภยันอันตรายอื่นในช่วงเวลานี้แต่อย่างใด

ประกอบกับจําเลยมีความตั้งใจที่จะเรียนให้สําเร็จการศึกษาตามหลักสูตร จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจําเลยในระยะเวลาจํากัดต่อไป นับแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2565 ซึ่งวันสุดท้ายในการส่งเกรดของภาคการศึกษานี้ โดยศาลกำหนดประกันในวงเงินคดีละ 200,000 บาท พร้อมคงเงื่อนไขเดิม แต่ให้ยกเลิกเงื่อนไขที่ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และห้ามออกนอกเคหสถานตลอดเวลา แต่ได้เพิ่มรายละเอียดในเงื่อนไข ห้ามทํากิจกรรมหรือกระทำการใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และศาลในทุกด้าน 

ศาลยังได้กำหนดให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน ในระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวนี้ และให้จำเลยมาส่งตัวต่อศาลในวันที่ 16 มิถุนายน 2565 เวลา 10.00 น.

คำสั่งลงนามโดย อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

ด้านศาลจ.อยุธยาให้ประกันไม่มีมีกำหนด พร้อมลดเงื่อนไขเหลือเพียง 3 ข้อเช่นเดียวกันศาลอาญา

เวลา 15.30 น. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อ่านคำสั่งผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มายังศาลอาญา  โดยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวปนัสยาต่อเช่นกัน พร้อมทั้งยกเลิกกำหนดระยะเวลาของคำสั่ง โดยให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา แต่ยังคงเงื่อนไข 3 ข้อ เช่นเดียวกับคำสั่งศาลอาญาในวันนี้ คือ

  1. ห้ามทำกิจกรรม เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายต่อบ้านเมือง
  2. ห้ามทำกิจกรรมที่ทำให้เสื่อมเสียต่อสภาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาล
  3. ห้ามเดินทางออกนอกราบอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า หากศาลอาญามีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ให้ทนายความนำส่งคำสั่งดังกล่าวส่งต่อศาล เพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 7 วัน

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้นัดรายงานตัวปนัสยาต่อไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565

จากคำสั่งศาลทั้งสองแห่ง แม้จะมีการแก้ไขเงื่อนไขการประกันตัว ทั้งการยกเลิกติดกำไล EM และยกเลิกคำสั่งออกนอกเคหสถาน แต่จากคำสั่งของศาลอาญากรุงเทพใต้วานนี้ ทำให้ปนัสยายังคงต้องติดกำไล EM และถูกห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 18.00-06.00 น. และอิสรภาพที่ได้รับในครั้งนี้ยังคงถูกจำกัดเวลาถึงวันที่ 25 พ.ค. 65 ในคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ และถึงวันที่ 15 มิ.ย. 65  ในคดีของศาลอาญาเท่านั้น หลังจากครบกำหนดตามระยะเวลาดังกล่าว หากคำสั่งศาลมีการเปลี่ยนแปลงไม่อนุญาตต่อประกัน ปนัสยาอาจจะต้องกลับเข้าไปคุมขังในเรือนจำอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน เงื่อนไขของทั้งสามศาลก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีการระบุเรื่อง “การห้ามกระทำการใดๆ กระทบกระเทือนถึงศาลในทุกด้าน” แต่อย่างใด แต่คำสั่งของศาลอาญาและศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เพิ่มเนื้อหาส่วนนี้เข้ามา

ย้อนอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ศาลให้ประกัน “รุ้ง” คดีครอปท็อป คืนอิสรภาพต่ออีก 155 วัน พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิม ด้านเจ้าตัวหวังให้ศาลคืนอิสรภาพ “เบนจา-เพนกวิน” ออกมาเรียนเช่นกัน

สถิติผู้ถูกคุมขังคดีทางการเมืองในระหว่างต่อสู้คดี

X