‘ฮ่องเต้’ แกนนำพรรควิฬาร์ ถูก ตร.เชียงใหม่เข้าบังคับแจ้งข้อหา ม.112 เพิ่ม โดยไม่มีทนายความ และเจ้าตัวไม่ยินยอม

วานนี้ (วันที่ 27 ตุลาคม 2564) เวลา 8.30 น. ขณะธนาธร วิทยเบญจางค์ หรือ “ฮ่องเต้” นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และแกนนำของกลุ่มพรรควิฬาร์ กำลังเดินทางเข้ารายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้านในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกตั้งเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามคำสั่งของศาลจังหวัดเชียงใหม่ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ธนาธรถูกกล่าวหา และถูกขอฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

ธนาธรระบุว่าขณะเดินทางถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย จากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ นั่งรออยู่ คือ พ.ต.ท.เกริกชัย กิตติ และ พ.ต.ท.สันติ คำใส รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงใหม่ ทั้งสองแจ้งกับธนาธรว่าจะแจ้งข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาในคดีมาตรา 112 ซึ่งเป็นพฤติการณ์เพิ่มเติมจากคดีเดิม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเอกสาร 2 ฉบับ มาให้ธนาธร คือบันทึกการแจ้งข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และบันทึกใบต่อคำให้การ ซึ่งมีการพิมพ์บันทึกข้อความคำให้การมาก่อนแล้วทั้งหมด แม้ว่าเขาจะไม่เคยให้การใดๆ มาก่อน 

ธนาธรเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ถูกต้อง ผิดวิสัยจากปกติ จึงไม่ยอมลงลายมือชื่อและไม่ยอมรับเอกสารไว้ พร้อมแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองว่าเขามีสิทธิจะต้องพบและปรึกษากับทนายความก่อน และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกมาให้ถูกต้องตามกระบวนการ

ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งได้ยื่นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ฉบับลงวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ให้ไปรายงานตัวต่อ พ.ต.ท.เกริกชัย กิตติ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. แม้ว่าธนาธรจะไม่เคยได้รับหมายเรียกครั้งที่ 1 มาก่อนก็ตาม เขาก็รับหมายเรียกผู้ต้องหาไว้และขับรถออกมาจากบ้านของผู้ใหญ่บ้านไป

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ใหญ่บ้านได้โทรหาธนาธร แจ้งว่าเขาลืมเอกสารไว้และให้กลับเข้ามารับ เขาไม่ทราบว่าคือเอกสารอะไร เมื่อกลับเข้าไป จึงได้รับเอกสาร 2 ฉบับเดิม เพิ่มเติมคือมีการลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ใหญ่บ้านได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในเอกสารดังกล่าว พร้อมระบุในช่องลายมือชื่อของเขาว่า “ผู้ต้องหาไม่ยอมลงลายมือชื่อ” เอง โดยเขาไม่ยินยอม ไม่ได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ไม่ได้รับการแจ้งสิทธิ และไม่เคยให้การใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นเอกสารดังกล่าว ให้ธนาธรพร้อมแจ้งว่า วันพรุ่งนี้ไม่ต้องไปรายงานตัวตามหมายเรียกแล้ว เนื่องจากมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้บันทึกคำให้การดังกล่าว ระบุคำให้การของเขาว่า เขาไม่มีทนายความและไม่ประสงค์ที่จะให้พนักงานสอบสวนจัดหาทนายความหรือบุคคลที่เขาไว้วางใจหรือผู้หนึ่งผู้ใดร่วมฟังการสอบสวน และยังระบุว่าเขาไม่มีถ้อยคำอื่นที่จะให้การเพิ่มเติมอีก ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากเขามีทนายความและต้องการพบและปรึกษากับทนายความก่อนเข้ารับทราบข้อหา

กล่าวได้ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่เป็นไปกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและมีความเร่งรัดอย่างผิดวิสัยหลายประการ เมื่อทนายความสอบถามขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ได้คำตอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ โดยวันที่ 27 ตุลาคม 2564 ผู้ต้องหาจะมาตามหมายเรียกหรือไม่ก็ได้ และผู้ต้องหามีสิทธิจะมีทนายความหรือไม่ก็ได้ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา

.

.

แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมถึงเหตุอ่านแถลงการณ์หน้าตำรวจภาค 5

ทั้งนี้ ในเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาที่ธนาธรได้รับมา ระบุว่าคณะทำงานคดีความมั่นคง ภาค 5 ได้ร่วมประชุมพิจารณาเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิด มีมติให้จัดให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จากพฤติการณ์การชุมนุมคาร์ม็อบ “ล้านนาต้านศักดินาทัวร์” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 ต่อเนื่องอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ หลังจากการรับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ มีการแจ้งพฤติการณ์เฉพาะกรณีกิจกรรมที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ในข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ได้ระบุถึงพฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาได้อ่านแถลงการณ์ และยื่นหนังสือเรียกร้องไว้ให้กับนายตำรวจเวรรักษาการณ์ที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 โดยระบุว่าเอกสารข้อเรียกร้องดังกล่าวมีข้อความที่เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  โดยข้อความดังกล่าวคือ “เป็นความผิดของสถาบันกษัตริย์ ที่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ของตนเองสำคัญกว่าชีวิตและเสรีภาพของประชาชนในประเทศ” ซึ่งอยู่ในบรรทัดที่ 15 ในแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง

นอกจากแจ้งพฤติการณ์เพิ่มแล้ว ตำรวจยังระบุข้อกล่าวหาอื่นๆ เพิ่มเติมอีก คือ ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งในการแจ้งข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ระบุข้อหานี้ไว้ด้วย

ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำขึ้นเอง ยังระบุว่าเขาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้บังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือกระทำการมิชอบด้วยประการใดๆ แต่อย่างใด

.

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อ “ฮ่องเต้” โดนข้อหาหมิ่นกษัตริย์

.

X