เร่งฟ้องอีกคดี อัยการขอให้ลงโทษสถานหนัก “ไรเดอร์” จัดคาร์ม็อบชัยภูมิ จำเลยยืนยันคาร์ม็อบไม่เสี่ยงแพร่โควิด

16 ก.ย. 2564 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิเร่งรัดยื่นฟ้อง ศุภากร คำประดิษฐ สมาชิกคณะราษฎรชัยภูมิ ในฐานความผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง กล่าวหาว่าจัดคาร์ม็อบชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เสี่ยงต่อการแพร่โควิด หลังตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 1 เดือน ทั้งยังขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก อ้างว่าขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 

หลังศาลรับฟ้อง และถามคำให้การเบื้องต้นผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยศุภากรให้การปฏิเสธเช่นเดียวกับชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวศุภากรใส่กุญแจมือจากห้องขังด้านหลังศาลมายังห้องคุ้มครองสิทธิ ผู้พิพากษาสอบถามแนวทางในการต่อสู้คดี ศุภากรยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและคาร์ม็อบในวันดังกล่าวไม่ได้เสี่ยงต่อการแพร่ของโควิดดังที่ถูกฟ้อง 

ต่อมา ศาลมีคำสั่งให้ประกันโดยไม่ต้องวางหลักประกันตามที่ทนายความยื่นคำร้อง โดยให้ศุภากรทำสัญญาประกันไว้ หากผิดสัญญาประกันปรับ 30,000 บาท นัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 1 พ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

หลังศาลมีคำสั่งให้ประกันศุภากรยังถูกใส่กุญแจมือควบคุมตัวกลับไปที่ห้องขังด้านหลังศาล เพื่อรอเจ้าหน้าที่ทำสัญญาประกัน ก่อนที่ 1 ชั่วโมงต่อมา ศุภากรจึงได้รับการปล่อยตัว รวมเวลาถูกขังขณะรอการประกันตัวถึง 3 ชั่วโมง

เมื่อได้รับการปล่อยตัว “หนึ่ง” ศุภากร ซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร บ่นเล็กน้อยกับทนายความว่า “ทำไมเขาคุมตัวผมนานจังเลย” ก่อนขอตัวไปส่งอาหารให้ลูกค้าในช่วงเย็น โดยเปิดให้ดูออเดอร์อาหารที่ลูกค้าข้อความมาทางไลน์ แม้ก่อนหน้าที่หนึ่งจะถูกควบคุมตัวเข้าห้องขังได้เล่าว่า “ผมบอกว่าลูกค้าแล้วว่าตอนบ่ายผมอยู่ที่ศาล ไม่รับออเดอร์” แต่คงเพราะช่วงเวลาอยู่ที่ศาลยาวนานไปจนเข้าเวลาอาหารเย็น ลูกค้าจึงส่งออเดอร์อาหารเย็นเข้ามาในแชทไลน์

อัยการระบุ จำเลยร่วมกันขับรถหลายคัน ไปตามถนนสาธารณะในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ขอให้ลงโทษสถานหนัก

ในตอนบ่ายเมื่อนิติกรจากสำนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมินำสำนวนฟ้องมาถึงศาลและนำตัวศุภากรไปที่ห้องขังด้านหลัง ได้บอกทนายความว่า จะนำตัวศุภากรไปอยู่ที่ห้องรอประกัน ไม่ใช่ห้องขัง อย่างไรก็ตามเมื่อทนายความตามไปชี้แจงกระบวนการในช่วงที่ศาลจะคอนเฟอเรนซ์จากห้องพิจารณามาถามคำให้การเบื้องต้น พบว่า ศุภากรถูกตำรวจนำตัวเข้าห้องขังแล้ว นอกจากนี้ เมื่อทนายความกลับไปอีกครั้งเพื่อขอคำฟ้องจากศุภากรก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากตำรวจที่เฝ้าห้องขังอยู่ 

ภาสกร หวัดแท่น พนักงานอัยการบรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 จำเลยได้เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม โดยการชักชวนให้ประชาชนประมาณ 300 คน มาร่วมกันชุมนุมประท้วงการบริหารงานของรัฐบาล (car mob) บริเวณถนนสาธารณะหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล แล้วร่วมกันขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน ตระเวนไปตามถนนสาธารณะสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โดยจําเลยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยแสดงความคิดเห็นแก่ประชาชน โจมตีการบริหารงานของรัฐบาล โดยไม่ได้รับอนุญาตในการใช้เครื่องขยายเสียง 

ท้ายคำฟ้อง อัยการระบุด้วยว่า จําเลยรู้สํานึกในการกระทํา แต่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการป้องกันและควบคุมมิให้โรคระบาดแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ขอศาลลงโทษสถานหนัก 

โดยอัยการถือว่าการกระทำของศุภากรเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34, 35 และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4

ภาพกิจกรรมจากเฟซบุ๊ก Natthaphon Sanghuaithai (SK Lulla)

ขอความเป็นธรรมอัยการให้สอบแพทย์ประเด็นไม่มีผู้ติดเชื้อจากคาร์ม็อบ และขอไม่ฟ้องคดี อัยการสั่งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม

ก่อนหน้านี้ ศุภากรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สภ.เมืองชัยภูมิ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2564 พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “จัดให้มีการชุมนุมหรือทำกิจกรรม (ที่มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลมากกว่า 50 คน) ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศและคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต” 

      >> หนุ่มไรเดอร์ถูกแจ้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลังร่วมคาร์ม็อบชัยภูมิ ส่งเสียงไล่ประยุทธ์

อีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันนัดส่งคำให้การของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนที่เพิ่งรับคำให้การของศุภากร กลับสรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ก่อนส่งตัวศุภากรพร้อมสำนวนดังกล่าวให้อัยการในวันเดียวกันนั้น ศุภากรจึงได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการ ชี้แจงว่า เพิ่งยื่นคำให้การในชั้นสอบสวน และขอให้อัยการไม่ฟ้องคดี เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ด้วยเหตุผลว่า 

1. การกระทำตามข้อกล่าวหา เป็นการใช้สิทธิในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามที่พันธกรณีระหว่างประเทศ และรัฐธรรมนูญรับรอง จึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมาย  

2. การกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีการรวมกลุ่มของบุคคล ในวันดังกล่าวประชาชนได้ต่างคนต่างขับขี่และอยู่ในรถยนต์ของตนเอง โดยขับขี่รถของตนเองไปตามถนน เช่นเดียวกับที่ประชาชนทั่วไปสัญจรบนถนนสาธารณะ และผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างก็สวมหน้ากากอนามัย พกพาเจลแอลกอฮอล์ รักษาระยะห่างตามมาตรฐานแล้วทั้งสิ้น ประกอบกับสถานที่ทำกิจกรรมเป็นสถานที่เปิดโล่ง จึงไม่ใช่การทำกิจกรรมในที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค 

และในห้วงเวลาดังกล่าวทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรมก็ไม่ปรากฏมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่อันเนื่องมาจากกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้ต้องหามีความประสงค์ให้อัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบสวนแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อก่อนและหลังการทำกิจกรรมด้วย

3. กิจกรรมในวันเกิดเหตุเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิค 19 ของรัฐบาล ซึ่งได้ปรากฏให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลรักษา และป้องกันในทางสาธารณสุขอย่างทั่วถึงจากรัฐบาล เท่ากับว่ารัฐบาลมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ข้าพเจ้าและประชาชนที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมกิจกรรม CAR MOB เรียกร้องให้นายกฯ ลาออก, รัฐบาลลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อนำมาไปใช้ในการบริหารจัดการวิกฤตโควิค 19 อย่างเร่งด่วน และให้จัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทางออกทางเดียวที่จะป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดได้ และเป็นความชอบธรรมที่พลเมืองจะเรียกร้องไปยังรัฐทั้งสิ้น 

ภาพกิจกรรมจากเฟซบุ๊ก Natthaphon Sanghuaithai (SK Lulla)

อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้รับหนังสือขอความเป็นธรรม อัยการจังหวัดชัยภูมิได้ส่งสำนวนคืน และมีหนังสือสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบสวนศุภากรเพิ่มเติม โดยให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า “ฝ่าฝืนข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, จัดกิจกรรมทางสังคมซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจํานวนมากกว่า 50 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต” 

ในเช้าวันที่ 16 ก.ย. 2564 พนักงานสอบสวนจึงนัดศุภากรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมดังกล่าว ซึ่งศุภากรให้การปฏิเสธเช่นเดิม ก่อนพนักงานสอบสวนส่งตัวศุภากรพร้อมสำนวนการสอบสวนที่แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้อัยการอีกครั้ง และอัยการนัดศุภากรไปศาลเพื่อส่งฟ้องในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

นับเป็นคดีคาร์ม็อบในภาคอีสานคดีที่ 2 ที่อัยการเร่งฟ้องต่อศาล  หลังพนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภูฟ้องคดีเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับในภาคอื่นๆ แม้ว่า คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุมอื่นๆ ที่จัดไปก่อนหน้านี้จำนวนมากยังไม่มีการยื่นฟ้อง แม้แต่คดีชุมนุมหน้า สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งนักกิจกรรม 22 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในเดือนมีนาคม-เมษายน ปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นอัยการ โดยยังไม่มีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่

.

More from my site

X