ตร.สน.ปทุมวัน แจ้ง ม.112 “เบนจา-ตี้ พะเยา” ชี้ปราศรัยถึงกษัตริย์-รปห. ทำให้ปชช.เกลียดกษัตริย์รัชกาลที่ 10

วันนี้ (9 ก.ย. 64) เวลา 11.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน 2 นักกิจกรรม เบนจา อะปัญ และ “ตี้ พะเยา” วรรณวลี ธรรมสัตยา เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาอื่นๆ อีก 2 ข้อหา จากกรณีร่วมปราศรัยและชุมนุมใน #ม็อบราษฎรยืนยันดันเพดาน หรือ #ม็อบ24มิถุนา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 64 ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน ซึ่งจัดโดยกลุ่ม ราษฎร และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

คดีนี้นอกจาก เบนจา และวรรณวลี มี “บิ๊ก” เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ นักกิจกรรมจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่าปราศรัยหมิ่นประมาทกษัตริย์ด้วย โดยคดีนี้ พ.ต.ท ธนพล ติ้นหนู เป็นผู้กล่าวหาในฐานความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และน.ส.มะลิวัลย์ หวาดน้อย กลุ่มมวลชนแนวร่วมเครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวหาในข้อหา มาตรา 112

แจ้ง ม.112 “เบนจา-ตี้” อ้างคำปราศรัย เป็นการใช้สิทธิการแสดงออกที่ไม่สุจริต มีเจตนาให้ปชช.เกลียดกษัตริย์รัชกาลที่ 10

ร.ต.อ. สุริศักดิ์ ช่วงทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้บรรยายพฤติการณ์ข้อกล่าวหาโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 64 เวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรมที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน เบนจาและวรรณวลีต่างขึ้นปราศรัยมีข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ อันเป็นการก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการใช้สิทธิไม่สุจริต มีเจตนาทำให้ประชาชนที่ได้รับชมหรือฟังเกิดความเกลียดชังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

เบนจาถูกกล่าวหาจากคำปราศรัยที่มีเนื้อหากล่าวถึง ความสัมพันธ์ของกษัตริย์และรัฐประหาร และการใช้ภาษีประชาชนจัดงานเฉลิมฉลอง เนื่องในวันพระราชสมภพของกษัตริย์

ส่วนวรรณวลีถูกกล่าวหาจากคำปราศรัยหลายตอน บางส่วนเนื้อหากล่าวถึง การทำสงครามที่กษัตริย์ถูกยกย่องและเชิดชูเพียงผู้เดียว แต่ประชาชนธรรมดากลับไม่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ และตั้งคำถามว่า ถ้าหากกระทำความผิด แต่ใส่เสื้อสีเหลืองและถวายความจงรักภักดีกับกษัตริย์ จะไม่ถูกดำเนินคดีหรือไม่

อีกทั้ง ในวันเกิดเหตุ พ.ต.อ. พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กํากับการสน.ปทุมวัน ได้อ่านประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ที่เป็นต้นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาด แต่กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เลิกการชุมนุมแต่อย่างใด

รวมถึงกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตต่อสํานักงานเขตปทุมวัน และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงจากเจ้าพนักงานอีกด้วย

จากพฤติการณ์ดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงแจ้ง 3 ข้อหาให้ทั้งสองทราบ ได้แก่ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ฝ่าฝืนข้อกําหนดและประกาศออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ

ทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่า ข้อความที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดตามมาตรา 112 นั้นไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทกษัตริย์ และยืนยันว่าการชุมนุมในวันดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยสงบและเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พร้อมกับต้องการอ้างพยานเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นยกรัฐมนตรี มาเป็นพยานในประเด็นว่า ข้อความที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 นั้นเป็นความผิดอย่างไร

นอกจากนี้ ทั้งสองได้ปฎิเสธลงลายมือชื่อในบันทึกข้อกล่าวหา โดยเขียน “ทะลุดินแดง” และ “เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน” แทนชื่อ-สกุลจริง และจะขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสืออีกครั้งภายใน 30 วัน

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ พนักงานสอบสวนได้ปล่อยผู้ต้องหาไป เนื่องจากมาปรากฎตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

อนึ่ง เบนจา และ วรรณวลี ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้ว 5 และ 4 คดีตามลำดับ 

สำหรับการชุมนุม #ราษฎรยืนยันดันเพดาน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 64 จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ 1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ  3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย 

ย้อนอ่านรายละเอียดการชุมนุมได้ที่ Mobdata Thailand

ย้อนอ่านคดีที่เกี่ยวกับ #ม็อบ24มิถุนายน

คดีชุมนุม 24 มิ.ย. ราษฎรยืนยันดันเพดาน ตร.แจ้งข้อหาประชาชนแล้ว 7 ราย จาก 33 ราย อ้างฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ตร.เข้าแจ้งข้อหา ‘อานนท์’ คดีชุมนุม 24 มิ.ย. แม้ถูกคุมตัว กล่าวหาร่วมอ่าน ‘ประกาศคณะราษฎร’

“วรรณวลี-ยิ่งชีพ” รับทราบข้อหา “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ”​ เหตุร่วมชุมนุม #ม็อบ24มิถุนา ราษฎรยืนยันดันเพดาน

X