อัยการสั่งฟ้อง 3 คดี! เหตุโพสต์ #ตามหาลูกประยุทธ์ เมื่อปีที่แล้ว และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุชุมนุม #ม็อบ7สิงหา หลังจับกุมเพียง 1 เดือน

วันที่ 8 ก.ย. 64 พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองรวม 3 คดี ได้แก่ คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการโพสต์ #ตามหาลูกประยุทธ์ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 2 คดี และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา 

1. คดีหมิ่นประมาท กรณีโพสต์ #ตามหาลูกประยุทธ์ เมื่อปีที่แล้ว

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พฤทธิกร (สงวนนามสกุล) และเดชา (สงวนนามสกุล) ในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊ก #ตามหาลูกประยุทธ์ หรือนิฏฐา จันทร์โอชา และธัญญา จันทร์โอชา เมื่อปี 2563 โดยแยกฟ้องเป็น 2 คดี

ในคดีของพฤทธิกร พนักงานอัยการได้บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 จำเลยได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “#ตามหาลูกประยุทธ์ ลือกันว่าพวกนางได้เปลี่ยนชื่อและใช้นามสกุลแม่ โรจนจันทร์ คงสะกด Rojanachan หรือ Rochanachan อยู่ที่อังกฤษในคฤหาสน์หรูที่เจ้าสัวของไทยรวมเงินกันซื้อให้ และอาจเป็นช่องทางถ่ายเทเงินภาษีประชาชนไปเสวยสุขในต่างประเทศ เมื่อต้องลี้ภัยหลังทำความฉิบหายให้กับประเทศชาติ เหล่าคนดีไม่ตรวจสอบมัน สื่อกะลาก็ช่วยมันปกปิดว่าลูกมันอยู่ที่ไหน? ไม่ตามติดแบบลูกยิ่งลักษณ์ ทั้งๆ ที่ลูกยิ่งลักษณ์ยังเป็นเยาวชน ลูกมันไม่ใช่เยาวชน ทำธุรกรรมได้สะดวก”

ส่วนในสำนวนคดีของเดชา พนักงานอัยการได้บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ  “News1” โพสต์ข้อความว่า “ชาวเน็ตตอบโต้ ด้วยกลยุทธ์ ‘เกลือจิ้มเกลือ’ คุกคามมา คุกคามกลับไม่โกง หลัง จนท.รัฐเยี่ยมบ้านเด็กอนุบาลชู 3 นิ้ว ชาวเน็ตจึงจัดให้ ผุดแคมเปญ #ตามหาลูกประยุทธ์” หลังจากนั้นจำเลยได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อจากข้อความดังกล่าวว่า “ตามฝามันเลยลูกเผด็จการมันเอาเงินภาษีเราไปใช้แบบไหนกันต้องตรวจสอบครับพี่น้องๆ”  

พนักงานอัยการบรรยายว่า ทั้งสองข้อความนั้นตั้งค่าเป็นสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถอ่านข้อความได้ โดยข้อความที่พฤทธิกรเผยแพร่นั้นมีความหมายว่า ผู้เสียหายนั้นเป็นคนไม่ดี เพราะได้ร่วมกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบิดาของทั้งสอง โกงเงินภาษีประชาชน และนำเงินไปใช้จ่ายในต่างประเทศอย่างมีความสุข ส่วนของเดชามีความหมายว่า ทั้งสองได้ร่วมกับพลเอกประยุทธ์ นำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ส่วนตัว ข้อความทั้งสองจึงทำให้นิฏฐาและธัญญา จันทร์โอชาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง 

พนักงานอัยการระบุว่า การกระทำของพฤทธิกรและเดชานั้นถือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี ได้นำตัวทั้งสองไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยไม่ต้องวางหลักประกัน โดยศาลกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 พนักงานอัยการยังได้ยื่นฟ้องผู้ใช้ทวิตเตอร์ 1 รายที่โพสต์ข้อความ #ตามหาลูกประยุทธ์ เช่นกัน ทำให้มีผู้ถูกยื่นฟ้องคดีในกรณีนี้ทั้งหมด 3 รายแล้ว ขณะที่อัยการยังไม่มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาอีก 4 ราย โดยเลื่อนนัดฟังคำสั่งไปเป็นวันที่ 6 ต.ค. 64

> ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท! 1 ผู้ทวิต #ตามหาลูกประยุทธ์ อัยการชี้ตั้งคำถามการใช้ภาษี ปชช. ของลูกสาวนายกฯ ทำให้ทั้งคู่เสียชื่อเสียง

> ตัวแทน “ประยุทธ์” อีกหนึ่งกลไกรัฐบาลในการคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง

> 7 ผู้โพสต์ #ตามหาลูกประยุทธ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”

2. คดีการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา 

ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ได้ยื่นฟ้อง ลำไย จันทร์งาม, นิรุฒน์ ละมูล และธีรวิช สุขประเสริฐกุล เป็นจำเลย ในฐานความผิด ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง ที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.871/2564 

คดีนี้สืบเนื่องมาจากกิจกรรม “เคลื่อนพลไปพระบรมมหาราชวัง” หรือ #ม็อบ7สิงหา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 64 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการปรับลดงบสถาบันกษัตริย์และกองทัพ รวมถึงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีคุณภาพ จัดขึ้นโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth)

คำฟ้องคดีนี้บรรยายโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 64 จําเลยทั้งสามกับพวกรวมประมาณ 100 คน ได้เข้าร่วมชุมนุมทํากิจกรรม “เคลื่อนพลไปพระบรมมหาราชวัง” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด อันเป็นการชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค และลำไย จำเลยที่ 1 ยังได้ใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าที่ติดตั้งบนรถยนต์ แสดงความเห็นแก่ผู้ร่วมชุมนุม โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย

ทั้งนี้ ในขณะเกิดเหตุตำรวจได้ยึดทรัพย์สินของลำไย จำเลยที่ 1 รวม 9 รายการ ไว้เป็นของกลาง ได้แก่ รถยนต์กระบะ 1 คัน, เครื่องปั่นไฟ 1 เครื่อง, เครื่องผสมสัญญาณเสียง 1 เครื่อง, เครื่องแอมขยายเสียง 1 เครื่อง, ไมโครโฟน 4 ตัว, ลําโพง 5 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง 

เดิมในชั้นสอบสวน ศาลได้เคยมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ในวันนี้ทนายความจึงยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกันเช่นเดิม 

แต่ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสาม โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด คนละ 20,000 บาท ทนายความได้ใช้เงินสดจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 13 ธ.ค. 64 เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ #ม็อบ7สิงหา มีผู้ถูกจับกุมในวันดังกล่าวที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมรวม 17 ราย มีเพียง 3 คนนี้ ที่อัยการเร่งฟ้องหลังแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 1 เดือน  โดยในวันดังกล่าวนิรุฒน์และธีรวิชถูกจับกุมขณะที่การชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังไม่เริ่มขึ้น และธีรวิชมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายบริเวณใบหน้าและคอ ส่วนลำไยซึ่งขับรถเครื่องเสียงถูกติดตามไปจับกุมที่บางนา นอกพื้นที่การชุมนุม โดยชุดจับกุมไม่ได้แสดงหมายจับ   

> จับกุมอย่างน้อย 18 ราย! ก่อนและหลัง #ม็อบ7สิงหา คุมตัว ตชด.ภาค 1 ก่อนส่งศาลฝากขัง จันทร์นี้

> ศาลให้ประกัน 17 ผู้ถูกจับกุมก่อน-ระหว่าง #ม็อบ7สิงหา ด้านสมาชิกวีโว่ถูกกำหนดเงื่อนไขห้ามก่อความวุ่นวาย

More from my site

X