ศาลขอนแก่นไม่อนุญาตให้เรือนจำคุม ‘ไผ่’ ไปสอบที่ ม.ขอนแก่น

ศาลขอนแก่นไม่อนุญาตให้เรือนจำคุม ‘ไผ่’ ไปสอบที่ ม.ขอนแก่น

ศาลจังหวัดขอนแก่นยกคำร้อง หลังทนายยื่นขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่เรือนจำคุม ‘ไผ่’ ออกไปสอบคอมฯ ที่ ม.ขอนแก่น เป็นเหตุให้ไผ่ไม่ได้ไปสอบวิชาสุดท้ายตามกำหนด ด้านพ่อไผ่ขอถอนเงินประกันจากศาล ชี้ยื่นอีกก็ไม่ต่างจากเดิม แต่ยังต่อสู้ตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

16 ม.ค.60 ทนายความของ ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เข้ายื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นขออนุญาตออกจากเรือนจำเพื่อสอบวิชาคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามที่จตุภัทร์มีกำหนดสอบในวันที่ 17-18 ม.ค. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต ระบุ เคยมีคำสั่งไม่ปล่อยตัวชั่วคราว ให้ผู้ต้องหายื่นเรื่องกับผู้บัญชาการเรือนจำเอง

ตารางสอบคอมพิวเตอร์ 17-18 ม.ค.60

ทำให้แน่นอนแล้วว่า จตุภัทร์ซึ่งถูกคุมขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นจนถึงวันนี้เป็นวันที่ 26 แล้ว จะไม่ได้ออกไปสอบวิชาคอมพิวเตอร์เป็นวิชาสุดท้ายเพื่อจบปริญญาตรี ในวันพรุ่งนี้

นอกจากนี้ นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาและนายประกันของจตุภัทร์ ได้ขอถอนเงินประกันจำนวน 400,000 บาท คืนจากศาล หลังใช้ยื่นประกันตัวมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง โดยไม่ได้รับคืนกลับไป แม้ศาลมีคำสั่งไม่ปล่อยชั่วคราว และให้คืนหลักประกัน นายวิบูลย์เปิดเผยว่า ที่มาถอนเงินประกัน เนื่องจากไผ่บอกว่า จากที่เรายื่นหลายๆ ครั้งมาแล้ว และศาลไม่ให้ประกัน เหตุผลของศาล ไม่ใช่เรื่องปกติของกระบวนการยุติธรรม เขาก็คิดว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องยุ่งเรื่องขอประกันอีก เพราะมันไม่น่าจะต่าง และไม่เชื่อว่าศาลจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ จึงให้พ่อถอนเงินประกันออกมา การที่ทำอย่างนี้ไม่ได้แปลว่าเขายอมแพ้ เราก็ยังต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามสิทธิของเราที่พึงมี

ทั้งนี้ การยื่นคำร้องขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวจตุภัทร์ไปสอบที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากครอบครัวและทนายความพยายามดำเนินการเพื่อให้จตุภัทร์ได้ออกมาเตรียมตัวสอบในวิชาดังกล่าว โดยการคัดค้านการฝากขัง 2 ครั้ง และยื่นประกันตัว 4 ครั้ง ซึ่งอ้างเหตุจำเป็นในการเตรียมตัวและไปสอบดังกล่าว แต่ไม่เป็นผล โดยศาลอ้างเหตุผลซ้ำๆ ว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง หากให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น แม้จตุภัทร์และทนายความจะได้เคยชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าวในคำร้องคัดค้านการฝากขัง และคำร้องขอประกันตัวว่า ผู้ต้องหาไม่อาจยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุอันตรายใดๆ ในคราวที่ได้รับการประกันตัวครั้งก่อน อีกทั้งจตุภัทร์ยังเป็นเพียงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด โดยตำรวจเองก็ยังไม่ได้มีความเห็นสั่งฟ้องคดี การควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้จะกระทบต่อสิทธิและส่งผลต่ออนาคตทางการศึกษาของผู้ต้องหาอย่างร้ายแรง (อ่านประมวลคดีก่อนหน้านี้ที่นี่ และข่าวการยื่นประกันครั้งล่าสุดที่นี่)

คำร้องขออนุญาตออกจากเรือนจำที่ยื่นต่อศาลขอนแก่น ระบุว่า หากผู้ต้องหาไม่ได้เข้าสอบวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งได้ลงทะเบียนสอบไว้แล้ว จะส่งผลกระทบต่ออนาคตการศึกษา และทำให้ผู้ต้องหายังไม่สามารถจบปริญญาตรีได้  อีกทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้แจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถดำเนินการนำตัวผู้ต้องหาออกไปสอบภายนอกเรือนจำได้ เว้นแต่ศาลอนุญาต จึงได้ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบที่สำนักวิทยบริการ  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ซึ่งเป็นสถานที่จัดสอบคอมพิวเตอร์  โดยหากจัดให้ผู้ต้องหาสอบภายในเรือนจำจะต้องนำบุคคลภายนอกและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เข้าไปภายในเรือนจำ  ซึ่งอาจไม่สะดวกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย

ขณะคำสั่งของนายเกษม ศุภสิทธิ์ ผู้พิพากษาเวรชี้ระบุว่า กรณีตามคำร้องเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาจะต้องยื่นเรื่องต่อผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษขอนแก่น เพื่อประสานติดต่อกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้หาแนวทางในการสอบภายในเรือนจำพิเศษขอนแก่นได้ ดังนั้น การที่ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอออกไปนอกเรือนจำพิเศษขอนแก่นเพื่อทำการสอบ จึงไม่อาจกระทำได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับไม่มีเหตุตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำร้อง

คดีนี้  ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ข่าว BBC ไทย จากการแจ้งความของนายทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 23 คดียังอยู่ในชั้นสอบสวน โดยจตุภัทร์ได้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.59 แต่ถูกถอนประกันเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 59 เนื่องจากศาลมีความเห็นว่า ไม่ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาและมีการโพสต์ข้อความในเชิงเย้ยหยันอำนาจรัฐ ซึ่งไม่ใช่เหตุผลตามกฎหมาย ที่ศาลจะพิจารณาถอนประกัน ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์และฎีกาคำสั่งถอนประกัน ตลอดจนยื่นคัดค้านการฝากขัง และขอประกันตัวหลังถูกถอนประกันอีก 4 ครั้ง แต่ไม่เป็นผล ศาลยังคงให้ควบคุมตัวจตุภัทร์ไว้ในระหว่างสอบสวน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการฝากขังครั้งที่ 4 ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลมีอำนาจให้ฝากขังระหว่างสอบสวนได้ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 7 ครั้ง หรือรวมไม่เกิน 84 วัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

45 วัน คดีไผ่ ดาวดิน แชร์ข่าวบีบีซีไทย

ครอบครัว ‘ไผ่’ ผิดหวัง หลังยื่นประกันครั้งที่ 5 ให้ไผ่ออกมาสอบ ศาลขอนแก่นไม่อนุญาต

กระบวนการยุติธรรมกับการจำกัดเสรีภาพ ‘ไผ่ ดาวดิน’: ประมวลคดี 112 ‘ไผ่’ ก่อนถึงวันสิ้นปี 59

 

More from my site

X