ปรับ 100 บาท หนึ่งในผู้ชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ เมื่อปีที่แล้ว ข้อหาใช้เครื่องเสียง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

21 ก.ค. 64 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ปาริชาติ เลิศอัคระรัตน์ อดีตสมาชิกกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เดินทางเข้าจ่ายค่าปรับ 100 บาท ในข้อหา “ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากการเข้าร่วมการชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 ที่ท่าน้ำนนทบุรี เพื่อสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก  หลังในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาตำรวจได้แจ้งว่าทางพนักงานอัยการได้สั่งไม่ฟ้องคดีในข้อหา ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงยังเหลือข้อหาใช้เครื่องขยายเสียง ที่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อให้คดีสิ้นสุดได้

สำหรับคดีนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ ปาริชาติ เลิศอัคระรัตน์, ศศณัฐ เจริญราษฎร และ “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี โดยทั้งหมดได้ทยอยรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. และ 8 ธ.ค. 63 

ก่อนที่ศศณัฐจะถูกเรียกไปแจ้งข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 63 และปาริชาติถูกเรียกไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 64 โดยทั้งสามคนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64 พ.ต.ท. บําเพ็ญ ไวยรจนา รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้แจ้งทนายความ ว่าพนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีทั้งสามคนในข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ยังเหลือข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงของผู้ต้องหาสองคน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อให้คดีสิ้นสุดได้

ในวันนี้ ปาริชาติ จึงได้เดินทางได้เข้าพบพนักงานสอบสวน และให้การรับสารภาพในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนจึงทําการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาเป็นเงินจำนวน 100 บาท ทำให้คดีสิ้นสุดลง 

อนึ่ง ที่มาของคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 เครือข่ายเยาวชนและนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับกลุ่มเด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ได้จัดกิจกรรมชื่อว่า เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ที่ลานกิจกรรมท่าน้ำนนท์ เพื่อสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอกในช่วงดังกล่าว 

สื่อมวลชนรายงานว่ากิจกรรมในวันดังกล่าวได้มีมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองนนทบุรี มาอำนวยความสะดวกตั้งจุดคัดกรอง และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความสงบเรียบร้อยกว่า 20 นาย และมีหน่วย EOD ตรวจหาวัตถุระเบิดภายในพื้นที่ด้วย 

แต่ในภายหลังตำรวจกลับมีการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อผู้เข้าร่วมและผู้ปราศรัยรวม 3 รายอีก จนเกือบครบ 1 ปี ของการชุมนุม อัยการจึงมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีในข้อหานี้ จึงน่าจะติดตามต่อไปถึงความเห็นของอัยการในคำสั่งดังกล่าว

สำหรับ ปาริชาติ ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมืองไปแล้วทั้งหมด 5 คดี โดยนอกเหนือจากคดีนี้ ยังมีคดีการชุมนุมในจังหวัดนนทบุรีอีก 2 คดี ที่สิ้นสุดไปแล้ว หลังยินยอมให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับในข้อหาตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ขณะที่ยังเหลือคดีการชุมนุมหน้าสภ.ภูเขียว เรียกร้องให้ตำรวจขอโทษจากการคุกคามนักเรียน กรณีจัดค่าย “ราษฎรออนทัวร์” ที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และคดีการชุมนุม #ม็อบตำรวจล้มช้าง เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 ที่เธอถูกกล่าวหา และยังไม่สิ้นสุด

ย้อนอ่านข่าวก่อนหน้า

ตร.ย้อนแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 ผู้ชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ตั้งแต่ 29 ก.ค.

แจ้งเพิ่มอีก! ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุชุมนุม 29 ก.ค. ที่ท่าน้ำนนท์ฯ ปีที่แล้ว

More from my site

X