ตร.ขอนแก่น โทรตามนักเรียนมัธยมKKC -ไปที่บ้านระหว่างออกไปเรียนออนไลน์ บอกจะไปหาจนกว่าจะเจอตัว

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 อาเคอร์ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นให้ข้อมูลว่า เวลาประมาณ 20.00 น. มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรมาหา เมื่อเขารับสาย ชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่ทราบว่าได้เบอร์โทรศัพท์ของตนมาจากไหน พูดว่าสะดวกให้ไปเยี่ยมบ้านสัก 2-3 นาทีหรือไม่  อาเคอร์รู้สึกตกใจ เพราะที่บ้านมีทั้งแม่ ปู่ และย่าอาศัยอยู่ และเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงตอบเลี่ยงไปว่าขอเป็นสัปดาห์อื่นได้หรือไม่ ปลายสายตอบตกลงก่อนวางสายไป 

ตกดึกราว 22.00 น.ของวันเดียวกัน มีเบอร์โทรศัพท์ปริศนาโทรเข้ามาหาอาเคอร์อีก เมื่อรับสายมีเสียงผู้ชายพูดลักษณะคล้ายตำรวจอีกว่า นี่ใช่เบอร์ของอาเคอร์หรือไม่ อาเคอร์จึงตัดสายไป

อย่างไรก็ตาม ช่วงเที่ยงของวันต่อมา ระหว่างที่อาเคอร์ออกไปเรียนออนไลน์นอกบ้าน เพราะอยู่ในช่วงเปิดเทอม เขาทราบจากย่าว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2-3 นาย อ้างตัวว่าเป็นตำรวจในอำเภอเมืองขอนแก่น โดยไม่ได้ระบุว่ามาจาก สภ.ไหน มาตามหาตัวอาเคอร์ โดยมีเอกสารจำนวนหนึ่งที่ระบุว่ามีการจับตาดูอาเคอร์อยู่ และมีภาพอาเคอร์ในลักษณะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง 

ตำรวจถามย่าของอาเคอร์ว่า จะมีวิธีไม่ให้หลานออกไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองอย่างไรบ้าง ย่าจึงตอบไปว่าช่วงนี้ก็ดูแลหลานตลอด และหลานก็ไม่ได้ออกไปร่วมกิจกรรมมาหลายเดือนแล้ว ก่อนที่ตำรวจจะพูดว่า เขาจะมาหาที่บ้านอีกจนกว่าจะเจอตัวอาเคอร์ 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ที่บ้านของอาเคอร์กังวลว่า เจ้าหน้าที่จะทำอะไรกับอาเคอร์หรือไม่ ทั้งยังสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาด้วยสาเหตุอะไร ด้านอาเคอร์ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้จักเบอร์โทรศัพท์ของตนได้อย่างไร

สำหรับอาเคอร์ปัจจุบันอายุ 17 ปี เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีนักเรียน KKC ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนในจังหวัดขอนแก่นที่ติดตามสถานการณ์นักเรียนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จัดกิจกรรมส่งเสริมปฏิรูปการศึกษา รวมถึงเข้าร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย อาเคอร์ยังเป็นคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียน ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ซึ่งการระบาดของโควิดระลอกใหม่ อาเคอร์ไม่ได้ออกมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองเลย  

อาเคอร์เป็นสมาชิกภาคีนักเรียน KKC รายที่ 2 ที่ถูกตำรวจติดตามคุกคาม โดยช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้ ขนุน (นามสมมติ) ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง ติดตามถึงบ้าน 2 ครั้ง และไปหาแม่ถึงที่ทำงานอีก 1 ครั้ง มีการถ่ายรูปบริเวณบ้าน และสอบถามความเคลื่อนไหว 

กรณีของขนุนนั้น ได้มีการไปสอบถามกับตำรวจชุดดังกล่าวที่ สภ.บ้านฝาง ถึงสาเหตุของการไปติดตาม โดยสารวัตรสืบสวน สภ.บ้านฝาง และตำรวจอีกนายระบุว่า เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีราชวงศ์เสด็จมาที่ขอนแก่น ประกอบกับขนุนมีชื่ออยู่ในรายชื่อนักเคลื่อนไหวที่เป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” ที่ต้องจับตา คาดว่ากรณีของอาเคอร์ก็น่าจะมาจากสาเหตุเดียวกัน รวมทั้งคาดว่าอาจจะมีนักเรียนและนักกิจกรรมในขอนแก่นถูกติดตามคุกคามในลักษณะเดียวกันนี้อีก 

กรณีการติดตามนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่แสดงออกทางการเมืองโดยระบุว่า “เป็นบุคคลเฝ้าระวัง” เกิดขึ้นเป็นประจำในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเจ้าหน้าที่มักให้เหตุผลเมื่อถูกตั้งคำถามว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง สะท้อนกรอบคิดของเจ้าหน้าที่และรัฐที่ไม่ได้มองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่มีตามรัฐธรรมนูญ

อีกทั้งการเข้าติดตามถึงบ้านของเจ้าหน้าที่ไม่สวมใส่เครื่องแบบ ไม่แสดงบัตรเจ้าหน้าที่ หลายครั้งมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามให้ผู้ถูกติดตามหรือบุคคลใกล้ชิดเกิดความหวาดกลัว ไม่ใช่กระบวนการตามกฎหมาย ทั้งยังเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่ใช้เจ้าหน้าที่แอบอ้างเข้าคุกคามผู้เห็นต่างทางการเมืองได้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

>> นอกเครื่องแบบไปบ้านสมาชิก “ภาคีนักเรียนKKC” 2 ครั้ง ขอเบอร์ติดต่อ ก่อนโทรคุย ‘พี่เป็นตำรวจ อยากเจอจังเลย กลับบ้านกี่โมง’ – อีกราย ตร.โทรหานัดไปพบ

>> นร.-นศ.-นักกิจกรรมร้อยเอ็ด 9 คน “ถูกปรามจัดกิจกรรม-ห้ามออกนอกบ้าน” ก่อนพระเทพฯ เสด็จเปิดหอโหวด 101

>> นอกเครื่องแบบติดตามประชาชนในสกลนคร 4 ราย อ้างเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” ถือวิสาสะเข้าบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

>> นร.ม.6 เชียงราย ถูกตร.คุกคามถึง รร. อ้างอยู่ในรายชื่อบุคคลเฝ้าระวัง 40 กว่าราย เกรงเดินทางร่วมชุมนุมกรุงเทพ

 

More from my site