แจ้ง “ม.112-พ.ร.บ.คอม” สาวกาฬสินธุ์ เหตุโพสต์คลิป TikTok วิจารณ์การใช้ภาษีประชาชน พบตัวแทนประยุทธ์ เป็นผู้กล่าวหา

วานนี้ (20 พ.ค. 64) เวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจนางเลิ้ง ลลิตา มีสุข  ชาวกาฬสินธุ์ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ลงวันที่ 3 พ.ค. 64 ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)  ทั้งนี้ ในหมายเรียกระบุเพียง ข้อหาม.112 เท่านั้น ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ​ ด้วย

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสน. นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดี ผู้โพสต์คลิปวิดีโอสั้นในแอปพลิเคชัน TikTok วิจารณ์การใช้ภาษีประชาชน

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับเป็นคดีที่ 5 ที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง เป็นผู้กล่าวหาประชาชนทั่วไป ในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือมาตรา 112 (อ่านเพิ่มเติม: ตัวแทน “ประยุทธ์” อีกหนึ่งกลไกรัฐบาลในการคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง)

 

กล่าวหาคลิป TikTok วิจารณ์การใช้ภาษีประชาชน เป็นภัยความมั่นคงร้ายแรง

เวลาประมาณ 11.00 น. ลลิตา พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ คณะพนักงานสอบสวนตามคําสั่งของกองบังคับการตํารวจ นครบาล 1 ได้แก่ พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผู้กำกับ กลุ่มงานสอบสวนฯ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4, พ.ต.ท.อธิชย์ คอนนันชัย รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง, ร.ต.ท.ปฏิภาน อินเอี่ยม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แก่ลลิตา 

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์คดีโดยสรุปว่า นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) ตามคําสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ 32/2563 ลง 21 ก.ย. 63 ได้ แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งให้ทําการสืบสวนสอบดําเนินคดีกับ ลลิตา ผู้ต้องหาในคดีนี้

เนื่องจากนายอภิวัฒน์ได้ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 64 เวลากลางวันหรือกลางคืนไม่ปรากฏชัด มีผู้ใช้บัญชีแอปพลิเคชั่น Tiktok ชื่อ “ลลิตา มีสุข” ได้โพสต์วีดิโอลงในแอปพลิเคชั่น TikTok เป็นโพสต์สาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ 

วีดิโอปรากฎภาพและเสียงพูดถึง การบริหารจัดการของภาครัฐและงบสถาบันกษัตริย์ นั้นมาจากภาษีประชาชน ไม่ได้เป็นบุญคุณของรัฐหรือสถาบันฯ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ คือ การบริหารให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยช่วงหนึ่งของคลิปมีการพูดถึงคำว่า “พระมหากรุณาธิคุณ” โดยไม่ออกเสียง

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า ถ้อยคําพูดในวีดิโอที่นําไปโพสต์ดังกล่าว เป็นการกล่าวหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ เป็นการเสียดสี ใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ ทําให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ทําให้เสื่อมค่า ทําให้ด้อยค่า และอาจทําให้ประชาชนที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังตามคําพูดในคลิป เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเช่นนั้น และอาจก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนได้ และมิใช่เป็นการกระทำความความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 6

ทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อผู้ต้องหานำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ในแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จึงถือเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร 

พนักงานสอบสวนจึงแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) 

ด้านลลิตาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ ประชาไทรายงานว่า คลิปที่ลลิตาถูกกล่าวหานั้น เป็นคลิปที่โพสต์ตอบคอมเมนต์ในคลิป TikTok ของเธอคลิปอีกหนึ่ง ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาล

หลังรับทราบข้อกล่าาวหา ทนายความของผู้ต้องหาได้เปิดเผยว่า ตอนแรกคาดว่าจะมีการนำตัวไปฝากขังที่ศาลในวันนี้  แต่ทางผู้กำกับพิจารณาให้ปล่อยตัวไปก่อน พร้อมกำหนดนัดส่งตัวอัยการในวันที่ 13 ก.ค 64 

ลลิตาจึงได้รับการปล่อยตัว หลังมารับทราบข้อกล่าวหา ไม่ถูกควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังการกลับมาบังคับใช้มาตรา 112 อีกครั้งในช่วงปลายเดือนพ.ย. 63 จนถึงวันที่ 19 พ.ค. 64 พบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ไปแล้วอย่างน้อย 92 คน ใน 86 คดี 

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64