จับตา! ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอประกัน “ณัฐนนท์-ธวัช” คดีล้อมรถ 18 พ.ค. นี้

วันนี้ (14 พ.ค. 64) ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร (จำเลยที่ 1) และ ธวัช สุขประเสริฐ (จำเลยที่ 2) จำเลยคดีล้อมรถควบคุมตัว “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปสน.ประชาชื่น เมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค. 63 ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอประกันของทั้งสองในวันที่ 18 พ.ค. 64

การยื่นประกันตัวครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 หลังทั้งสองถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 64 รวมเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ด้านธวัชยังติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ และถูกแยกตัวมาควบคุมในแดนพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนณัฐนนท์นั้นถูกแยกขังเดี่ยว หรือ “ขังซอย” จากมาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และอดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวเป็นเวลา 21 วันแล้ว

>> 4 ใน 5 ผู้ต้องหาคดี “รถควบคุมไมค์-เพนกวิน” ติดโควิด-19 ทนายขอราชทัณฑ์แถลงสถานการณ์ในเรือนจำให้ญาติและประชาชนได้รับทราบ

คำร้องขอปล่อยชั่วคราวครั้งนี้มีเนื้อหาโดยสรุป ขอให้ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนจำเลยที่ 1-2 เพื่อเป็นไปตามแนวทางนโยบายของศาลอาญาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 64 ที่มีวัตถุประสงค์ลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำ ลดภาระของเรือนจำและทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่ขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างกว้างขวาง

  1. กรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพขอให้ศาลยุติธรรมงดการไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จนถึงสิ้นเดือนพ.ค. 64 ถือว่ากระทบสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 1-2 โดยจำเลยขอเรียนเสนอให้ศาล ไต่สวนเฉพาะจำเลยที่ 1-2 และอ่านคำเบิกความเพียงจำเลยทั้งสองก่อน โดยไม่ต้องให้จำเลยรอฟังคำสั่ง และให้ทนายความรอฟังคำสั่งแทน เพื่อลดระยะเวลาการไต่สวนให้สั้นลง  และลดความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
  2. กรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีความจำเป็นอย่างยิ่งไม่สามารถจัดให้มีการไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ จำเลยขอให้ไต่สวนพยานที่เกี่ยวข้องและสามารถรับรองความประพฤติ กำกับดูแลจำเลยทั้งสอง อันได้แก่ ประธานหมู่บ้านของจำเลยที่ 1 และ/หรือ ครูที่จำเลยที่ 1 นับถือ และ หัวหน้างานของจำเลยที่ 2

ด้านจำเลยที่ 2 ได้ติดเชื้อโควิด-19 และถูกควบคุมไว้ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ขณะนี้ภายในเรือนจำยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อจำนวนมาก และมีบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ต้องขังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพของจำเลยที่ 2 และผู้ต้องขังอื่นเป็นอย่างมาก ประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 วรรคสาม ได้ระบุไว้ว่า ถ้าหากผู้ต้องหาหรือจำเลยเจ็บป่วยซึ่งถ้าต้องขังจะถึงอันตรายแก่ชีวิต ศาลจะไม่ออกหมายปล่อยก็ได้ แต่ก็ไม่ห้ามศาลให้มีคำสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงาน หรือกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันการหลบหนีได้

นอกจากนี้ คำร้องยังระบุอีกว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ทั้งจำเลยทั้งสองยังคงเป็นผู้ถูกกล่าวหา และยังไม่ถูกพิพากษาว่ามีความผิด 

ทั้งนี้ จำเลยที่ 1-2 ได้แนบหนังสือบันทึกถ้อยคำแถลงต่อท้ายคำร้อง โดยมีเนื้อหาว่า ถ้าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว จำเลยจะไม่หลบหนี ก่อนหน้านี้ จำเลยทั้งสองมาตามนัดของพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการเสมอ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี พร้อมกับแถลงว่า จะไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และยินดีปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือคำสั่งศาลโดยเคร่งครัดทุกประการ

ต่อมา เวลา 16.30 น. ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอประกันในวันอังคารที่ 18 พ.ค. 64 เวลา 10.00 น. คาดว่าศาลอาจไม่เบิกตัวจำเลยทั้งสองผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพียงแต่เบิกความผู้ที่จะมาเป็นผู้กำกับดูแลของจำเลยที่ 1 และ 2 เท่านั้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว สมคิด โตสอย, ฉลวย เอกศักดิ์ และศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี ในวงเงิน 25,000 บาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และให้มาศาลตามนัด ทั้งสามได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คืนวานนี้ และถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลต่อไป 

>> ให้ประกัน “สมคิด-ฉลวย-ศักดิ์ชัย” หลังถูกจองจำเกือบ 3 เดือนและติดโควิดในเรือนจำ ด้าน ศักดิ์ชัย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในเรือนจำยังอยู่ในภาวะที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด กรมราชทัณฑ์เผย เรือนจำกลางคลองเปรมพบผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 508 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องขังถึง 506 รายและเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย และคาดว่ายังคงมีผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำที่ยังตรวจไม่พบ หรือข้อมูลผู้ติดเชื้อที่กรมราชทัณฑ์ยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ

More from my site