26 เม.ย. 2564 ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องจาก “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำมวลชนอาสา We Volunteer หรือวีโว่ถูกขังที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นวันที่ 24 ครบกำหนดที่พนักงานสอบสวนขอฝากขังครั้งที่ 2 ต่อศาลไว้ ในคดีที่ปิยรัฐถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีปรากฏป้ายวิจารณ์วัคซีนโควิดรวม 7 แผ่น ตั้งอยู่ที่ริมถนนในจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้งมีการนำรูปไปโพสต์ในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์

     >> ตร.กาฬสินธุ์ไปแจ้งข้อหา ม.112 ‘โตโต้’ ถึงในเรือนจำ กรณีติดป้ายวัคซีนโควิดพระราชทาน

     >> ศาลกาฬสินธุ์ไม่ให้ประกันตัว “โตโต้” คดี 112 อ้างเป็นหัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ สนับสนุนการชุมนุม ก่อให้เกิดความวุ่นวาย

พนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด จึงเข้ายื่นคำร้องขอฝากขังปิยรัฐระหว่างสอบสวนเป็นครั้งที่ 3 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 8 พ.ค. 2564 ทนายความผู้ต้องหาก็ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 3 และขอให้เรียกพนักงานสอบสวนมาไต่สวนถึงเหตุจำเป็น

เวลา 10.00 น. ศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนพนักงานสอบสวน โดยปิยรัฐเข้าร่วมกระบวนการผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปที่เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ และได้เริ่มไต่สวนในเวลาประมาณ 11.00 น.

บุณยกาญจน์ อินทรบุตร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นเป็นผู้ไต่สวน ได้สอบถาม พ.ต.ท.ไพศาล ใจเกษม พนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด ในฐานะคณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ผ่านไป 12 วัน มีความคืบหน้าในการสอบสวนอย่างไรบ้าง พนักงานสอบสวนตอบว่า สอบพยานเพิ่มได้ 2 ปาก ยังคงเหลือพยานอีก 2 ปาก คือ นักกฎหมายและผู้ชํานาญการด้านภาษาไทยที่จะให้ความเห็นทางกฎหมายต่อข้อความในแผ่นป้ายทั้ง 7 แผ่น เนื่องจากคดีนี้มีประเด็นเรื่องการตีความความหมายของข้อความ ซึ่งยังไม่ได้มีหมายเรียกพยาน แต่ได้ประสานด้วยวาจาไว้แล้ว ไม่แน่ใจว่าจะสอบเสร็จภายใน 1 เดือนตามที่เคยแถลงไว้หรือไม่ แต่จะพยายาม

พ.ต.ท.ไพศาล ตอบศาลอีกว่า ในส่วนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการใช้อินเตอร์เน็ท เว็บเพจ และทวิตเตอร์ของผู้ต้องหา ยังคงรอผลอยู่ พยานหลักฐานอื่นที่กำลังรวบรวมเพิ่มเติมคือ รอผลการตรวจสอบกับ ปอท.ว่า มีการดำเนินคดีปิยรัฐจากการโพสต์ทางโซเชียลคดีอื่นอีกหรือไม่ 

จากนั้น ทนายความของผู้ต้องหา ได้ถามค้านพนักงานสอบสวนในประเด็นที่เคยแถลงต่อศาลว่า หากปล่อยตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นในทำนองเดียวกันอีก ว่า ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ ปิยรัฐถูกดำเนินคดีในคดีอื่นหรือไม่ พ.ต.ท.ไพศาล ตอบว่า ทราบว่ามีคดีที่ สน.พหลโยธิน ศาลแย้งว่า ได้ถามค้านไว้ตั้งแต่การฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกแล้ว แต่ทนายความขอให้ศาลจด และถามต่ออีกว่า หากปิยรัฐไปกระทำความผิดอื่น ตำรวจก็สามารถดำเนินคดีเป็นคดีใหม่ได้ใช่หรือไม่ พนักงานสอบสวนรับว่า ใช่

ทนายความผู้ต้องหาหมดคำถามค้านพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม คำร้องคัดค้านการฝากขังที่ได้ยื่นในครั้งนี้มีใจความว่า  คดีนี้ไม่มีเหตุหรือความจำเป็นที่จะออกหมายขังผู้ต้องหาไว้เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลา 3 เดือน น่าจะเพียงพอแล้ว ในส่วนที่พนักงานสอบสวนอ้างว่ายังสอบสวนไม่เสร็จ ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา และผู้ต้องหาไม่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนดังกล่าวได้  

อีกทั้งที่พนักงานสอบสวนอ้างว่า ปิยรัฐถูกกล่าวหาอีกหลายคดี หากไม่อยู่ในความควบคุมเกรงว่าเป็นการยากที่จะนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมและอาจทำให้คดีล่าช้า ปิยรัฐก็ไม่เคยหลบหนีกระบวนการทางกฎหมายใดๆ มาก่อน ไปตามหมายเรียกหรือนัดหมายทุกครั้ง

คำร้องคัดค้านการฝากขังยังได้อ้างอิงถึงคำสั่งของศาลอาญาในคดีการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2563 ระหว่างพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม กับนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า “การจะขังบุคคลใดตามคำร้องขอฝากขังของผู้ร้องนั้น ศาลจะต้องพิจารณาถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการยุติธรรม” และอ้างอิงคำสั่งของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในคดีตามมาตรา 116 จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ กับปิยรัฐ จงเทพ ซึ่งศาลจังหวัดอุบลฯ ก็มีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังเช่นกัน ซึ่งคดีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงคล้ายคลึงกันกับคดีนี้ 

ศาลถาม พ.ต.ท.ไพศาล ผู้ร้องขอฝากขังปิยรัฐว่า ถ้าศาลไม่อนุญาตฝากขังจะคัดค้านหรือไม่ พ.ต.ท.ไพศาล ตอบว่าไม่คัดค้าน ให้เป็นดุลพินิจของศาล แต่เกรงว่า หากปล่อยตัวผู้ต้องหาไป จะติดตามมาสอบสวนเพิ่มเติมยาก  

ก่อนจบการไต่สวนในช่วงเช้า โดยศาลนัดฟังคำสั่งในเวลา 15.00 น. ศาลได้ถามโตโต้ว่า จะคัดค้านการไต่สวนผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ในวันนี้ ซึ่งเป็นไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดแก่ผู้ต้องขังและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่  ปิยรัฐแถลงว่า ในวันนี้สัญญาณไม่ขัดข้อง จึงยังไม่คัดค้าน แต่หากมีปัญหาเรื่องสัญญาณในครั้งใดก็จะขอคัดค้าน 

ทั้งนี้ตลอดการพิจารณาคดีศาลได้แสดงความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด โดยเตือนให้ทนายความ พนักงานสอบสวน รวมทั้งผู้ร่วมฟังการพิจารณาคดี ใส่เฟซชิลด์มาศาลในครั้งหน้า ทั้งยังกล่าวว่า ไม่ควรมีเพื่อนมาร่วมฟังมาการพิจารณาคดีหลายคน อาจจะเกิดการแพร่เชื้อ และได้รับโอกาสเกินกว่าคดีอื่น

ต่อมาในช่วงเย็น ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้ฝากขังอีก 12 วัน ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ระบุเหตุผลในคำสั่งว่า

“พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคําคัดค้านการฝากขังแล้ว เห็นว่า เมื่อปรากฏจากพยานหลักฐานที่ศาลเคยไต่สวนในชั้นขอฝากขังในสํานวนแล้วว่า กรณีมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาน่าจะได้กระทําความผิดอาญาร้ายแรง และมีเหตุจําเป็นที่ผู้ร้องต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป ทั้งผู้ร้องแสดงให้เห็นว่าการสอบสวนคืบหน้าไปมากพอสมควร เหลือเพียง 2 ปาก และผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรตามที่เคยแถลงในคราวก่อนใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน 

น่าเชื่อว่าการสอบสวนคงแล้วเสร็จอีกไม่นาน ประกอบกับผู้ต้องหาแต่งทนายความแล้วซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหามีสิทธิขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคําพยานฝ่ายตนเพื่อให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ กรณีจึงมีความจําเป็นที่ต้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อทําการสอบสวนต่อไป อนุญาตให้ขังผู้ต้องหามีกําหนด 12 วัน ตามขอ กําชับพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสํานวนการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” 

 

ทำให้ปิยรัฐหรือโตโต้ยังคงถูกขังระหว่างสอบสวนต่อไปอีกอย่างน้อย 12 วัน หลังจากถูกขังมาแล้ว 24 วันในคดีนี้ และ 26 วันในคดีอั้งยี่ของศาลอาญา

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทนายความยังไม่ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวโตโต้อีกครั้ง หลังยื่นไปแล้ว 2 ครั้ง และอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 4 อีก 2 ครั้ง แต่ศาลทั้งสองยังคงไม่ให้ประกัน โดยจากการปรึกษาหารือกับโตโต้ ทนายความจะยื่นคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์นี้

     >> ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ให้ประกัน ‘โตโต้’ คดี 112 แม้ยกเหตุโตโต้ช่วยเหลือสังคม-นโยบาย ปธ.ศาลฎีกา “ขยายสิทธิประกัน-ลดความแออัดเรือนจำ”

     >> “โตโต้” ปิยรัฐ คดี 112 กรณีป้ายวัคซีนหาซีนให้วังที่กาฬสินธุ์

ทั้งนี้ ในระหว่างก่อนและหลังการออกพิจารณาคดีของศาล ได้เปิดโอกาสให้ทนายความและเพื่อนของโตโต้ได้พูดคุย ทั้งปรึกษาหารือทางคดี และสอบถามสารทุกข์ ผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยในช่วงบ่าย เพื่อนสังเกตเห็นว่า โตโต้มีอาการไอ จึงได้ถามว่า มีอาการอื่น ๆ ด้วยมั้ย โตโต้บอกว่า เป็นไข้และมีเสลดบ้างเล็กน้อย วัดไข้ได้ 38 องศา ทำให้เพื่อนๆ เริ่มเป็นกังวล เมื่อสอบถามว่า ได้ทานยาหรือยัง โตโต้แจ้งว่า ยัง ทางเรือนจำน่าจะจ่ายยาในช่วงเย็น 

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำต่างๆ โดยธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2564 ว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น 10 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 1 ราย และผู้ต้องขัง 9 ราย และวันที่ 26 เม.ย. 2564  แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อในเรือนจำกลางเชียงใหม่รวมทั้งสิ้น 146 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย และผู้ต้องขัง 144 ราย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง

 

ขอบคุณภาพปกจาก เพจ โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep                                                                                               

More from my site