ตร.สน.บางเขน บุกแจ้ง 4 ข้อหา “ไมค์” ถึงในเรือนจำ เหตุแห่ขบวน-ขึ้นปราศรัยให้กำลังใจ 8 ผู้ต้องหาหน้า สน.บางเขน

วันนี้ (26 เมษายน 2564) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี รองผู้กํากับการ (สอบสวน) สน.บางเขน ในฐานะคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง บก.น.2 ที่ 101/2564 เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหากับภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” สืบเนื่องจากการจัดขบวนแห่ และขึ้นกล่าวปราศรัยให้กำลังใจ 8 ผู้ต้องหา ผู้ได้รับหมายเรียกในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 ในคดี #ม็อบ29พฤศจิกา ซึ่งทั้ง 8 คนเดินไปทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563   

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า คดีนี้เริ่มมาจากการชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563  โดยมีวัตถุประสงค์ในการปราศรัยเรื่อง การปลดอาวุธศักดินาไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ มีแกนนําที่ถูกดําเนินคดีในการชุมนุมในคราวนั้นรวม 8 ราย ได้แก่ อานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, พรหมศร วีระธรรมจารี, พิมพ์สิริ เพ็ชรน้ำรอบ, ณัฏฐธิดา มีวังปลา และอินทิรา เจริญปุระ ทั้งหมดถูกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.บางเขน ในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น.

>> เปิดข้อหาคดี #ม็อบ29พฤศจิกา “ทราย” ไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่ถูกแจ้ง ม.112-116 ด้วย

ต่อมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 10.00 น. ภาณุพงศ์ได้เดินทางมาถึงที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้า สน.บางเขน โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมได้พากันมารวมตัวกันที่ลานจอดรถด้านหน้า สน.บางเขนเป็นจํานวนมาก มีการจัดกิจกรรม กางเต็นท์ แสดงดนตรี และมีการตั้งเป็นขบวนแห่ ลักษณะคล้ายการแห่ขันหมาก จากบริเวณทางเข้าหน้าหมู่บ้านอัมรินทร์ แล้วพากันเดินขบวนมายังด้านหน้า สน.บางเขน โดยมีการดัดแปลงรถจักรยานยนต์ (ซาเล้ง) จํานวน 2 คัน มาจอดชิดกันดัดแปลงให้เป็นเวที โดยมีการใช้เครื่องขยายเสียง และมีลําโพงขนาดใหญ่ติดตั้ง หลังจากนั้นแกนนําในกลุ่มผู้ชุมนุมนี้ได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย 

จากนั้นเวลาประมาณ 11.05 น. พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน ได้ออกมาอ่านประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่า การชุมนุมเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายในขณะที่ ผกก.สน.บางเขน อ่านประกาศอยู่นั้น ภาณุพงศ์ได้เข้ามาดึงไมโครโฟน และดึงหนังสือไปจากมือของ ผกก.สน.บางเขน จากนั้นภาณุพงศ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการทํางานของรัฐบาล ดังนี้

“เรียนเจ้าหน้าที่ตํารวจ เรียนเจ้าหน้าที่หลาย ๆ คน วันนี้ไม่ใช่การชุมนุม ในเมื่อคุณออกหมายเรียกพวกเรามา พวกเราก็มา จะมาบอกว่าพวกเราจัดการชุมนุม ถรุ๊ย สกปรก ถ้าไม่อยากให้พวกเรามาก็ไม่ต้องออกหมายเรียก และเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจคุณควรควบคุมอารมณ์ตัวเอง มันแปลกตรงไหนที่เราพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ มันผิดตรงไหน แล้ววันนี้เราก็มารับทราบข้อกล่าวหา เข้ามาให้กําลังใจกันแค่นั้นเอง จะมาบอกให้พวกเราเลิกชุมนุมได้ยังไง พวกเราไม่ได้มาชุมนุม พวกเรามาให้กําลังใจกันและกัน รู้สึกเสียดายภาษีที่ให้ไป รู้สึกเสียดายที่เคารพ แบบนี้ไม่น่ามาเป็นตํารวจเลยนะครับ แบบนี้ไม่ได้เรียกตํารวจครับ แบบนี้เรียกขี้ข้า แบบนี้เรียกสุนัขทรงเลี้ยงขอคําชม 3 ครั้งดัง ๆ เลย ขี้ข้าเผด็จการ ขี้ข้าเผด็จการ ขี้ข้าเผด็จการ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องใช่ไหม เขามาให้กําลังใจ เขาไม่ได้มาชุมนุม” 

“ทําอะไรให้มันสมเหตุสมผล ไม่ใช่ว่าอยากจะทําอะไรก็ทํา 112 แจกเป็นใบปลิวเลย แล้วถามหน่อยว่า ตั้งแต่จัดม็อบมา 4 เดือนนี้ มันมีใครติดโควิดในม็อบไหม เพราะรัฐบาลกระจอกมันเลยจัดการเรื่องโควิดไม่ได้ เสร็จแล้วรัฐบาลประยุทธ์มันก็เฮงซวย เพราะมันให้ประชาชนดูแลกันเอง แมสก์ที่พี่ใส่ประยุทธ์ซื้อให้หรือเปล่า หรือเมียซื้อให้ พวกกูก็ได้ซื้อแมสก์ใส่กันเองโดยที่รัฐบาลไม่ซื้อให้พวกกูเลย 3 หมื่นกว่าล้านที่ได้ไปเอาไปทําอะไรบ้าง รู้จักภาษาวัยรุ่นเปล่าเอาไปเปย์*…*อ่ะ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าพวกเราจะเป็นโควิด จัดกันมาตั้งหลายเดือน ไม่เคยมีโควิด พอเราจัดชุมนุมกันขึ้นมา โควิด ระบาดกันทันที แล้วก็มาบอกว่าโควิด กระจอกไอ้คนที่กระจอกคือมึง”

“ไอ้อนุทิน* และหยุดใช้ข้ออ้างโควิดมาทําร้ายคนเห็นต่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่คุณประกาศมาเป็นชั่วโคตร แสดงว่ามันไม่สามารถรักษาโควิดได้เลย แล้วคุณประกาศมันมาทําไม ประกาศมาดําเนินคดีกับผู้ชุมนุมแต่ไม่เคยเห็นเลยที่จะดูแลเรื่องโควิดใด ๆ เลย จะบอกไปว่า การชุมนุมนั้นมันเป็นไปตามหลักสิทธิและเสรีภาพตามหลักสากล ถ้าพวกผมถือปืนอาก้าเข้ามาพี่ค่อยจับ ในมือผมมีแต่มือเปล่าไม่มีใครมีอาวุธเลยเขาเรียกการชุมนุมแบบสันติวิธีรู้จักหรือเปล่า เมื่อสักครู่เห็นมีขบวนอาหารหมา รบกวนเก็บไว้ให้พี่ตํารวจด้วยนะครับ กินได้หรือเปล่าเพดดีกรี หรือปกติเลียแต่รองเท้าบูต”

พนักงานสอบสวนระบุว่า การที่ผู้ต้องหากับพวกได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แต่มีการจัดชุมนุมขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งไม่ได้แจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้ง และกีดขวางทางเข้าออก สน.บางเขน ประกอบกับมีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมาก เสี่ยงต่อการติดโรคระบาด และมีการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี จึงได้แจ้งข้อกล่าวกับภาณุพงศ์ รวม 4 ข้อหา คือ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานที่ทําการหน่วยงานของรัฐ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 8, ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 และร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6)

ภาณุพงศ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นเอกสารในภายหลัง โดยไม่ลงชื่อในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา แต่ได้เขียนข้อความ “ผู้กำกับ สน.นี้ ควบคุมอารมณ์ไม่เป็น” แทน

การจัดกิจกรรมหน้า สน.บางเขน เพื่อให้กำลังใจนักกิจกรรมที่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นี้ พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รองผู้กำกับสืบสวน สน.บางเขน ได้แจ้งความให้ดำเนินคดีนักกิจกรรมรวม 7 ราย โดย 5 ราย เป็นผู้ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันดังกล่าวและถูกดำเนินคดีอีกคดี ได้แก่ อานนท์, พริษฐ์, พรหมศร, ชินวัตร และพิมพ์สิริ ส่วนอีก 2 รายเป็นเพื่อนนักกิจกรรมที่มาให้กำลังใจ คือ ภาณุพงศ์ และวรรณวลี ธรรมสัตยา 

ทั้ง 7 ราย ถูกดำเนินคดีใน 4 ข้อหา เช่นเดียวกับภาณุพงศ์ แต่อานนท์, พริษฐ์ และชินวัตร ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 112 อีก 1 ข้อหาด้วย โดยก่อนหน้านี้  ชินวัตร, วรรณวลี และพิมพ์สิริ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกแล้ว ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 4 ราย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ได้แก่ อานนท์, พริษฐ์, ภาณุพงศ์ และพรหมศร พนักงานสอบสอนจึงได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาพรหมศรที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี และภาณุพงศ์ที่เรือนจำพิเสษกรุงเทพฯ ในวันนี้ 

     >> “ไบรท์” ชินวัตร ถูกแจ้ง 112 อีกคดี หลังปราศรัยถึงข้อความที่ถูกกล่าวหาหมิ่นกษัตริย์ฯ ในคดี #ม็อบ29พฤศจิกา

     >> ตร.แจ้งข้อหาพ.ร.บ.ชุมนุม-พ.ร.บ.โรคติดต่อ “ฟ้า-พรหมศร” ในเรือนจำ กรณีแห่ขันหมากหน้าสน.บางเขน

ที่เหลืออีก 2 ราย คือ อานนท์และพริษฐ์ พนักงานสอบสวนจะเข้าแจ้งข้อกล่าวหาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (27 เมษายน 2564)

More from my site