การ์ดวีโว่รับทราบข้อกล่าวหาครอบครองเสื้อเกราะ ถูกส่งฝากขัง ก่อนศาลอนุญาตให้ประกันตัว

วันนี้ (5 เม.ย. 64) เวลาประมาณ 11.30 น. นายปรณัท น้อยนงค์เยาว์ อายุ 25 ปี  หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม We Volunteer (WeVo) เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง กรณีถูกกล่าวหาว่าครอบครองยุทธภัณฑ์ (เสื้อเกราะ) ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม โดยเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดเสื้อดังกล่าวเพื่อไปตรวจสอบ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 64  แม้จะมาตามหมายเรียก แต่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปขอศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขัง ก่อนศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท

ร.ต.ท.อภิรัฐ วรรณา รองสารวัตรสอบสวน และ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รองผู้กำกับสอบสวน ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายปรณัท โดยระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 64 ผู้ต้องหาได้เดินทางมาสภ.คลองหลวง พร้อมใส่เสื้อเกราะอ่อนที่มีเหล็กหนาและมีพลุควันจำนวน 4 ลูก เก็บไว้ในกระเป๋าที่ด้านหน้าของเสื้อเกราะอ่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจยึดและส่งตรวจพิสูจน์ ซึ่งพบว่าเป็นเสื้อป้องกันกระสุน ถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ตาม พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ฯ

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 42 กรณีครอบครองยุทธภัณฑ์เสื้อเกราะไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

นายปรณัทได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน โดยปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้ในวันที่ 5 ก.พ. 64 ที่ปรณัทถูกกล่าวหานั้น เป็นวันที่นักกิจกรรม-นักศีกษา-เยาวชน จำนวน 22 คน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกที่สภ.คลองหลวง ใน 2 คดี ได้แก่ กรณีเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง ซึ่งถูกจับกุมในข้อหามาตรา 112 ยามวิกาลของวันที่ 13 ม.ค. 64 และกรณีไปให้กำลังใจ “เดฟ” ชยพล ดโนทัย เข้ามอบตัวตามหมายจับในกรณีเดียวกัน แม้ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 64

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมบริเวณสถานีตำรวจอย่างเข้มข้น ทั้งการปิดถนนหน้าสถานีตำรวจ การกั้นแบริเออร์ การนำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมาตรึงกำลัง พร้อมรถจีโน่ และการไม่อนุญาตให้ผู้อาศัยบริเวณดังกล่าวสัญจรผ่าน โดยที่ปรณัทได้เดินทางไปให้กำลังใจผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วย และได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบของดังกล่าว

>> 21 นศ.-ปชช. รับทราบข้อหา สภ.คลองหลวง จัดเต็มกำลังจนท.-อุปกรณ์รับมือ ก่อนเปลี่ยนใจไม่ส่งฝากขัง

 

หลังจากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้พิมพ์ลายนิ้วมือและระบุว่าจะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรี ในการออกหมายขัง โดยอ้างว่าคดีนี้มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะหลบหนีหรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป 

 ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง และทนายความได้ยื่นเรื่องประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงิน 100,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยให้เหตุผลว่า การที่ผู้ต้องหาครอบครองยุทธภัณฑ์ที่เป็นเสื้อเกราะนั้นเป็นการป้องกันชีวิต ไม่ใช่เครื่องมือร้ายแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของบุคคลอื่นแต่อย่างใด รวมถึงผู้ต้องหาไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน 

คำร้องยังยืนยันหลักการตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 14 (1) ว่า “บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดอาญาต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิด” และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 11 (1) “ทุกคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาคดีที่เปิดเผย ซึ่งได้รับหลักประกันที่จำเป็นทั้งปวงสำหรับการต่อสู้คดี”

ก่อนที่ในเวลาประมาณ 15.30 น. ศาลจังหวัดธัญบุรีได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงิน 100,000 บาท