ตร.สน.สำราญราษฎร์ เข้าแจ้ง ทำให้เสียทรัพย์-พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “ไมค์” ในเรือนจำ เหตุสั่งรื้อกระถางต้นไม้ #ม็อบ13กุมภา

วันที่ 19 มี.ค. 64 เวลา 10.00  น. ร.ต.ท.รณกร วัฒนกุล รอง สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลสําราญราษฏร์ ได้เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหา ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 “ทำให้เสียทรัพย์” และข้อหาอื่น ๆ อีก 5 ข้อหา จากกรณี #ม็อบ13กุมภา หรือ #นับ1ถึงล้านคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งจัดบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2564  

คดีนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 9 ราย ได้แก่ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์, “ตี้-พะเยา” วรรณวลี ธรรมสัตยา, “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ชนินทร์ วงษ์ศรี นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, “แหวน”​ ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ธนาธร วิทยเบญจางค์ นักศีกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

โดยอรรถพล, วรรณวลี, ณวรรษ, ชนินทร์, เกียรติชัย, ณัฏฐธิดา และธนาธร ได้เดินทางไปรับทราบข้อหาแล้วเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 64 ปนัสยาเดินทางไปรับทราบข้อหาในวันที่ 7 มี.ค. 64 ส่วนภาณุพงศ์ยื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน ขอเลื่อนนัดรับทราบข้อหาเป็นวันที่ 10 มี.ค. แต่ภายหลังถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี ในคดีมาตรา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 64 ทำให้ไม่สามารถไปรับทราบข้อกล่าวหาได้ตามนัดหมาย

>>> แจ้ง 5 ข้อหา 6 นักกิจกรรม คดี #ม็อบ13กุมภา พร้อมแจ้ง ม.112- ทำลายทรัพย์ “ณวรรษ” เพิ่ม เหตุปราศรัยให้ร.10 อยู่ใต้รธน.

ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาได้อธิบายพฤติการณ์ของคดีไว้ว่า ภาณุพงศ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) ได้เข้าร่วมการชุมนุม และมีการขึ้นปราศรัย โดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต  กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการนำผ้าแดงขนาดใหญ่ลงไปปูพื้นถนนผิวการจราจร เพื่อร่วมกันเขียนข้อความ และกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากลงไปทำกิจกรรมบนถนน มีการปิดเส้นทางการจราจรโดยไม่รับอนุญาต

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังได้ร่วมกันปราศรัยและสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปรื้อกระถางต้นไม้ที่วางประดับอยู่รอบๆ ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งปนัสยา และกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าไปรื้อกระถางต้นไม้ที่วางประดับอยู่รอบ ๆ ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 5,968,000 บาท

สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งต่อภาณุพงศ์มีทั้งหมด 6 ข้อกล่าวหา ได้แก่

  1. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  2. ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) กระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  4. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  5. พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 39 ร่วมกันติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใด ๆ ในที่สาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  6. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ มาตรา 4 ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โทษปรับไม่เกิน 200 บาท

เบื้องต้นภาณุพงศ์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะส่งคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 30 วัน

ปัจจุบัน ภาณุพงศ์ยังคงถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเวลา 15 วันแล้ว 

 

More from my site