เยาวชนอายุ 17 ปี ถูกแจ้งข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์-ชุมนุมมั่วสุม” หลังร่วม #ม็อบ7สิงหา ที่อนุสาวรีย์ชัย

วานนี้ (5 ต.ค. 64) ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เผือก (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 17 ปี ได้เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก จากการถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการเผาทำลายทรัพย์สินของราชการ ในระหว่างการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 64 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก กลุ่มผู้ชุมนุมได้มารวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลังจากกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่ม REDEM ประกาศนัดหมายไว้ จุดประสงค์เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลใช้วัคซีน mRNA แทนวัคซีนของ “เจ้าสัว CP” และเรียกร้องการกระจายงบประมาณของสถาบันกษัตริย์และกองทัพ ไปยังงบประมาณจัดการเชื้อไวรัสโควิด-19

ตร.แจ้ง 5 ข้อหา กล่าวหาว่าร่วมเผาทำลายสถานีตร.ชุมชนฯ 

ในการรับทราบข้อกล่าวหาครั้งนี้ มีผู้ต้องหา พร้อมที่ปรึกษากฎหมาย (ทนายความ) และผู้ปกครอง ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สันติราช ดีบุปผา ตําแหน่ง รองสารสัตร .(สอบสวน) สน.พญาไท ซึ่งเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา และพฤติการณ์ต่อ “เผือก” ดังต่อไปนี้ 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 14.00 น.- 18.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะราชเทวี เป็นจํานวนมาก ต่อมา  เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกําลังลุกไหม้บริเวณสถานีตํารวจชุมชนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแล สน.พญาไท โดยมีเจ้าพนักงานดับเพลิงของเขตพญาไท กําลังดับเพลิงที่ลุกไหม้อยู่ 

หลังจากที่ไฟได้ดับลงแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวพบว่า บริเวณสถานีตํารวจชุมชนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถูกเพลิงไหม้พังเสียหาย โดยมีร่องรอยถูกทุบทําลาย เสียหาย และมีทรัพย์สินสูญหาย ประกอบกับมีร่องรอยการวางเพลิงเผา เป็นเหตุให้ทรัพย์สินพัง เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.พญาไท ได้ร่วมกันตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว มีทรัพย์สินทั้งหมด 14 รายการที่เสียหาย คิดเป็นค่าเสียหายรวม 63,675 บาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวทั้งหมดนั้นเป็นทรัพย์สินราชการ อยู่ในความดูแลของกองบัญชาการตํารวจนครบาล สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่ง สน.พญาไท เป็นผู้ครอบครอง ดูแล และรักษาทรัพย์สินดังกล่าว

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กําลัง ประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์”

เผือกได้ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยไม่ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกข้อกล่าวหาแต่อย่างใด และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564

พนักงานสอบสวนได้รับตัวผู้ต้องหาและของกลางไว้เพื่อดําเนินคดีต่อไป ได้ทําการสอบปากคําแล้วปล่อยตัวผู้ต้องหาไป โดยไม่ได้จับกุมหรือควบคุมตัวไว้ ผู้ต้องหารับว่าจะมาตามกําหนดนัดของพนักงานสอบสวนต่อไป

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีแรกที่ “เผือก” ถูกกล่าวหา โดยเขายังไม่เคยถูกจับกุมหรือดำเนินคดีทางการเมืองใดมาก่อน

More from my site

X