ผู้ชุมนุม #ม็อบ7สิงหา ที่ถูกกล่าวหาวางเพลิงเผารถตำรวจ ถูกแจ้งข้อหา “ทำให้เสียทรัพย์” เพิ่ม

วานนี้ (6 ก.ย.64) ที่ สน.พญาไท เวลา 14.30 น. นายน้ำเชี่ยว เนียมจันทร์ อายุ 19 ปี ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากการถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการวางเพลิงเผารถควบคุมผู้ต้องขัง ในระหว่างการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 64 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 64 ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมน้ำเชี่ยว และนายอาทิตย์ สากลวารี ตามหมายจับของศาลอาญา โดยพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้แจ้ง 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายฯ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 

หลังการขอฝากขัง ศาลอาญาฯ ได้ให้ประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์ 47,000 บาท ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ ก่อนที่ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมภายหลัง โดยให้ทั้งสองติดอุปกรณ์ติกตามตัวอิเล็คทรอนิกส์ (กำไล EM) และห้ามผูัต้องหาทั้งสองออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 15.00 น. – 06.00 น. พร้อมกับห้ามทั้งสองเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองที่มีลักษณะการใช้ความรุนแรง

>>จับกุมหนุ่ม 2 ราย กล่าวหา “วางเพลิงเผารถตำรวจ-มั่วสุมเกิน 10 คน-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ใน #ม็อบ7สิงหา ก่อนศาลให้ประกันตัว

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 64 สํานักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพฯ ได้มอบอำนาจให้ นายณัฐพล มากศรี ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีกับทั้งสองคน ในข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงทรัพย์” เนื่องจากไฟมีการลุกลามไปเผาไหม้สัญญาณไฟจราจรจากเหตุดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกน้ำเชี่ยวและอาทิตย์ให้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 64 นายอาทิตย์ได้เข้ารับทราบข้อหาเพิ่มเติมไปแล้ว ส่วนน้ำเชี่ยว ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 6 ก.ย. 64 โดยทั้งสองคนได้ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 30 วัน

ตร.แจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์เพิ่ม หลังกทม.เข้าแจ้งความ ว่ามีไฟจราจรเสียหาย

สำหรับการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทั้งสองวัน มี ร.ต.อ.ศิวะ กลับพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับทั้งสองคน โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหา “ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 เพิ่มเติมอีกข้อหาหนึ่ง

พนักงานสอบสวนระบุเพิ่มเติมว่าภายหลังการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนไปเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 64  ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 64 สํานักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ได้มอบอำนาจให้ นายณัฐพล มากศรี ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีกับอาทิตย์และน้ำเชี่ยวในข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงทรัพย์”  

ผู้กล่าวหาระบุว่าจากการตรวจสอบของสํานักการจราจรและขนส่ง พบว่าเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 รถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาคันที่ถูกผู้ต้องหาทั้งสองวางเพลิงนั้น ได้เกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งคัน จนกระทั่งลุกลามไปยังเสาไฟจราจร ซึ่งติดตั้งอยู่บนทางเท้าบริเวณทางออกถนนจากโรงพยาบาลราชวิถี ก่อนเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเสาสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวได้ถูกไฟไหม้เสียหายเฉพาะชุดโคมไฟ คิดเป็นค่าเสียหาย 37,332 บาท

สํานักงานจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร จึงมอบอํานาจให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ทั้งอาทิตย์และน้ำเชี่ยว ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาได้ลงลายมือชื่อในบันทึกรับทราบข้อกล่าวหาและบันทึกประจำวัน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวไปโดยไม่มีการควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด 

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก #ม็อบ7สิงหา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 64 หลังจากที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่ม REDEM นัดหมายชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาได้มีการเปลี่ยนนัดหมายไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 1 ซึ่งภายในเป็นบ้านพักของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนสกัดกั้นบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง แม้ทางผู้จัดจะประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังคงมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง

More from my site

X