วันนี้ (16 มีนาคม 2564) ศาลแขวงขอนแก่นนัดสืบพยาน คดีชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ที่สวนรัชดานุสรณ์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563  ซึ่งจำเลยทั้ง 5 คน ได้แก่ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จำเลยที่ 1, ธนภณ เดิมทำรัมย์ จำเลยที่ 2, “หมอลำแบงก์” ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3, วริชวิทย์ เทศศรีเมือง จำเลยที่ 4 และพริษฐ์ ชิวารักษ์ จำเลยที่ 5  ถูกอัยการยื่นฟ้องในฐานความผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ  และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ

เดิมศาลนัดสืบพยานระหว่างวันที่ 15-19 มีนาคม 2564 แต่เมื่อวานนี้ (15 มีนาคม 2564) ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานวันแรก และนัดสอบคำให้การพริษฐ์ ซึ่งได้เลื่อนมาจากนัดสอบคำให้การเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ทนายจำเลยแถลงว่า วันที่ 15 มีนาคม 2564 พริษฐ์ มีนัดสอบคำให้การคดีอื่นที่ศาลอาญา ทำให้ทนายของพริษฐ์ต้องเดินทางไปที่กรุงเทพฯ ในการสอบคำให้การดังกล่าว ไม่ได้มาที่ศาลนี้ 

เมื่อศาลตรวจสอบปรากฎว่า จำเลยที่ 1 จตุภัทร์ จำเลยที่ 3 ปติวัฒน์ และจำเลยที่ 5 พริษฐ์ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีอื่น และอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญา ศาลจึงขอให้เบิกจำเลยทั้งสาม มาพิจารณาคดีผ่านการประชุมทางจอภาพหรือวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างศาลแขวงขอนแก่นกับศาลอาญา 

แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามติดสอบคำให้การคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามมาตรา 112 จากคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร นอกจากนี้ยังมีข้อขัดข้องในการเชื่อมระบบประชุมทางจอภาพ จึงทำให้พิจารณาคดีไม่ได้ จึงเลื่อนการสืบพยานโจทก์วันแรกออกไปเป็นวันที่ 16 มีนาคม 2564 

ในวันนี้ศาลออกพิจารณาคดีในเวลา 10.20 น. แต่เนื่องจากเหตุขัดข้องไม่สามารถเบิกตัวจตุภัทร์ ปติวัฒน์ และพริษฐ์ไปที่ศาลอาญาได้ จึงเป็นการพิจารณาคดีผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างศาลแขวงขอนแก่นกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 

ไผ่ จตุภัทร์ แถลงต่อศาลว่า ขอเป็นตัวแทนปติวัฒน์และพริษฐ์แสดงความประสงค์ที่จะให้สืบพยานต่อหน้าจำเลยทั้งสามในห้องพิจารณา ไม่ยอมรับการพิจารณาคดีผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพราะไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อทนายหรือปรึกษาคดี ทำให้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี และศาลต้องเบิกตัวจำเลยทั้งสามไปที่ศาลแขวงขอนแก่นเพื่อพิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดีเท่านั้น 

ศาลกล่าวว่า  เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ศาลและกรมราชทัณฑ์ไม่มีระเบียบในการเบิกตัวจำเลยมาสืบพยานต่างจังหวัด การสืบพยานผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้จำเลยได้มากที่สุด จึงขอให้ทนายหารือกับจำเลยทั้งสาม

ธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่า คงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทนายจำเลยในการสืบพยานได้ หากไม่เป็นไปตามเจตจำนงของลูกความ และจำเลยทั้งสามก็ยืนยันแล้วว่า ต้องสืบพยานต่อหน้าจำเลยในห้องพิจารณาคดีที่ศาลแขวงขอนแก่นเท่านั้น จึงขอเลื่อนการสืบพยานไปสักครั้งหนึ่ง

จากนั้นศาลพยายามแจ้งเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ให้เบิกพริษฐ์มาเพื่อจะสอบคำให้การผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่า พริษฐ์ไม่ยอมออกจากที่ควบคุมตัวมายังห้องประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทำให้ศาลไม่สามารถสอบคำให้การได้ 

นอกจากนี้ ธนภณและวชิรวิทย์ก็แถลงว่า ประสงค์ให้ศาลพิจารณาคดีในส่วนของตนไปพร้อมกับคดีในส่วนของจตุภัทร์ ปติวัฒน์ และพริษฐ์ เนื่องจากคดีมีความเกี่ยวพันกัน

ทั้งนี้อัยการโจทก์ร่วมแถลงว่า วันนี้มีพยานมาศาลพร้อมจะเข้าสืบทั้งสิ้น 5 ปาก แต่หากไม่สามารถสืบพยานในวันนี้ก็ไม่คัดค้านการเลื่อนคดี 

จากนั้นศาลแจ้งว่าเมื่อไม่สามารถสอบคำให้การพริษฐ์ได้ จึงไม่สามารถพิจารณาคดีได้ จึงให้ยกเลิกวันนัดสืบพยานที่เหลือทั้งหมด โดยให้นัดพร้อมและสอบคำให้การพริษฐ์ในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 13.30 น.

สำหรับเหตุในคดีนี้ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 กลุ่มขอนแก่นพอกันทีจัดกิจกรรมชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ที่สวนรัชดานุสรณ์ เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มเยาวชนปลดแอก วันดังกล่าวมีผู้ชุมนุมราว 300-500 คน  ก่อนที่ สภ.เมืองขอนแก่น จะออกหมายเรียกและดำเนินคดีกับจำเลยทั้ง 5 คน ในภายหลัง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกิจกรรม “ขอนแก่นพอกันที” ยืนยันชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ไม่เสี่ยงโควิด-ใช้สิทธิตาม รธน.

 

 

More from my site