นักกิจกรรม “ขอนแก่นพอกันที” ยืนยันชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ ไม่เสี่ยงโควิด-ใช้สิทธิตาม รธน.

2 ธ.ค. 2563  ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ธนภณ เดิมทำรัมย์, วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง นักศึกษาและนักกิจกรรมกลุ่ม “ขอนแก่นพอกันที” รวมทั้ง ‘หมอลำแบงค์’ ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม เดินทางไปที่ศาลแขวงขอนแก่นตามที่ศาลนัดสอบคำให้การในคดีที่ทั้งสี่ รวมทั้ง ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ถูกกล่าวหาเป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ จากการเข้าร่วมการชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ สนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของ “เยาวชนปลดแอก” ที่สวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2563

เวลา 13.45 น. ศาลออกพิจารณาคดี ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดสอบคำให้การของพริษฐ์ จำเลยที่ 5 เนื่องจากจำเลยมีกำหนดสอบในรายวิชาการเมืองและกฎหมายมหาชน ในวันนี้ เวลา 9.00 -12.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ศาลเห็นว่า พริษฐ์ได้แถลงต่อศาลในวันที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2563 ว่า ขอให้การปฏิเสธ ประกอบกับวันนี้ทนายจำเลยแถลงว่า พริษฐ์ยืนยันให้การปฏิเสธ  จึงอนุญาตให้เลื่อนสอบคำให้การพริษฐ์ไปในวันนัดสืบพยานนัดแรก

อัยการยื่นคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในส่วนที่เป็นการขอเพิ่มโทษจตุภัทร์ เนื่องจากถูกดำเนินคดีหลังพ้นโทษยังไม่ถึง 5 ปี จากที่ระบุว่า จำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1945/2560 ของ “ศาลมณฑลทหารบกที่ 23” แก้ไขเป็น “ศาลจังหวัดขอนแก่น” ทนายจำเลยแถลงคัดค้าน เนื่องจากเป็นการแก้ไขในทางที่เป็นโทษกับจำเลย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จตุภัทร์ได้เคยแถลงต่อศาลให้การปฏิเสธ และไม่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้าง การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องตามที่โจทก์ยื่นคำร้อง ซึ่งเป็นการแก้ไขในรายละเอียด ไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงต่อสู้คดี จึงอนุญาตให้แก้คำฟ้องได้

ศาลชี้แจงจำเลยทั้งสี่ว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีร้ายแรง โดยความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท จากนั้น ศาลได้ถามคำให้การ จำเลยทั้งสี่ยืนยันให้การปฏิเสธตามคำให้การเป็นเอกสารที่ยื่นในวันนี้ จตุภัทร์และปติวัฒน์ยังปฏิเสธว่า ไม่ใช่บุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์อ้างว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 

ต่อมา ศาลดำเนินกระบวนการตรวจพยานหลักฐาน โดยถามโจทก์และทนายจำเลยว่า มีพยานเอกสารและพยานบุคคล รวมทั้งแนวทางการสืบพยานอย่างไร อัยการส่งซีดีภาพการชุมนุม 1 แผ่น, เอกสารการถอดถ้อยคำจากแผ่นซีดีรวม 8 ฉบับ และแถลงว่า มีพยานบุคคลที่จะนำเข้าสืบรวม 7 ปาก ประกอบด้วย  ตำรวจผู้กล่าวหาและสืบสวน, นิติกรเทศบาลนครขอนแก่น, อาสาสมัครฝ่ายปกครอง, นายแพทย์และนักวิชาการสาธารณสุข จ.ขอนแก่น และพนักงานสอบสวน โดยจะนำสืบว่า จำเลยทั้งห้าไม่ได้มีมาตรการป้องกันโรค ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย และไม่ได้ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง

ฝ่ายจำเลยแถลงแนวทางในการต่อสู้คดีว่า ลักษณะกิจกรรมไม่ได้เข้าข่ายมั่วสุม ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค และได้จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามสมควรแก่เหตุแล้ว ประกอบกับกิจกรรมดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลระหว่างประเทศให้การรับรอง จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ โดยในการสืบพยาน จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานรวม 5 ปาก และปติวัฒน์ประสงค์จะสืบพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก ในประเด็นที่ว่า จำเลยเป็นเพียงศิลปินที่ร่วมแสดงหมอลำ และการแสดงหมอลำไม่ได้ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค

อัยการขอเวลาในการสืบพยานโจทก์รวม 2 นัด ส่วนทนายจำเลยขอเวลา 3 นัด ศาลชี้แจงว่า ในคดีศาลแขวง หากกำหนดสืบพยานเกิน 2 นัด ศาลจะต้องขออนุญาตหัวหน้าศาลก่อน โดยหลังจากปรึกษาหัวหน้าศาลแล้ว ศาลอนุญาตให้ใช้เวลาสืบพยานตามที่ทั้งสองฝ่ายขอ 

ทั้งนี้ กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยต่อเนื่องในวันที่ 15-19 มี.ค. 2564 ตามที่ทั้งสองฝ่ายมีวันว่างตรงกัน

หลังเสร็จกระบวนการตรวจพยานหลักฐาน ปติวัฒน์ได้แถลงต่อศาลว่า ตนเองถูกคุกคาม  โดยถูกตำรวจชุดจับกุมเข้าจับกุมที่สตูดิโอหมอลำ ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่ที่ปรากฏตามหมายจับ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาเจ้าภาพงานที่จ้างตนเองไปแสดงหมอลำ ถามว่า จ้างหมอลำกี่คน หมอลำแบงค์ไปด้วยหรือไม่ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย และขอร้องเรียนให้ศาลสั่งการเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองความปลอดภัยให้ตนด้วย ศาลชี้แจงว่า รับเรื่องร้องเรียนได้ แต่ศาลไม่มีอำนาจสั่งการ

บรรยากาศที่ศาลในวันนี้ มีเพื่อนและประชาชนมาติดตามให้กำลังใจและร่วมฟังการพิจารณาราว 15 คน  โดยมีตำรวจศาล (Court Marshal)  7 นาย มาเฝ้าระวังทั้งในและนอกห้องพิจารณา  ขณะที่จตุภัทร์รีบเดินทางออกจากศาลหลังเสร็จกระบวนการ เนื่องจากต้องไปให้ทันเที่ยวบินที่ได้จองไว้แล้วเพื่อไปร่วมชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว กรุงเทพฯ

 

More from my site

X