ปล่อยตัว 5 น.ศ.-หมอลำ หลังถูกฟ้องเหตุชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ-เพื่อนเดินเท้าส่ง-ตร.สกัดป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์”

9 ต.ค. 2563 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงขอนแก่น มีคำสั่งฟ้อง 5 นักศึกษาและนักกิจกรรม ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ  พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จากการเข้าร่วมการชุมนุม #อีสานบ่ย่านเด้อ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2563 หลังทั้งห้าเข้ารายงานตัวล่าช้าไปจากนัดหมาย เนื่องจากขบวนเดินรณรงค์มาส่งตัวผู้ต้องหาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถูกตำรวจสกัดเกือบตลอดทาง เหตุจากตำรวจต้องการยึดป้ายผ้า “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” และจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ไปไม่ทันเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ในช่วงเช้า  

เวลา 14.00 น. อัยการเดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงขอนแก่น เมื่อนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้งห้าเดินเท้าจากสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงขอนแก่นถึงศาล ตำรวจศาลได้นำไปที่ห้องพิจารณาคดี โดยมีทนายความ พร้อมทั้ง ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเตรียมตัวมาเป็นนายประกันรวม 3 คน และประชาชนจำนวนหนึ่งรออยู่แล้ว   

14.30 น. ศาลได้เข้ามาที่ห้องพิจารณาคดี และอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง โดยพนักงานอัยการศาลแขวงขอนแก่นเป็นโจทก์ฟ้อง “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เป็นจำเลยที่ 1, ธนภณ เดิมทำรัมย์ จำเลยที่ 2, “หมอลำแบงค์” ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3, วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง จำเลยที่ 4 และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ จำเลยที่ 5 ในฐานความผิด ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมในที่สาธารณะในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 โดยไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคแก่ผู้ร่วมกิจกรรม, ร่วมกันกระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายแพร่ออกไป ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9, พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4

จากนั้นศาลได้ถามคำให้การเบื้องต้น จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ โดยปติวัฒน์แถลงว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นเพียงศิลปินที่ได้รับเชิญไปเล่นให้ความบันเทิงกับผู้ชุมนุม อีกทั้งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคก็ปฏิบัติตัวดีมาตลอดไม่ให้เป็นตัวการในการแพร่ระบาดของโรค ตนเองจึงขอต่อสู้คดีอย่างมีศักดิ์ศรี และขอให้ศาลอำนวยความยุติธรรมให้แก่ตน 

ขณะที่จตุภัทร์แถลงว่า รู้สึกแปลกๆ ที่มานั่งฟังอัยการกล่าวหาว่า จัดการชุมนุมที่ไม่เว้นระยะห่าง ในห้องที่มีการนั่งโดยไม่เว้นระยะห่างเหมือนกัน ศาลชี้แจงว่า ต้องการให้ทุกคนได้เข้าฟัง แต่ถ้าอยากให้เว้นระยะห่างก็ได้ ก่อนจะให้ทุกคนนั่งเว้นระยะห่างตามที่มีการทำเครื่องหมายไว้ตามม้านั่ง  

ในท้ายคำฟ้อง อัยการได้ขอให้เพิ่มโทษจตุภัทร์และปติวัฒน์อีก 1 ใน 3 ตามกฎหมาย โดยระบุว่า ทั้งสองพ้นโทษในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มายังไม่ถึง 5 ปี แต่ได้มากระทำความผิดในคดีนี้อีก ศาลจึงถามจตุภัทร์และปติวัฒน์ว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่อัยการขอให้เพิ่มโทษหรือไม่ จตุภัทร์ไม่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากอัยการระบุว่า เป็นคดีของศาลมณฑลทหารบกที่ 23 แต่ตนเองต้องโทษจากคดีของศาลจังหวัดขอนแก่น ขณะปติวัฒน์รับว่า เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดี 112 ของศาลอาญาที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและพ้นโทษมาแล้ว

ศาลนัดถามคำให้การอีกครั้ง และตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 2 ธ.ค. 2563 เวลา 13.30 น. 

ศาลยังมีคำสั่งต่อคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีประกันที่ทนายจำเลยทั้งห้าได้ยื่นไว้แล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางประกัน  แต่ให้สัญญาว่าจะมาศาลตามนัด ถ้าไม่มาให้ปรับเป็นเงินคนละ 20,000 บาท โดยศาลระบุว่า คดีนี้ไม่ใช่ข้อหาร้ายแรง รวมทั้งโจทก์ไม่คัดค้านการให้ประกันตัว ศาลแจ้งอีกว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน ศาลจึงจะทำหนังสือแจ้งต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ตามระเบียบด้วย 

 

เพื่อนเดินเท้าส่ง-รณรงค์ร่วมชุมนุม 14 ต.ค. ถูกตำรวจสกัดป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” 

ในการเข้ารายงานตัวกับอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลในช่วงเช้า กลุ่ม #ขอนแก่นพอกันที ได้จัดกิจกรรม “หมายที่ไหน ม็อบที่นั่น” เดินไปส่งเพื่อนเพื่อแสดงถึงความไม่เป็นธรรมที่ถูกดำเนินคดี พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนไปร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค. ที่จะถึงนี้ด้วย

ส่งเพื่อนจากเขตอำนาจประชาชนสู่เขตอำนาจศาลด้วยเพลงทุ่งลุยลาย

9.13 น. กลุ่ม #ขอนแก่นพอกันที เริ่มรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น โดยรอบมีตำรวจในและนอกเครื่องแบบประมาณ 50 คน ตรึงกำลัง ขณะเดียวกัน ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศขอให้จัดการชุมนุมโดยสงบ และไม่ขัดต่อกฎหมาย รวมทั้งอ่านหน้าที่ของผู้จัด-ผู้ชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งกลุ่มขอนแก่นพอกันทีได้มีการแจ้งการชุมนุมสาธารณะก่อนการจัดกิจกรรมแล้ว 

9.30 น. ตำรวจขอเข้าตรวจป้ายผ้าที่จะใช้ถือในการเดินรณรงค์จำนวน 5 ป้าย ได้แก่ “14 ตุลาคมนี้” “ม้วนเดียวจบ” “กระเป๋าหนักมากมั้ยย” “เมื่อไหร่มึงจะปรับตัว” และ “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” จากนั้นตำรวจได้แจ้งว่า จะขอยึดป้ายข้อความ “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” อ้างว่า สุ่มเสี่ยงต่อการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะนำไปตรวจสอบว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายใดหรือไม่ 

 

 

 

ขณะที่เพนกวินถามว่า “ปฏิรูป” หมายความว่าอย่างไร แต่ตำรวจไม่ตอบ เพนกวินจึงอธิบายว่า “ปฎิรูป แปลว่า ทำให้คงอยู่ ทำให้ดีขึ้น” ป้ายดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นความผิด และทางกลุ่มฯ ยืนยันไม่ให้ตำรวจยึดป้าย พร้อมทั้งเตรียมตั้งขบวนออกเดิน โดยป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” อยู่ด้านหลังสุด ตำรวจหลายนายได้เข้าตั้งแถวขวางไม่ให้นักศึกษาตั้งขบวน นักศึกษาจึงตั้งแถวเผชิญหน้าตะโกน “ขอพื้นที่ตั้งขบวน” และเดินเข้าหาแถวตำรวจทีละก้าว ตำรวจยอมถอยออก  

9.45 น. กลุ่ม #ขอนแก่นพอกันที ตั้งขบวนและออกเดินไปยังสำนักงานอัยการฯ ขณะที่ตำรวจคล้องแขนตั้งแถวปิดถนนศรีจันทร์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เข้ามาขอยึดป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” ไปตรวจสอบอีก นักศึกษายังยืนยันปฏิเสธ พร้อมทั้งนำป้ายดังกล่าวย้ายมาถือด้านหน้าขบวน เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 1 นาย บุกเข้าจะประชิดตัวนักศึกษาหญิงที่ถือป้ายดังกล่าว แต่เพื่อนได้เข้ากันไว้ จากนั้นนักศึกษาได้คล้องแขนเดินเข้าหาแถวตำรวจเพื่อให้เปิดทางให้ขบวนเดินต่อไป 

 

9.55 น. ผกก.ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า การชุมนุมมีการละเมิดต่อกฎหมาย ขอให้แก้ไขการชุมนุมภายใน 1 ชม. ขบวนเดินได้นั่งลง และยืนยันไม่ยอมมอบป้ายแก่ตำรวจเนื่องจากป้ายที่ถูกยึดคราวก่อน 17 ผืน ตำรวจยังไม่คืนให้ ทั้งนี้ กำลังตำรวจที่คล้องแขนเพิ่มเป็น 2 แถว ห่างไป 100 ม. มีอีก 1 แถว พร้อมทั้งมีรถตู้ตำรวจจอดเรียงขวางถนนอีก 4 คัน

10.16 น. ตำรวจยอมขยับให้ผู้ชุมนุมเดิน โดยค่อยๆ ถอยไปทีละ 5 เมตร และหยุดเจรจาขอยึดป้าย นักศึกษานำป้ายผ้าที่ไม่มีข้อความ 1 ผืน มาถือในขบวนเพื่อให้คนถ่ายรูปไปเติมข้อความลงในป้ายด้วยตนเอง

10.26 น. ตำรวจได้เปิดทางให้ขบวนเดินรณรงค์ โดยขอให้ป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” ไปอยู่ท้ายขบวน ตำรวจนำโดย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และ ผบก.ภ.ว.ขอนแก่น ยังคงเดินนำขบวนรณรงค์ และขนาบข้างผู้ชุมนุมทั้งซ้ายและขวา 

10.40 น. ขณะขบวนเดินผ่าน ร.ร.ขอนแก่นวิทยายน ตำรวจได้ยืนเรียงแถวบังป้ายโรงเรียน ขณะมีนักเรียนให้ความสนใจมายืนดูที่รั้วและร่วมชู 3 นิ้ว กับขบวนรณรงค์

10.46 น. เมื่อผู้ชุมนุมเดินถึงบริเวณสี่แยกถนนอำมาตย์ ผกก.ได้จู่โจมเข้าจะยึดป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” อีกครั้ง ก่อนที่กำลังตำรวจหลายสิบนายเข้าล้อมป้ายและผู้ชุมนุมไว้ นักเรียน-นักศึกษาได้นั่งลงต่อต้านการคุกคามดังกล่าว ไม่นานตำรวจก็เปิดทางให้ขบวนเดินต่อ โดยผู้ชุมนุมได้นำป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์” กลับมาถือด้านหน้าขบวนอีกครั้ง เพื่อแสดงความไม่พอใจตำรวจ

10.52 น. อีกเพียง 200 ม. จะถึงสำนักงานอัยการฯ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้เข้าแจ้งกับวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง ผู้แจ้งการชุมนุมว่า ครบกำหนด 1 ชม. ที่ให้แก้ไขการชุมนุมแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการตามกฎหมาย 

11.00 น. กลุ่ม #ขอนแก่นพอกันที เดินทางถึงสำนักงานอัยการฯ โดยก่อนถึงตำรวจมีการตั้งแถวกั้นอีก 2 แถว และสลายออกเมื่อกลุ่มฯ เดินมาถึง

11.06 น. วชิรวิทย์, ธนภณ และพริษฐ์ ผู้ต้องหา 3 ใน 5 คน เดินทางเข้าไปที่สำนักงานอัยการฯ ขณะที่อีก 2 คน คือ จตุภัทร์ และปติวัฒน์ยังเดินทางมาไม่ถึง โดยบริเวณประตูทางเข้า ตำรวจได้ดึงประตูปิดให้เหลือช่องเดินเข้าได้ทีละ 1 คน มีกำลังตำรวจยืนเฝ้า และรถตู้ตำรวจจอดขวางอยู่ด้านนอก

11.10 น. ผกก.เข้าเจรจาขอยึดป้าย “ปฏิรูปสถานะกษัตริย์”  ไปตรวจสอบอีก โดยเขียนบันทึกการตรวจยึดด้วยลายมือ ขณะที่นักศึกษายืนยันไม่ลงชื่อและจะรอให้ทนายมาดูเอกสารก่อน โดยยังไม่มอบป้ายดังกล่าวให้ตำรวจ

13.20 น. เมื่อผู้ต้องหาทั้งห้าเดินทางมาครบ กลุ่มได้ตั้งขบวนอีกครั้งเพื่อเดินเท้าจากสำนักงานอัยการไปส่งเพื่อนที่ศาลแขวงขอนแก่น

กลุ่มผู้ต้องหาออกเดินเข้าจากสำนักงานอัยการ ไปยังศาลจ.ขอนแก่น

 

13.30 น. มีการเขียนป้าย “ปฎิรูปสถาบันกษัตริย์” ขึ้นมาใหม่ ผกก.เข้าขอยึดอีก จตุภัทร์ปฏิเสธโดยร้องเพลงว่า “ไม่ใช่เรื่องที่จะขอกันได้” และถือป้ายนำขบวนออกเดิน พร้อมตะโกน “ปฎิรูปสถาบันกษัตริย์” ไปตลอดทาง

13.40 น. มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการพ่นสีลงบนพื้นถนนห่างจากรั้วศาลแขวงขอนแก่น 50 ม. โดยด้านในเส้น 50 ม. ที่อยู่ใกล้ศาล พ่นคำว่า “อำนาจศาล” และด้านนอกเส้น 50 ม. พ่นคำว่า “อำนาจ ปชช.” 

13.45 น. ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ประกาศว่าการกระทำของผู้ชุมนุมอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ด้านจตุภัทร์ประกาศขอให้ตำรวจมาอยู่ข้างอำนาจประชาชน โดยให้ร่วมต่อสู้หรืออย่างน้อยไม่ขัดขวางประชาชน 

13.55 น. ผู้ชุมนุมส่งเพื่อนจากเขตอำนาจประชาชนสู่เขตอำนาจศาลด้วยเพลง “ทุ่งลุยลาย” บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ราว 16.00 น. หลังจตุภัทร์, พริษฐ์ และเพื่อนทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี กลุ่ม #ขอนแก่นพอกันที ประกาศยุติการชุมนุม และมีการถ่ายภาพร่วมกันก่อนแยกย้าย  

มีรายงานว่า ภายหลังแยกย้ายกันกลับ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้เรียกตัววชิรวิทย์ไปจ่ายค่าปรับฐานกีดขวางการจราจร ปรับ 500 บาท และความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ 2535 ปรับ 2,000 บาท

กรณีการพยายามเข้าตรวจยึดป้าย “ปฎิรูปสถานะกษัตริย์” ในช่วงเช้านั้น ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการกำกับดูแลเนื้อหาของการชุมนุม ตำรวจจึงไม่มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับเนื้อหาการชุมนุม หรือป้ายเกี่ยวกับการชุมนุม คำสั่งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับป้ายจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ