“ผมแค่ไปยืนดูเฉยๆ”: คำบอกเล่าพนักงานส่งอาหาร หลังถูกจับกุม #ม็อบ28กุมภา ใกล้สน.ดินแดง

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าจับกุมประชาชนรวม 23 ราย จากการชุมนุม #ม็อบ28กุมภา ในช่วงคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีประชาชนรายหนึ่งถูกจับกุมจากบริเวณสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ในช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. เศษ ภายหลังจากมีเหตุประชาชนที่ไม่พอใจการสลายการชุมนุมหน้ากองพันทหารราบที่ 1 รวมตัวกันบริเวณหน้า สน. และมีการขว้างปาสิ่งของ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าใช้กระสุนยางยิง และมีกลุ่มมวลชนอีกฝ่ายเดินทางมารวมตัวกันด้วย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าประชาชนรายดังกล่าวนั้นไม่ใช่ผู้ชุมนุม และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุขว้างปาสิ่งของแต่อย่างใด

ธีรยุทธ อุดทา พนักงานส่งอาหารของบริษัทแห่งหนึ่ง วัย 36 ปี เปิดเผยข้อมูลกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า “ตำรวจจับผิดคน” โดยย้อนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเนื่องจากตนพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าบนถนนดินแดง ไม่ไกลจากสถานีตำรวจดินแดง โดยปกติจะรับงานวิ่งรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ถึงราวเที่ยงคืน

ในช่วงคืนวันที่ 28 ก.พ. 64 ตนรับส่งอาหารออเดอร์สุดท้ายในเวลาประมาณ 23.44 น. ก็เดินทางกลับบ้านเช่าโดยใช้ถนนประชาสงค์เคราะห์มายังย่านดินแดง และได้ออกมาดูเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณ สน.ดินแดง โดยจอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณเซเว่นอีเลฟเว่นปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 และไปยืนดูเหตุการณ์ โดยยกมือถือขึ้นถ่ายคลิปเหตุการณ์สั้นๆ ไว้ 3 คลิป และอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุราว 20 นาที

เมื่อคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว ธีรยุทธคิดว่าจะซื้อของกลับ แต่ระหว่างจะขับรถจักรยานยนต์กลับ ก็มีคนบริเวณนั้นแจ้งว่าอย่าขี่กลับไปทางนั้น เพราะตำรวจจะจับกุม แต่ทางที่ถูกเตือนดังกล่าวนั้นเป็นทางกลับบ้านของเขา จึงตัดสินใจยืนดูสถานการณ์หน้าเซเว่นอีเลฟเว่นต่อ

สักพัก กลับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนหลายนายรุมกันเข้ามาจับกุมธีรยุทธ โดยไม่ได้มีการแจ้งสิทธิหรือข้อมูลใดๆ เขาถูกจับมือไพล่หลังให้นั่งราบลงกลับพื้น และตำรวจถามทำนองเขาเป็นผู้ทำลายกล้องใช่หรือไม่ โดยเขาไม่ทราบว่าเป็นกล้องอะไร แต่คาดว่าอาจจะเป็นกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น และเข้าใจว่าอาจจะมีบุคคลชี้เป้ามายังเขา

ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้ลากตัวเข้าไปยังบริเวณหน้าสถานีตำรวจ แม้เขาพยายามตะโกนว่าจับผิดคน แต่ตำรวจพยายามบอกไม่ให้ดิ้น ก่อนจะพาไปหลังรถบริเวณนั้น และใช้กระบองตีเข้าที่ท้องจนเป็นรอย แล้วพาตัวเข้ายังห้องสืบสวนในสถานีตำรวจ

 

ภาพขณะธีรยุทธถูกจับกุมบริเวณสน.ดินแดง (ภาพจากไลฟ์ของ The Reporters)

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 3 นาย ได้เข้ามาตรวจดูอุปกรณ์ในกระเป๋าคาดเอวของเขา โดยมีการยึดโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง ภายหลังเขายังพบว่าหูฟังคล้องคอสูญหายไป ตำรวจพยายามระบุว่าเขาเป็นผู้ทำลายกล้อง และยังได้เปิดคลิปที่เขาถ่ายในโทรศัพท์ดู สำเนาคลิปไว้ และยังถ่ายคลิปตัวเขาไว้ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่นำตัวเขาขึ้นรถไปยังกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ต่อ

ในช่วงวันที่ 1 มี.ค. 64 พนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ได้แจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อกล่าวหาต่อธีรยุทธ ภายใน บก.ตชด. ภาค 1 โดยกล่าวหาว่าเขาร่วมก่อความไม่สงบที่ สน.ดินแดง และได้วิ่งหลบหนีมา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม ทั้งยังอ้างว่าได้สอบถามธีรยุทธแล้ว เขายอมรับว่าเข้าร่วมกับผู้ชุมนุมจริง

ธีรยุทธยืนยันให้การปฏิเสธ และไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุมเนื่องจากเห็นว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตารางการรับงานของตนจากบริษัท และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งให้การไว้ว่าเขาไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือไว้แต่อย่างใด

จนกระทั่งช่วงเย็น ศาลอาญาได้อนุญาตให้ฝากขังธีรยุทธตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ร่วมกับผู้ถูกจับกุมคนอื่นๆ รวม 18 คน ก่อนศาลจะให้ประกันในเวลาต่อมา

“เครียดนะ เหมือนทุกอย่างมืดลงไปเลย เราไปดูเฉยๆ”​ ธีรยุทธระบุความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

ธีรยุทธเล่าว่าตนเกิดในครอบครัวยากจนในจังหวัดเชียงราย จบการศึกษาปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง โดยทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย ทั้งปัจจุบันยังพยายามเรียนด้านนิติศาสตร์อีกใบหนึ่งอยู่ โดยหวังจะสอบเป็นทนายความ พอมาถูกดำเนินคดียิ่งเป็นกังวลว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนทนายความได้หรือไม่ นอกจากนั้นตนยังมีลูก ซึ่งกำลังจะการศึกษาระดับมัธยมศึกษา

ก่อนหน้านี้ธีรยุทธไม่เคยไปร่วมการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในปีที่ผ่านมา แต่ระบุว่าเคยไปสังเกตการณ์ในการชุมนุมของเสื้อสีต่างๆ ในช่วงปี 2553-54 เนื่องจากได้ทำวิจัยจบการศึกษาเรื่อง “ม็อบกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง”

ธีรยุทธระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนรู้สึกเครียดและกังวลมาก เพราะถูกยึดโทรศัพท์ ขาดอุปกรณ์ทำมาหากิน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือทำความผิดใดเลย ถึงตนจะเข้าใจเรื่องการใช้กำลังจับกุม แต่พบว่าตำรวจไม่รับฟังอะไรเลย ต่างจากที่ตนศรัทธา ทำให้รู้สึกผิดหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การจับกุม การปฏิบัติต่อผู้ต้องหา ทำให้รู้เลยว่าคนบริสุทธิ์ติดอยู่ในคุกมากกว่าที่อาจเคยคิดไว้

 

อ่านรายงานข่าวเหตุการณ์ชุมนุม #ม็อบ28กุมภา

เปิดข้อหาประชาชน-เยาวชนรวม 23 ราย กรณี #ม็อบ28กุมภา ก่อนศาลให้ประกันตัว