รับอีกคดี อานนท์-ไมค์ ถูกตั้ง 9 ข้อหา ‘หัวหน้ามั่วสุมชุมนุมฯ’ เหตุสาดสีหน้า สตช.

8 ม.ค. 2564 เวลา 13.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และ “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเนื่องจากการชุมนุม #ม็อบ18พฤศจิกา บริเวณแยกราชประสงค์ ต่อเนื่องกันที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 โดยทั้งสองให้การปฏิเสธทั้ง 9 ข้อกล่าวหา

พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน บรรยายพฤติการณ์ความผิดว่า วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมร่วม 100 คน ที่มี อานนท์และภาณุพงศ์ รวมถึงจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” และอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” พาผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวจากสี่แยกราชประสงค์ไปบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุมปิดกั้นเส้นทางจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต และขัดขวางประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มั่วสุม ใช้รถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำการพ่นสีใส่พื้นถนน ป้ายที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนำสีเสปรย์ไปพ่นทับกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 58,850 บาท และเคลื่อนตัวต่อไปยังถนนอังรีดูนังต์ ก่อนที่จะขว้างปาสิ่งของเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คนได้รับบาดเจ็บ

 

แจ้ง 9 ข้อหา อานนท์-ไมค์  โทษหนักจำคุกไม่เกิน 5 ปี เป็นหัวหน้าในการมั่วสุมชุมนุม

พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ แจ้งข้อกล่าวหากับอานนท์และไมค์ รวมทั้งหมด 9 ข้อกล่าวหา ได้แก่ 

  1. ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคสาม มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  3. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะตลอดจนผู้ชุมนุมไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  4. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  5. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  6. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ร่วมกันขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนถนน โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
  7. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หากฝ่าฝืนให้ปรับไม่เกิน 200 บาท
  8. ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  9. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ในการแจ้งข้อกล่าวหาข้างต้น ทั้งอานนท์และภาณุพงศ์ต่างให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอยื่นคำให้การเป็นหลังสือภายใน 30 วัน

สำหรับเหตุในคดีการชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์วันที่ 18 พ.ย. 2563 เป็นการตอบโต้กรณีตำรวจสลายการชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา วันที่ 17 พ.ย. 2563 ที่ผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นเข้าไปชุมนุมด้านหน้ารัฐสภา เพื่อเกาะติดการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ตลอดทั้งวันมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปิดกั้นเส้นทางไม่ให้เข้าพื้นที่ และพยายามสลายการชุมนุมโดยการฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาและผสมสารเคมี  รวมทั้งมีการปะทะกับมวลชนปกป้องสถาบันฯ ด้วย

 

 

ใน #ม็อบ18พฤศจิกา ยังมีการสาดสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ปืนฉีดน้ำผสมสี ฉีดเข้าไปภายใน โดยมีการนำรถบรรทุกน้ำมาด้วย เพื่อใช้ป้องกันหากตำรวจมีการใช้รถฉีดน้ำผสมสารเคมีอีก และเป็นการแสดงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่ไม่ชอบธรรม  

การชุมนุมครั้งนี้ยังมีการดำเนินคดีแยกเป็นสองคดีที่สองสถานีตำรวจ ได้แก่ สน.ปทุมวัน และ สน.ลุมพินี โดยอานนท์ และ ‘ไมค์’ ภาณุพงศ์ ถูกดำเนินคดีทั้ง 2 สน. ในส่วนคดีที่สน.ปทุมวัน นี้ก่อนหน้านี้ยังมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ “ครูใหญ่” อรรถพล และ “ไผ่” จตุภัทร์ ไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. และ 28 ธ.ค. 63 ตามลำดับ

>> ‘ครูใหญ่’ รับทราบ 9 ข้อหา กรณี #ม็อบ18พฤศจิกา ตอบโต้การสลายชุมนุมด้วยรถฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา

ทั้งนี้หลังการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 เป็นต้นมา อานนท์ นำภา ถูกกล่าวหาจากการทำกิจกรรมทางการเมืองไปแล้ว 20 คดี ส่วนภาณุพงศ์ จาดนอก ถูกกล่าวหาไปแล้ว 16 คดี

 

More from my site

X