‘ครูใหญ่’ รับทราบ 9 ข้อหา กรณี #ม็อบ18พฤศจิกา ตอบโต้การสลายชุมนุมด้วยรถฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา

18 ธ.ค. 2563 เวลา 11.00 น. ‘ครูใหญ่’ อรรถพล บัวพัฒน์ เดินทางเข้ารับทราบ 9 ข้อกล่าวหา ที่ สน.ปทุมวัน จากกรณี #ม็อบ18พฤศจิกา บริเวณสี่แยกราชประสงค์และเคลื่อนขบวนไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 

พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน ได้แจ้งพฤติการณ์ในการกระทำความผิดโดยสรุปว่า  เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้มารวมตัวกันที่บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งมีผู้ต้องหาและพวกเป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม โดยมีการขึ้นเวทีปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียง 

ต่อมา ผู้ต้องหาพร้อมด้วยอานนท์ นําภา, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ภาณุพงศ์ จาดนอก และกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน ได้พามาชุมนุมที่บริเวณหน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน การชุมนุมดังกล่าวได้มีการปิดกั้นเส้นทางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ อีกทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการมั่วสุมกัน มีการใช้รถซาเล้งติดตั้งเครื่องขยายเสียงโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ทําการพ่นสีสเปรย์ลงบนพื้นถนน, กําแพง, ตอม่อรถไฟฟ้าบีทีเอส และได้ทําการพ่นสีใส่ป้ายที่บริเวณสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และมีการนําสีสเปรย์ไปพ่นทับกล้องวงจรปิดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จํานวน 11 ตัว ที่ติดตั้งอยู่บริเวณโดยรอบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกล้องวงจรปิดที่มีไว้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้การได้ ได้รับความเสียหายเป็นเงินจํานวนทั้งสิ้น 58,850 บาท 

“ผู้ต้องหาและพวกได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมทําการฉีดน้ำ สาดสี และขว้างปาสิ่งของเข้าไปด้านในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ฝั่งหน้าประตูทางเข้ากองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ซึ่งด้านในมีเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ จํานวน 3 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสีน้ำที่แตก กระเด็นเข้าใส่ดวงตา”

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาครูใหญ่รวม 9 ข้อหา ประกอบด้วย

  1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด
  2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทําด้วยประการอื่นใด
  3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ร่วมกันทําร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 
  4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ 
  5. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 10 เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง 
  6. พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 15 เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ตลอดจนไม่ดูแลรับผิดชอบให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามในอันที่จะไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะอันเป็นที่ชุมนุม หรือทําให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร 
  7. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 12 ร่วมกันขูด กระเทาะ ขีด เขียน พ่นสี หรือทําให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ บนถนน 
  8. พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน
  9. พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4 ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 

ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา ครูใหญ่ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน 

สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ถูกกล่าวหาอีก 3 คนคือ อานนท์ นําภา, ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ ‘ไมค์’ ภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งติดภารกิจจึงได้การเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ออกไปก่อน

ทั้งนี้ #ม็อบ18พฤศจิกา ที่แยกราชประสงค์จนถึงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมการปาสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการนัดหมายกันก่อนยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย ในช่วงดึกคืนวันที่ 17 พ.ย. 2563 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อปฏิบัติการสลายการชุมนุมโดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาตั้งแต่บ่ายถึงค่ำวันนั้น การชุมนุมครั้งนี้มีการดำเนินคดีทั้งที่ สน.ปทุมวัน และ สน.ลุมพินี โดยอานนท์ และ ‘ไมค์’ ภาณุพงศ์ ถูกดำเนินคดีทั้ง 2 สน.