‘จัสติน’ – ‘ขนุน’ รับทราบข้อหา 112 เหตุปราศรัยพาดพิงกษัตริย์ชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์

วันนี้ (18 ธ.ค. 63) เวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นักกิจกรรม 4 ราย ที่ถูกออกหมายเรียกจากกรณีการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ ที่แยกราชประสงค์และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดย 2 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

นักกิจกรรม 4 ราย ได้แก่ ‘ขนุน’ สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, ‘จัสติน’ ชูเกียรติ แสงวงค์, ธานี สะสม และชินวัตร จันทร์กระจ่าง ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจาก สน.ลุมพินี ลงวันที่ 4 ธ.ค. 63 โดยมี พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ลุมพินี เป็นผู้กล่าวหา และให้ผู้ถูกออกหมายเรียกไปพบกับ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน สารวัตร (สอบสวน) และ ร.ต.อ.สุทวัฒน์ ศรีพรวรรณ์ รองสารวัตร (สอบสวน) หลังร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

เหตุในการออกหมายเรียกดังกล่าว สืบเนื่องจาก “ราษฎร” นัดหมายชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่สี่แยกราชประสงค์ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ในวันดังกล่าวผู้ชุมนุมผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียง ระหว่างการเคลื่อนขบวน มีการสร้างงานศิลปะและเขียนข้อความบนพื้นผิวถนนและกำแพง และจัดกิจกรรม “บิ๊กเซอร์ไพรซ์” บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการใช้ปืนฉีดน้ำและสาดสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พนักงานสอบสวน พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน และ ร.ต.อ.สุทวัฒน์ ศรีพรวรรณ์ ได้แจ้งข้อกล่าวหาโดยบรรยายพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของทั้ง 4 คนว่า วันที่ 18 พ.ย. 63 ผู้ถูกกล่าวหานัดหมายมวลชนให้มารวมตัวกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ มีประชาชนผู้ชุมนุมเข้าร่วมจนเต็มพื้นผิวจราจรบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ทำให้การจราจรติดขัด รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้โดยสะดวก นอกจากนั้นการชุมนุมดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งตามกฎหมายก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ทั้งสี่คนใน 2 ข้อหา คือ จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

นอกจากนั้นจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ซึ่งได้จัดทำบันทึกคำปราศรัยจากการชุมนุมดังกล่าว พบว่ามีข้อความปราศรัยบางส่วนของสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ และชูเกียรติ แสงวงค์ ที่ใช้วาจาจาบจ้วงพระมหากษัตริย์โดยมิบังควร เพื่อให้ประชาชนผู้มาชุมนุม และประชาชนทั่วไป เกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชังพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขแห่งรัฐ อันเป็นการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงได้แจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพิ่มเติมแก่ทั้งสอง โดยมีการถอดคำปราศรัยบรรยายไว้ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา

ทั้ง 4 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยชินวัตร จันทร์กระจ่าง และธานี สะสม  จะให้การเป็นหนังสือภายใน 20 วัน ส่วนสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ และชูเกียรติ แสงวงค์ ซึ่งถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 จะให้การเป็นหนังสือภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนนัดหมายส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองชุดพร้อมสำนวนการสอบสวนในวันที่ 8 และ 13 ม.ค. 64 ตามลำดับ ก่อนที่จะปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสี่โดยไม่มีการควบคุมตัว 

คดีนี้ยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 3 คนคือ อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก และพรพจน์ แจ้งกระจ่าง ซึ่งยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้

การชุมนุมในวันที่ 18 พ.ย. 63 เป็นเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมวันที่ 17 พ.ย. 63 ที่รัฐสภาเกียกกาย เพื่อติดตามการพิจารณาลงมติรับหลักการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ รวมถึงร่างฉบับประชาชนที่มีประชาชน 100,732 ราย ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่าง ระหว่างการเคลื่อนขบวนของมวลชนไปยังหน้ารัฐสภามีการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการวางเครื่องกีดขวาง ลวดหนามหีบเพลง ฉีดน้ำผสมสารเคมีจากรถฉีดน้ำแรงดันสูง และใช้แก๊สน้ำตา ทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งใช้สิทธิเสรีภาพอย่างสันติได้รับบาดเจ็บจากการกระทำโดยปราศจากอำนาจของเจ้าหน้าที่ ทำให้มีการนัดหมายชุมนุมในวันต่อมาเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมที่ขัดต่อหลักการสากลดังกล่าว

(อ่านประมวลสถานการณ์ที่ 7 ชม. #ม็อบ17พฤศจิกา จนท.ตร.ฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้แก๊สน้ำตา ขัดขวางการชุมนุมหน้ารัฐสภาของกลุ่มราษฎร )

 

More from my site