ประมวลเหตุการณ์ 7 ชม. #ม็อบ17พฤศจิกา จนท.ตร.ฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้แก๊สน้ำตา ขัดขวางการชุมนุมหน้ารัฐสภาของกลุ่มราษฎร

ตามที่ได้มีการนัดหมายชุมนุมหน้ารัฐสภาเกียกกาย เวลา 15.00 น. ของกลุ่ม #ราษฎร เพื่อติดตามการพิจารณาลงมติรับหลักการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ รวมถึงร่างฉบับประชาชนที่มีประชาชน 100,732 รายร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่าง 

ตั้งแต่เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังจากที่กลุ่ม “ไทยภักดี” ทำกิจกรรมหน้ารัฐสภาไปแล้วในช่วงสายถึงบ่ายของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตั้งแท่งปูนแบริเออร์ วางลวดหนามหีบเพลง และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาจอดไว้ ไม่ให้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรเข้ามายังหน้ารัฐสภาได้ 

 

จุดแนวกั้นตำรวจหน้ารัฐสภา หน้าบริษัทบุญรอด ตำรวจระดมฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมีและแก๊สน้ำตา ยิงแก๊สน้ำตา และใช้กระสุนยางในที่สุด 

14.00 น. อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าสังเกตการณ์ในพื้นที่บริเวณพื้นที่ถนนสามเสน มุ่งหน้าแยกบางกระสือ แต่พบว่าไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นถนนด้วยแท่งปูนแบริเออร์ 3 ชั้น และวางลวดหนามหีบเพลง อาสาสมัครบางส่วนจึงใช้คีมตัดเหล็กตัดลวดหนามหีบเพลงออก 

14.15 น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 สั่งนำรถฉีดน้ำมาประชิดแนวกั้นของตำรวจ และประกาศเตือนผู้ชุมนุมให้หยุดทำลายลวดหนาม พร้อมประกาศว่าอีก 5 นาทีจะฉีดน้ำ และประกาศซ้ำว่าหากผู้ชุมนุมไม่หยุด อีก 1 นาที จะผสมแก๊สน้ำตาเพื่อฉีด  

14.22 น. ตำรวจเริ่มฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นน้ำเปล่า ครั้งที่ 4 มีการผสมแก๊สน้ำตา โดย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์นักข่าวยืนยันถึงข้อเท็จจริงนี้  

14.41 น. ตำรวจให้รถฉีดน้ำแรงดันสูงถอยหลังออกไปอีก 30 เมตร อ้างเพื่อเจรจากับผู้ชุมนุม ด้านผู้ชุมนุมตอบโต้ที่ถูกฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาใส่ ด้วยการปาควันสีเข้าไปที่แนวกั้นตำรวจ จากนั้นตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนถอยออกจากแนวกั้นทางหน้าทางเข้ารัฐสภา ตั้งแต่เวลา 14.56 น.

15.20 ถึง 16.15 น. ตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะรวมจำนวน 4 ครั้ง ห่างกัน 40 นาที หนึ่งนาทีและ 15 นาที ตามลำดับ แต่ละครั้งฉีดน้ำเฉลี่ยครั้งละ 1-2 นาที  

16.35 น. ตำรวจฉีดน้ำที่ผสมสารเคมีและเริ่มขว้างแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม โดยไม่แจ้งเตือน ในบริเวณที่มีทั้งเยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ชุมนุมบางส่วนใช้กรวยจราจรปิดครอบระเบิดแก๊สน้ำตาไว้ มีรายงานว่าน้ำที่โดนตัวผู้ชุนนุมนั้น จะทำให้มีอาการแสบร้อนเหมือนน้ำร้อนลวก 

16.46 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนและอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยโดนฉีดน้ำไปทั้งตัวแล้ว 

17.30 น. ตำรวจระดมฉีดน้ำและขว้างแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้งทันที หลังพบว่าผู้ชุมนุมบางส่วนดึงแบริเออร์แนวด้านใกล้ผู้ชุมนุมออก 1 อัน ต่อมา 17.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่าจะทำการใช้แก๊สน้ำตา น้ำผสมแก๊สน้ำตาอีกครั้ง และจะเข้าจับกุมผู้ชุมนุมเหตุชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

17.50 น. มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หมดสติจำนวน 2 คน และทำการลำเลียงออกจากพื้นที่ด้วยการซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ออกมาและมีจำนวนอย่างน้อย 5 คนที่ได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง

17.58 และ 18.10 น. ตำรวจขว้างแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้ง จำนวนหลายลูก ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 2 คน ซึ่งผู้ชุนนุมตะโกนขอรถพยาบาลนำตัวบุคคลทั้งสองออกไปจากบริเวรณดังกล่าวทันที  

18.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่าอาคารฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นหน่วยทหาร เป็นทรัพย์สินของทางราชการ ขอไม่ให้ทางผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สิน พร้อมประกาศทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

18.50 น. ตำรวจแจกกระสุนแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพิ่มให้แก่กำลังพล  

19.05 ถึง 19.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำผสมสารเคมี และปฏิบัติการดังกล่าวพร้อมประกาศให้ผู้ชุมนุมถอยหลังกลับไป จนมีผู้บาดเจ็บและถูกหามออกไปจากแนวกั้นนี้เป็นระยะ โดยเวลานี้ จุดหน้าบริษัทบุญรอดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 1,000 นาย พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 คัน รถบรรทุกน้ำจำนวน 1 คัน  

19.29 น. ผู้ชุนนุมประกาศว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มใช้กระสุนยางยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม 

จุดแนวกั้นตำรวจแยกเกียกกาย สกัดผู้ชุนนุมจากบางโพ ฉีดน้ำใส่เด็กจนอาเจียนหนัก 

14.50 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมชุดเกราะและโล่เตรียมตั้งแถวบริเวณแยกเกียกกาย ตามด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนตัวออกมาจากถนนทหาร เวลา 15.00 น. พร้อมรับมือผู้ชุมนุมบางส่วนที่เคลื่อนตัวมาจากบางโพ มุ่งหน้าแยกเกียกกาย 

15.05 น. เมื่อผู้ชุมุนมเดินมาถึงแยกเกียกกาย ตำรวจประกาศจะฉีดน้ำและประกาศเขตห้ามชุมนุม 50 เมตรจากรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง 

15.11 น. ตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงสีใส ประมาณ 2 วินาที เข้าใส่ผู้ชุมนุมที่อยู่แนวหน้าซึ่งจำนวนหนึ่งเป็นเยาวชน 

15.13 น. ตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นน้ำสีม่วงเข้าใส่ผู้ชุมนุม ประมาณ 15 วินาที  โดยผู้ชุมนุมรายงานว่าน้ำที่ฉีดออกมาเมื่อได้สัมผัสทำให้มีอาการแสบจมูก  

15.20 และ 15.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลประกาศให้ผู้ชุมนุมถอยขยับให้พ้นแนวกั้นตำรวจและสิ่งกีดขวาง ต่อมา 15.27 น. ตำรวจเสริมกำลังตรงแนวกั้นพร้อมโล่และหน้ากาก หลังรถฉีดน้ำแรงดันสูง 15.32 น. ตำรวจประกาศจะฉีดน้ำอีกครั้ง  

15.38 น. ตำรวจฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมล่าถอยและมีเด็กคนหนึ่งอาเจียนออกมาอย่างหนัก หลังได้สัมผัสกับน้ำที่ฉีดออกมา และหลังจากนั้นจากเวลา 16.15-18.00 น. ตำรวจระดมฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาเป็นระยะ ๆ โดยไม่แจ้งเตือน สลับกับการประกาศว่าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยไม่รับอนุญาต 

17.13 น. บริเวณแนวรั้วที่สองหลังสะพานลอย มีการขวางปาสิ่งของใส่กันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร และกลุ่มคนเสื้อเหลือง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่อยู่ใกล้เคียงนั้นไม่ได้เข้ามาควบคุมเหตุแต่อย่างใด

18.00 น. ตำรวจยังคงฉีดน้ำผสมสารเคมีและแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนจะถอยรถฉีดน้ำหนึ่งคันออกไปเพื่อเติมน้ำ แต่ก็ยังคงมีรถฉีดน้ำแรงดันสูงอยู่อีกถึง 3 คัน 

18.25 น. ผู้ชุมนุมผ่านแนวกั้นแนวแรกของแยกเกียกกาย และติดอยู่ตรงแนวกั้นที่สองซึ่งเป็นแนวกั้นรถเมล์ ในขณะที่ตำรวจยังฉีดน้ำเป็นระยะๆ ทั้งสีม่วงและสีใสสลับกันเข้าใส่ผู้ชุนนุม

18.43 น. พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบ.ชน. เข้ามาเจรจากับผู้ชุมนุม 

18.50 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มทางแยกเกียกกายเคลื่อนตัวไปหน้ารัฐสภาสมทบกับผู้ชุมนุมหน้าบริษัทบุญรอด สำเร็จในเวลา 19.30 น. 

 

สองฝั่งสมทบตั้งเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภา ก่อนเลิกชุมนุมเหตุ ส.ว. ออกจากรัฐสภาแล้ว นัดใหม่พรุ่งนี้ 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์  

19.45 น. หลังจากแนวเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน และรถฉีดน้ำแรงดันสูงถอยออกไป ผู้ชุมนุมจากฝั่งหน้าบริษัทบุญรอดเดินไปสมทบกับผู้ชุมนุมจากฝั่งแยกเกียกกายที่เดินมาถึงรัฐสภาแล้ว  

20.05 น. ผู้ชุมนุมนั่งลงฟังปราศรัย โดยบริเวณรอบ ๆ ยังมีกลิ่นแก๊สน้ำตาฉุนเข้มข้น และสภาพถนนที่จะมาถึงจุดหน้ารัฐสภาเต็มไปด้วยน้ำ

20.15 น. มีรายงานว่าตรงแยกบางโพ มีรถเมล์ NGV เกิดแก๊สรั่ว และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางโพปิดวาล์วแก๊สได้สำเร็จ จึงมีการแจ้งเตือนประชาชนอย่าประมาททำให้เกิดประกายไฟ โดยรถเมล์ NGV นี้เป็นรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาจอดขวางผู้ชุมนุมไว้ 

20.30 น. บริเวณแยกเกียกกาย กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรและกลุ่มคนใส่เสื้อเหลืองขว้างปาสิ่งของใส่กันจนมีผู้บาดเจ็บ ทีมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยพยายามบอกให้ผู้ชุนนุมกลับไปหน้ารัฐสภาให้เหลือเพียงเพียงทีมรักษาความปลอดภัย และ ลำเลียงคนบาดเจ็บออกจากพื้นที่

20.50 น. อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยขนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากบริเวณแยกเกียกกายอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่ามีการปาระเบิดปิงปองเข้าใส่ผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บหลายราย 

21.00 น. เวทีปราศรัยโดยอานนท์ นำภา และพริษฐ์ ชีวารักษ์ ประกาศเลิกการชุมนุม เนื่องจากได้รับข้อเท็จจริงว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่อยู่ในอาคารรัฐสภาแล้ว เหลือเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การชุมนุมวันนี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะปักหลักต่อไป และขอให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้านโดยใช้เส้นทางออกไปทางบริษัทบุญรอดเพื่อความปลอดภัย อานนท์ยังประกาศรวมตัวกันพรุ่งนี้ 18 พ.ย. 2563 เวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์

 

เหตุการณ์อื่นๆ โดยรอบ

จุดท่าเรือเกียกกาย

16.50 น. กลุ่มราษฎร นำโดยชินวัตร จันทร์กระจ่าง เดินทางมาทางเรือโดยสาร ปักหลักบนท่าเรือเกียกกาย เขาเปิดเผยว่าเหมาเรือไว้ 4 ลำ แต่กรมเจ้าท่าเข้ายึดเรือไปก่อน และกำลังมีการยึดอีก 2 ลำที่ปากเกร็ด  

18.00 น. ชินวัตร จันทร์กระจ่าง พร้อมผู้ชุมนุมอีก 1 คน ว่ายน้ำจากท่าเรือเกียกกายลงแม่น้ำเจ้าพระยามา ขึ้นฝั่งด้านหลังอาคารรัฐสภา ตะโกนและชูป้าย เรียกหา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอให้นายชวนสั่งเจ้าหน้าที่หยุดใช้แก๊สน้ำตา เพื่อสลายการชุมนุมได้แล้ว    

 

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ. เชียงใหม่ 

18.45 น. ประชาชนกว่า 500 คน ทยอยออกมารวมตัวกันคัดค้านการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่โดยมีการประกาศจะเดินเท้าไปยัง สภ. เมืองเชียงใหม่ แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงพยายามสลายการชุมนุมในกรุงเทพมหานคร และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมในเชียงใหม่เดินเท้าจากอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ มาถึงหน้าสภ.เมืองเชียงใหม่ ตร.มีการตั้งรั้วเหล็กรอ แต่อนุญาตให้ตัวแทนนักศึกษาเข้าไปแจ้งความเรื่องการสลายการชุมนุมโดยมิชอบของจนท.ได้ โดยขอให้ผู้ชุมนุมเปิดทางให้ผู้ที่จะเข้าออกสถานีตร.เอาไว้ด้วย

ตร.รับแจ้งเหตุสลายการชุมนุมมิชอบในกรุงเทพ โดยไม่มีอำนาจจากศาลแพ่ง ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหาย และได้ให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน 

แกนนำนักศึกษาได้ออกมาชี้แจงการรับแจ้งความ ก่อนแยกย้ายกันกลับในช่วง 20.10 น.