3 ‘ราษฎร’ ร่วม #ม็อบ17พฤศจิกา หน้ารัฐสภา เกียกกาย ปฏิเสธข้อหาร่วมกันจัดการชุมนุม

18 ธ.ค. 63 ที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพ  พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ ‘เพนกวิน’, วีระวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล และ ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ‘ลูกเกด’ นักศึกษาและประชาชนที่ถูกออกหมายเรียก เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุม” จากการชุมนุมของกลุ่ม #ราษฏร ที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย เพื่อติดตามการลงมติรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ยื่นต่อสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 63 หรือ #ม็อบ17พฤศจิกา  หลังแจ้งข้อกล่าวหาแล้วเสร็จพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหากลับโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด 

ภาพผู้ต้องหาและทนายความระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหาที่สน.บางโพ

สำหรับคดีนี้ มีผู้กล่าวหา คือ พ.ต.อ. สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ได้กล่าวหาพริษฐ์ กับพวก ในข้อหา “ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุม” ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ โดย พ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.บางโพ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาจำนวน 6 รายให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 63 ซึ่งเอกชัย หงษ์กังวาน และอานนท์ นำภา ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ขาดเพียงภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ‘ไมค์’ ที่ได้ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไปเป็นวันที่ 21 ธ.ค. 63 เวลา 13.30 น. 

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาวีระวิชญ์ และชลธิชา จากพฤติการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 63 โดยกล่าวหาว่า การชุมนุมบริเวณด้านหน้ารัฐสภาในวันดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อชุมนุมกดดันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดฐาน  “ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมก่อนการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ เพียงข้อหาเดียว 

ขณะที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาพริษฐ์ รวม  3 ข้อหา โดยแจ้งพฤติการณ์การกระทำความผิดที่ระบุถึงเนื้อหาการปราศรัยด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนเห็นว่า การชุมนุมและปราศรัยของพริษฐ์เป็นความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ แจ้งการชุมนุมก่อนการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, “กระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือ วิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชม โดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ “มั่วสุม กันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 

หลังรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งสามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสามโดยไม่มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ การชุมนุมหน้ารัฐสภา บริเวณแยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 63 ของกลุ่ม #ราษฎร เพื่อติดตามการพิจารณาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ รวมถึงร่างฉบับประชาชนที่มีประชาชน 100,732 รายร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างนั้น เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนได้ฉีดน้ำแรงดันสูงผสมสารเคมีที่มีฤทธิ์ก่อให้เกิดความระคายเคือง รวมทั้งมีการใช้แก๊สน้ำตา เข้าสลายการชุมนุมของประชาชน จนมีผู้ชุมนุมตลอดประชาชนที่เดินทางผ่านได้รับบาดเจ็บหลายราย  อีกทั้งระหว่างการชุมนุมยังมีการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มไทยภักดี ที่นัดหมายชุมนุมในพื้นที่เดียวกัน จนเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมสองฝ่ายเป็นเวลาช่วงหนึ่ง (อ่านประมวลสถานการณ์ที่ 7 ชม. #ม็อบ17พฤศจิกา จนท.ตร.ฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้แก๊สน้ำตา ขัดขวางการชุมนุมหน้ารัฐสภาของกลุ่มราษฎร )

 

More from my site

X